วิพากษ์ยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) 56. การกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ ววน. ของประเทศ

ตอนที่ ๑

ตอนที่ ๒

ตอนที่ ๓

ตอนที่ ๔

ตอนที่ ๕

ตอนที่ ๖

ตอนที่ ๗

ตอนที่ ๘

ตอนที่ ๙

ตอนที่ ๑๐

ตอนที่ ๑๑

ตอนที่ ๑๒

ตอนที่ ๑๓

ตอนที่ ๑๔

ตอนที่ ๑๕

ตอนที่ ๑๖

ตอนที่ ๑๗

ตอนที่ ๑๘

ตอนที่ ๑๙

ตอนที่ ๒๐

ตอนที่ ๒๑

ตอนที่ ๒๒

ตอนที่ ๒๓

ตอนที่ ๒๔

ตอนที่ ๒๕

ตอนที่ ๒๖

ตอนที่ ๒๗

ตอนที่ ๒๘

ตอนที่ ๒๙

ตอนที่ ๓๐

ตอนที่ ๓๑

ตอนที่ ๓๒

ตอนที่ ๓๓

ตอนที่ ๓๔

ตอนที่ ๓๕

ตอนที่ ๓๖

ตอนที่ ๓๗

ตอนที่ ๓๘

ตอนที่ ๓๙

ตอนที่ ๔๐

ตอนที่ ๔๑

ตอนที่ ๔๒

ตอนที่ ๔๓

ตอนที่ ๔๔

ตอนที่ ๔๕

ตอนที่ ๔๖

ตอนที่ ๔๗

ตอนที่ ๔๘

ตอนที่ ๔๙

ตอนที่ ๕๐

ตอนที่ ๕๑

ตอนที่ ๕๒

ตอนที่ ๕๓

ตอนที่ ๕๔

ตอนที่ ๕๕





การประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาพัฒนาระบบ ววน. ครั้งที่ ๔/๒๕๖๒ ที่ สอวช. เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๒ มีวาระ การกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ด้าน ววน. ของประเทศ : อุตสาหกรรมอาหาร  เข้าสู่การเสวนา โดยมี ผศ. ดร. สันติ เจริญพรวัฒนา แห่ง มจธ. นำเสนอแนวทางเป็นตัวอย่าง    เพื่อให้คณะกรรมการให้คำแนะนำ    

นี่คือเรื่อง Priority-setting    ซึ่งมีหลายระดับ หลายแนวทาง  หลายวิธีการ  หลากหลายจังหวะก่อนหลัง          

ก่อนเริ่มเข้าเรื่อง ดร. กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผอ. สอวน. แจ้งที่ประชุมว่า สอวน. ต้องการเรียนรู้การคิดเชิงระบบมาก    ทั้งระบบการบริหาร  ระบบเรียนรู้  ระบบประเมิน  และอื่นๆ    หวังใช้วงประชุมนี้เพื่อการเรียนรู้วิธีคิดเชิงระบบ    ผมนึกต่อในใจว่า ทุกองคาพยพของกระทรวง อว. ต้องการเรียนรู้ทั้งสิ้น    แต่ความตระหนักต่างกันในแต่ละองค์กร    องค์กรที่คิดว่าตนมีทักษะในการทำงานดีแล้วและไม่ขวนขวายจัดกระบวนการเพื่อเรียนรู้  จะทำงานใหม่ให้ประสบความสำเร็จได้ยาก    ตอนผมทำงานสร้าง สกว. ขึ้นมาได้ ไม่ใช่เพราะเก่ง แต่เพราะเจียมตัวว่าไม่เก่ง  จึงขวนขวายเรียนรู้    แนวทางที่ สอวช. ดำเนินการจึงถูกต้อง   

ดังนั้น วงเสวนาเรื่องนี้จึงดำเนินการเพื่อเรียนรู้ระบบกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ ววน.    โดยยกเรื่องอุตสาหกรรมอาหารมาเป็นตัวอย่าง    ผู้นำเสนอคือ ดร. สันติ มีประสบการณ์จริงในการกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ ววน. ด้านอาหารให้แก่ภาคเอกชน    การนำเสนอจึงครอบคลุมกว้างขวางและลงลึกมาก    นำไปสู่การให้ความเห็นเพิ่มเติมมากมาย       

ผมชอบข้อคิดเห็นของ ดร. สัมพันธ์ ศิลปะนาฏ ที่บอกว่า โครงสร้างความคิดตามขั้นตอนในรูปที่ ๑   ภาคเอกชนไม่คิดเช่นนั้น    แต่จะเริ่มที่ impact หรือเป้าหมายก่อน    เรื่องงบประมาณมาหลังสุด    และ นพ. สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ให้ความเห็นทำนองเดียวกันต่อหลักเกณฑ์การกำหนด priority ในรูปที่ ๓   ว่าต้องเริ่มที่เกณฑ์ในระดับ purpose เช่น ลดความเหลื่อมล้ำ ไปพร้อมๆ กับเลือกใช้โอกาส (opportunity) พร้อมๆ กันกับลดความท้าทาย (threat)   

