วิพากษ์ยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) 52. การทำงานของหน่วยงานจัดการภาพใหญ่ ในระบบ ววน.

ตอนที่ ๑

ตอนที่ ๒

ตอนที่ ๓

ตอนที่ ๔

ตอนที่ ๕

ตอนที่ ๖

ตอนที่ ๗

ตอนที่ ๘

ตอนที่ ๙

ตอนที่ ๑๐

ตอนที่ ๑๑

ตอนที่ ๑๒

ตอนที่ ๑๓

ตอนที่ ๑๔

ตอนที่ ๑๕

ตอนที่ ๑๖

ตอนที่ ๑๗

ตอนที่ ๑๘

ตอนที่ ๑๙

ตอนที่ ๒๐

ตอนที่ ๒๑

ตอนที่ ๒๒

ตอนที่ ๒๓

ตอนที่ ๒๔

ตอนที่ ๒๕

ตอนที่ ๒๖

ตอนที่ ๒๗

ตอนที่ ๒๘

ตอนที่ ๒๙

ตอนที่ ๓๐

ตอนที่ ๓๑

ตอนที่ ๓๒

ตอนที่ ๓๓

ตอนที่ ๓๔

ตอนที่ ๓๕

ตอนที่ ๓๖

ตอนที่ ๓๗

ตอนที่ ๓๘

ตอนที่ ๓๙

ตอนที่ ๔๐

ตอนที่ ๔๑

ตอนที่ ๔๒

ตอนที่ ๔๓

ตอนที่ ๔๔

ตอนที่ ๔๕

ตอนที่ ๔๖

ตอนที่ ๔๗

ตอนที่ ๔๘

ตอนที่ ๔๙

ตอนที่ ๕๐

ตอนที่ ๕๑



วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ผมไปร่วมประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ครั้งที่ ๓/๒๕๖๒ ที่ สอวช.    มีวาระการประชุมเรื่อง กลไกการดำเนินงานระหว่าง สกสว. กับ PMU (Program Management Unit)    และวาระเรื่องการตั้งงบประมาณ ววน. ปี ๒๕๖๔ เพื่อขอคำแนะนำจากคณะกรรมการ     วิธีการนำเสนอของผู้แทนหน่วยงาน ทำให้ผมนึกถึงหัวข้อบันทึกนี้

ผมมองว่า หน่วยงานจัดการภาพใหญ่ และจัดการทรัพยากรสนับสนุน ววน. ของประเทศ ต้องทำงาน “จัดการภาพใหญ่” ของประเทศ    ซึ่งหมายความว่าต้องรวบรวมข้อมูลกิจกรรม ววน. ของประเทศในปัจจุบัน    เอามาวิเคราะห์สังเคราะห์เพื่อตรวจสอบว่า เป็นไปตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีแค่ไหนเพียงใด    เอามาทำความเข้าใจร่วมกันกับหน่วยงาน (กระทรวง) และภาคส่วน (โดยเฉพาะ real sector) ต่างๆ    ว่า เมื่อมองไปในอนาคต และเป้าหมายแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี รวมทั้งแผนพัฒนาประเทศระยะที่ ๑๒ เป็นหลัก    ควรกำหนดทิศทางเปลี่ยนไปอย่างไร    ควรปรับจุดเน้นของงาน ววน. อย่างไร    เพื่อให้กระทรวงทบวงกรมและหน่วยปฏิบัติการ ววน.  เสนองบประมาณได้ตรงทิศทางและจุดเน้น

นั่นคือการจัดการทรัพยากรสนับสนุน ววน.

นอกจากนั้น ยังน่าจะร่วมกับ PMU และภาคีต่างๆ ในการเสนอว่า โครงสร้างหน่วยงานวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ เหมาะสมแล้วหรือยัง    ส่วนไหนที่ยังอ่อนแอ หรือมีช่องโหว่    ที่จะต้องมีหน่วยงานวิจัยและนวัตกรรมรับผิดชอบอย่างจริงจัง                 

 ผมได้เสนอไว้ในหลายวงประชุม ว่าโครงสร้างหน่วยทำวิจัยของประเทศยังอ่อนแอ และไม่ครบถ้วน    ขาดหน่วยงานที่ทำวิจัยเฉพาะด้าน    ที่ดำรงอยู่และเลี้ยงตัวโดยการทำงานวิจัยเป็นงานหลัก    ซึ่งหมายความว่า ต้องเป็นหน่วยวิจัยที่อยู่ภายนอกมหาวิทยาลัย    แต่ทำงานร่วมมือและแข่งขันกับมหาวิทยาลัย    ในการผลิตผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีผลกระทบสูง ต่อการพัฒนาประเทศด้านใดด้านหนึ่ง  

แนวคิดประการที่สาม ที่ได้จากการประชุมคือ หน่วยงานจัดการ resource allocation อย่าง สกสว. ต้องทำงานร่วมมือกับ สวอช., และ PMU ภายใต้ความสัมพันธ์แนวราบ    เพื่อร่วมกันสร้างผลงานด้านการลงทุนวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ    ให้ก่อผลกระทบตามแผนพัฒนาประเทศ อย่างคุ้มค่า    คือต้องไม่ทำงานภายใต้ความสัมพันธ์แนวดิ่งเป็นหลัก

วิจารณ์ พานิช        

๑๑ พ.ย. ๖๒

            

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (0)