ในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ครั้งที่ ๕/๒๕๖๓ เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๓ มีวาระเรื่อง การจัดทำฐานข้อมูลอีกวาระหนึ่ง คือด้าน ววน. เข้านำเสนอและขอความเห็น
ความเห็นแรกของผมก็เช่นเดียวกันกับบันทึกที่แล้ว คือ ต้องคิดเรื่องการวิเคราะห์สังเคราะห์ข้อมูลให้กลายเป็นสารสนเทศ เพื่อการใช้ประโยชน์ และผู้ใช้ประโยชน์ต้องคำนึงถึง ๒ กลุ่มคือ (๑) ประชาชนทั่วไป ที่ต้องการใช้สารสนเทศเพื่อการตัดสินใจใช้บริการ ววน. ในหลากหลายแบบ หรือเพื่อแสวงหาความร่วมมือจากสถาบันหรือทีม ววน. ในการประกอบกิจการ (๒) สถาบันและคนในวงการ ววน. เอง
ชุดความคิดสำคัญคือ ต้องไม่จัดทำฐานข้อมูลเพื่อการใช้งานในวงการ ววน. เองเท่านั้น
ที่ประชุมมีความเห็นสอดคล้องกันว่า ต้องไม่แยกระหว่างฐานข้อมูลอุดมศึกษา กับฐานข้อมูล ววน. ต้องเป็นฐานข้อมูล อววน. เพื่อให้ข้อมูลอุดมศึกษา กับข้อมูล ววน. เชื่อมโยงกัน และนำมาวิเคราะห์สังเคราะห์หาความหมายได้เชื่อมโยงและลึก
แต่ข้อมูลจากฝ่ายเลขานุการบอกว่ากฎหมาย (คนละฉบับ) ระบุให้ต่างหน่วยงานต่างจัดทำข้อมูลแยกกัน คือ สป. อว. จัดทำฐานข้อมูลอุดมศึกษา และ วช. จัดทำฐานข้อมูล ววน. ตามแผนผังข้างล่าง
<p>และเวลานี้ หน่วยงานในระบบ อววน. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการ/อนุกรรมการเกี่ยวกับฐานข้อมูล ๔ ชุด ดังแผนผังข้างล่าง </p>
<p>นอกจากนั้น กพร. ยังได้กำหนด KPI เพื่อการประเมินผลงานของแต่ละส่วนงานของ อว. เรียบร้อยแล้ว โดยทำตามกฎหมาย ซึ่งก็คือ แยกภารกิจการจัดทำข้อมูลอุดมศึกษา กับข้อมูล ววน. แยกกัน </p><p>จึงเกิดประเด็นว่า ต้องหาทางทำให้ข้อมูลสองฐานนี้ไหลเข้าไปรวมกัน โดย ดร. จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รอง ผอ. สวทช. ผู้เรียนมาทางด้านนี้และเคยทำงาน integrate ข้อมูลจากหลายฐานให้แก่กระทรวงสาธารณสุข บอกว่าในทางเทคนิคมีวิธี integrate ข้อมูลจากสองฐานนี้เข้าด้วยกันได้ </p><p>ประเด็นการบูรณาการสองฐานข้อมูลเพื่อความประหยัด และเพื่อประโยชน์ใช้สอยนี้ เป็นประเด็นท้าทายที่สุดของการดำเนินการเรื่องระบบข้อมูล อววน. ของชาติ </p><p>โดยต้องไม่ลืมว่า ข้อมูลจากกระทรวงอื่น และองค์กรอื่นๆ รวมทั้งของภาคผู้ประกอบการ ก็ต้องไหลเข้ามาในระบบด้วย โดยต้องไม่ลืมว่า ในปัจจุบัน การลงทุนด้านการวิจัยและนวัตกรรม ร้อยละ ๗๕ ลงทุนโดยภาคธุรกิจเกชน </p><p>มองเชิงยุทธศาสตร์ ประเทศไทยเราเป็น “คนตัวเล็ก” เมื่อเทียบกับกิจการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศต่างๆ ในโลก ดังนั้น เราต้องมองหาวิธี “ยืนบนไหล่ยักษ์” ซึ่งในทางปฏิบัติหมายความว่า ระบบข้อมูลของเราต้อง “ดูด” ข้อมูล ที่เราต้องการ จากประชาคมวิจัยและนวัตกรรมโลก เอามาใช้ประโยชน์ ประเด็นนี้ยังไม่มีการพูดกัน </p><p>ผมกลับมาใคร่ครวญต่อที่บ้าน ได้เรียนรู้ว่า นี่คือตัวอย่างของต้นเหตุการทำงานเป็นไซโลในระบบราชการ ประเทศไทยโชคดี ที่มีการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูป อววน. ชุดนี้ และมีประธานที่มีความสามารถสูง คือ รศ. ดร. ศักรินทร์ ภูมิรัตน การเสวนากันในคณะกรรมการเมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม มีประโยชน์มาก แต่ลงท้ายจะเกิดผลแค่ไหนขึ้นกับฝ่ายปฏิบัติ คือ สป. อว. กับ วช. และคณะกรรมการ/อนุกรรมการ ทั้ง ๔ ชุดในแผนผังข้างบน </p><p>ดร. สีลาภรณ์ บัวสาย บอกว่าได้พัฒนาระบบข้อมูล ววน. สำหรับใช้งานในพื้นที่ สำหรับการพัฒนาพื้นที่ เป็นที่นิยมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทีมงานพัฒนาฐานข้อมูล ววน. ของประเทศน่าจะได้เข้าไปทำความรู้จัก </p><p>วิจารณ์ พานิช </p><p>๒๓ พ.ค. ๖๓ </p>