มุมมองที่แลกเปลี่ยนกันในที่ประชุม มีหลายระดับ ทั้ง micro (เช่น บางท่านชี้ให้เห็นข้อมูลของมูลค่าทางเศรษฐกิจของไก่)  และ macro    และทั้งระดับเทคนิคและระดับกระบวนทัศน์    ทำให้ผมสนุกมาก    

มีผู้แนะนำว่า ควรเอาแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒) เป็นฐาน    สอวช. เอามา prioritize product champion   แล้วส่งต่อให้ สกสว. prioritize ววน.    โดยทำงานร่วมกันตลอดสายงาน ววน.   ลงไปถึง PMU  และหน่วยวิจัย   

แต่การลงทุนต้องไม่ลงไปที่ ววน. ของ product champion ทั้งหมด    ควรกำหนดสัดส่วน 60:40  หรือ 70:30   ส่วนหลังเป็นการลงทุนสนับสนุนโครงการ ววน. แบบ bottom up    ที่อาจนำไปสู่นวัตกรรมใหม่ๆ จริงๆ    หรือส่งเสริม start-up   

เมื่อพูดถึงการลงทุน ววน. ของประเทศ ผมก็ชี้ว่า เวลานี้เพียงร้อยละ ๒๕ ของทุน ววน. เท่านั้นที่ลงทุนโดยภาครัฐ     ร้อยละ ๗๕ ลงทุนโดยภาคธุรกิจเอกชน    รศ. ดร. ศักรินทร์ ภูมิรัตน จึงเสนอว่า ส่วนของภาครัฐควรเน้นหนุน SME เป็นหลัก     ดร. สัมพันธ์เสนอว่า กิจกรรมส่วน ๗๕ กับส่วน ๒๕ ต้องมี alignment กัน   ร่วมกันขจัด severe pain point และยกระดับ opportunity ใหม่ๆ     

เรื่อง alignment นี้ เป็นหลักการสำคัญในทุกมิติ  ทุกระดับของโครงสร้างระบบ อววน.    ที่หน่วยงานต้องทำงานอย่างมี alignment กัน    ซึ่งจะต้องเป็นประเด็นของการติดตามประเมินผลของพัฒนาการของระบบ (อววน.) ด้วย  

มีการเสนอว่า การถูกตัดงบ ๘ พันล้านของกองทุนสนับสนุนการวิจัย     เป็นบทเรียนว่า การตั้งงบประมาณ ววน. ต้องมีกระบวนการสื่อสารและรับฟังความต้องการของประชาชน     ให้ประชาชนหรือสังคมเป็นเจ้าของประเด็นยุทธศาสตร์ ววน.    ความรู้สึกนี้ของประชาชนจะสื่อสารไปยังนักการเมือง     การตัดงบประมาณในลักษณะดังกล่าวก็จะไม่เกิดขึ้น    (ในที่สุดงบนี้ได้กลับคืนมา)   

ผมตีความว่า priority ด้าน ววน. ต้องไม่ใช่ของนักวิชาการ หรือนัก ววน.    ต้องเป็นของประชาชนทั่วไป หรือเป็นของสังคม    เป็นโจทย์ของ สอวช.  สกสว.  และประชาคม ววน. ในภาพรวม    ว่าจะมีวิธีการทำให้ priority ที่ฝ่ายวิชาการด้านนโยบายกำหนดขึ้น แปรไปเป็นของประชาชนได้อย่างไร   

ระบบกำหนดประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ ววน. จึงต้องไม่ใช่แค่กำหนดประเด็น    แต่ต้องมีส่วนของระบบทำหน้าที่ส่งต่อให้ประชาชนเป็นเจ้าของ    ซึ่งก็หมายความว่า ต้องมีกลไกให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น    และมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของกิจกรรม ววน.    ซึ่งก็หมายความว่าต้องคิดหาวิธีได้ตัวแทนของภาคประชาชนเข้ามาร่วมกิจกรรม    ซึ่งหากยึดตามข้อเสนอของ ดร. ศักรินทร์ ก็น่าจะพิจารณาตัวแทนของ SME

หลักการสำคัญที่พูดกันคือ การกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ต้อง evidence-based    ไม่ใช่ idea-based   และไม่ใช่ power-based    ระบบข้อมูลและสารสนเทศ และระบบวิจัยนโยบายจึงต้องเข้มแข็งและ align กับระบบกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์    รวมทั้งทำหน้าที่ feedback ให้ระบบกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์เป็นระบบเรียนรู้      

วิจารณ์ พานิช        

๘ ธ.ค. ๖๒

               

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (0)