ผมเล่าเรื่อง โปรแกรมวิจัยนี้ไว้ที่ (๑) บัดนี้โครงการอยู่ในปีที่ ๒
วันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๔ มีการประชุม “คณะกรรมการอำนวยการแผนงานยุทธศาสตร์เป้าหมาย (Spearhead) ด้านสังคม แผนงานระบบบริการสุขภาพ ครั้งที่ 2/2564” (ชื่อที่เป็นทางการของ สวช.) โดยที่ชื่อโครงการตามที่ทีมจัดการใช้คือ โครงการวิจัยการพัฒนาระบบบริการเพื่อการดูแลภาวะฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขอย่างครบวงจร (พบฉ) (๒)
จะเห็นว่า สวช. ตั้งชื่อแผนงานไว้กว้าง “แผนงานระบบบริการสุขภาพ” เมื่อ ศ. ดร. นพ. สุวัฒน์ จริยาเลิศศักดิ์รับเป็นประธานแผนงาน (PC – Program Chair) และคณะสาธารณสุขศาสตร์ มช. ทำหน้าที่ ODU (Outcome Delivery Unit) ได้โฟกัสประเด็นทำงานให้แคบเข้า เป็นวิจัยเพื่อพัฒนา “ระบบบริการเพื่อการดูแลภาวะฉุกเฉิน” และเมื่อทำงานจริงก็มีความยืดหยุ่น ให้หนึ่งใน ๕ ยุทธศาสตร์ เป็นเรื่องระบบสารสนเทศ “ยุทธศาสตร์ที่ ๑ พัฒนาระบบการจัดการและการใช้ประโยชน์ระบบข้อมูลสารสนเทศ”
นี่คือข้อน่าชื่นชม สวช. ที่มีการจัดการอย่างยืดหยุ่น เกื้อหนุนการทำงานของผู้นำในพื้นที่
ในปีที่ ๑ ดำเนินการอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ ปีที่ ๒ ขยายสู่ภาคอีสาน และภาคใต้
ในการประชุม มีการเสนอภาพใหญ่ของประเทศคือ
- คนไทยเสียชีวิตปีละประมาณห้าแสนคน ประมาณหนึ่งแสนคนเสียชีวิตจากภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ช่วยชีวิตไม่ทัน
- โรคหลอดเลือดสมอง ตีบ หรือ แตก > สามหมื่นกว่ารายต่อปี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน > สองหมื่นกว่าราย ต่อปี (เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก และที่ 1 ในเอเชีย) โรคหัวใจขาดเลือด > สองหมื่นกว่ารายต่อปี
- คนไทยใช้บริการห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาลมากกว่า 35 ล้านครั้งต่อปี แต่มีประมาณ 30% ที่เป็นผู้ป่วยฉุกเฉินขั้นวิกฤตที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างทันท่วงทีจากแพทย์
- ปุจฉา :- ระบบการแพทย์ฉุกเฉินครบวงจร คืออะไร วิสัชชนา :- ไม่ได้พูดถึงตัวโรคโรคหรืออุบัติเหตุ โดยเฉพาะ แต่เน้นพัฒนาระบบบริการ/การดูแลภาวะฉุกเฉินเพอช่วยให้ผู้ป่วยพ้นภาวะวิกฤตและรอดชีวิตได้อย่างปลอดภัย ต่อเนื่องไปถึงการบริการรักษาเมื่อส่งต่อ/กลับบ้าน ส่วนที่เป็ นหัวใจสำคัญมาก คือ ระบบบริการที่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกัน ตั้งแต่ ป้องกัน การรักษาระยะแรก ระยะกลาง ระยะท้าย อย่างครบวงจร … Comprehensive EMS System
- พลังหนุนต่อระบบ EMS คือระบบข้อมูลที่เชื่อมโยงถึงกันหมดในระบบบริการ เชื่อมโยงข้อมูล pre-hosp care – in-hosp care – post-hosp care และเชื่อมสู่ระบบป้องกันและการรับรู้ของสาธารณชนต่อ EMS
- อีกพลังหนุนคือการทำงานวิชาการหรืองานวิจัยเกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งมีน้อยมากในประเทศไทย โครงการนี้จึงมุ่งส่งเสริมประชาคมวิจัยด้านการแพทย์ฉุกเฉิน
โครงการ พบฉ. ดำเนินการตาม ๕ ยุทธศาสตร์คือ
- 1. พัฒนาระบบ ไอซีที และการใช้ประโยชน์ ส่วนนี้ใช้เงินงบประมาณร้อยละ ๕๒ โดยมีโครงการใหญ่อยู่ที่ รพ. สันทราย พัฒนาระบบเชื่อมโยงทั่วภาคเหนือ และมีการพัฒนาเทคโนโลยีเสริม เช่น CMUgency (๓)
- 2. พัฒนาคุณภาพมาตรฐานบริการฉุกเฉิน ใช้งบประมาณร้อยละ ๒๕
- 3. พัฒนาระบบบริการการดูแลต่อเนื่อง ใช้งบประมาณร้อยละ ๓.๒
- 4. พัฒนา public awareness ใช้งบประมาณร้อยละ ๑๙
- 5. พัฒนานวัตกรรมและงานวิจัย ทุกโครงการย่อยเข้ายุทธศาสตร์นี้ทั้งหมด
นี่คือโปรแกรมวิจัยเชื่อมโยงกับสถานการณ์จริง ที่ดำเนินการโดยกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอื่นๆ และ สพฉ. ดังนั้นกรรมการอำนวยการแผนงานฯ จึงให้คำแนะนำแนวทางเชื่อมโยงความร่วมมือออกไปยังระบบดำเนินการของประเทศ รวมทั้งแนวทางสร้าง synergy ระหว่างแผนงานวิจัยกับระบบปฏิบัติงานจริง ซึ่งที่จริงนักวิจัยจำนวนหนึ่ง (โดยเฉพาะส่วนพัฒนาระบบ ไอซีที) ก็เป็นคนในระบบบริการนั่นเอง
ในการประชุม ผู้รับผิดชอบ node ภาคอีสาน และ node ภาคใต้ เข้าร่วมประชุมด้วย เพื่อเสนอวิธีทำงานและรับฟังข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอำนวยการ
ผมเสนอให้ใช้ DE เป็นเครื่องมือสร้างการเรียนรู้ร่วมกันในกลุ่ม stakeholders เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่ง ในการสร้าง synergy
วิจารณ์ พานิช
๒ พ.ค. ๖๔