วิพากษ์ยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) : ๔. แผนงานดิจิตัล


ตอนที่ (ลิ้งค์) 

ตอนที่ (ลิ้งค์) 

ตอนที่ (ลิ้งค์)  

ยุทธศาสตร์ตามเอกสาร ( ) หน้า ๓๘ เป็นเรื่องแผนงานดิจิตัล ซึ่งมีดังนี้




ระบุการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิตัลใน ๖ ด้านคือ สุขภาพ  เกษตร  การพัฒนาเมือง  โรงงาน  โลจิสติกส์  และ การท่องเที่ยว

ผมขอเสนอให้เพิ่มเป้าหมายสำคัญด้านที่ ๗ คือ การเรียนรู้ หรือการศึกษา     โดยเน้นว่า เป็นเรื่องของการเรียนรู้ทั้งในระบบการศึกษา และนอกระบบการศึกษา    คือต้องมีการจัดการระบบ เทคโนโลยีดิจิตัลเพื่อการเรียนรู้ของผู้คนทุกภาคส่วน ทุกพื้นที่ ทุกกลุ่มอายุ     

ระหว่างวันที่ ๖ - ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ มีการประชุม 4th Annual National Health Professional Education Reform Forum (1) ซึ่งคุยกันเรื่อง ICT to Empower Health Professional Education     ในวันสุดท้ายได้มีการนำเสนอผลการศึกษาสถานภาพของการใช้ ICT ในการบริหารสถาบัน และในการจัดการเรียนการสอน ในสถาบันการศึกษาของวิชาชีพสุขภาพ    ซึ่งพบว่ามีการใช้อย่างมีนวัตกรรม เกิดขึ้นเป็นจุดๆ ทั่วประเทศ    ในทุกวิชาชีพ  อย่างน่าชื่นชมยิ่ง 

ในการประชุม ท่าน รมต. กระทรวงดิจิตัล ดร. พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ ได้กล่าวปาฐกถานำเรื่อง ICT for Education and Professional Development in Thailand. How Far We Go  ที่ผมได้สรุปมาลงบันทึกไว้แล้วที่    ซึ่งจะเห็นว่า ดร. พิเชฐ พูดภาพใหญ่ของกระทรวงดิจิตัล     ไม่ได้แตะเรื่องการศึกษาของบุคลากรสุขภาพ  

ผมได้ชี้ให้ที่ประชุมเห็นว่า  เรื่องการประยุกต์ใช้ ICT ด้านการศึกษาของวิชาชีพสุขภาพ (และการศึกษาของคนไทยทั้งมวล) ต้องการการจัดการระบบ    ให้มี national platform ในการใช้ ICT เพื่อยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน    รวมทั้งเพื่อทำให้ระบบการศึกษาของไทยเป็นระบบที่ เรียนรู้และปรับตัว     เน้นที่การจัดการให้มีการร่วมมือกันทำอย่างเป็นระบบ    เพื่อใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ เกิดผลกระทบจริงจัง  และคุ้มค่าต่อการลงทุน    รวมทั้งช่วยลดต้นทุนของการศึกษาด้วย 

เรามักนึกถึงการใช้ ICT เพื่อเป็นแหล่งค้นความรู้หรือสารสนเทศ     ซึ่งก็เป็นเป้าหมาย การใช้ที่มีประโยชน์     แต่ผมมีความเห็นว่า เป้าหมายการใช้ที่มีประโยชน์ยิ่งกว่า คือใช้เป็นเครื่องมือ feedback ต่อผู้เรียน  ครู  และผู้บริหาร ให้ดำเนินการปรับปรุงวิธีการเรียนของตน (ในกรณีของผู้เรียน)    วิธีจัดการเรียน การสอน (ในกรณีของครู)  และวิธีบริหารจัดการ (ในกรณีของผู้บริหาร)    ซึ่งจะใช้ได้ผลดีต้องประยุกต์ใช้ big data technology    เราต้องการ big data technology platform เพื่อการเรียนรู้ของคนไทยในหลากหลายบริบท

ดร. พิเชฐ พูดถึงความทั่วถึง  การใช้เทคโนโลยีดิจิตัลเพื่อลดช่องว่างทางสังคมและเศรษฐกิจ    แต่ในร่างยุทธศาสตร์หน้า ๓๘ ไม่ได้แตะเรื่อง digital technology เพื่อการศึกษาเลย    ผมมีความเห็นว่า ต้องมีการริเริ่มให้มีการพัฒนา big data technology เพื่อการนี้    ให้คนยากคนจน คนเล็กคนน้อย ได้รับประโยชน์จาก big data technology    และในฐานะประชาชนตัวเล็กๆ คนหนึ่ง     ผมได้ยุยงให้มูลนิธิสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.) ดำเนินการพัฒนา big data technology เพื่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวานและ ความดันโลหิตสูง  โดยร่วมมือกับนักวิจัยจาก มจธ.   และได้รับทุนจาก สสส.  () () แต่ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น  ยังไม่เห็นผลชัดเจน 

ขอย้ำว่า การส่งเสริม digital technology สู่ระบบการเรียนรู้ ต้องการการจัดการแบบที่แตกต่าง จากการเข้าสู่ภาคธุรกิจ    ซึ่งจะเห็นว่า ภาคธุรกิจมีการปรับตัวรวดเร็วมาก  รู้จักเลือกใช้  และมีการดำเนินการ อย่างเป็นระบบ    ภาคระบบการเรียนรู้ไม่มี mindset   และไม่มีความสามารถแบบนั้น



วิจารณ์ พานิช

๙ พ.ย. ๖๐


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (2)

sr
IP: xxx.128.110.152
เขียนเมื่อ 

Thailand may still have half a million of (OTPC) tablets in working condition but lying in waste. An open public competition in 'how we can use this national resource for national goals' may be worth more than a lot of talks (conferences).

sr
IP: xxx.128.110.152
เขียนเมื่อ 

Thailand may still have half a million of (OTPC) tablets in working condition but lying in waste. An open public competition in 'how we can use this national resource for national goals' may be worth more than a lot of talks (conferences).