วิพากษ์ยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) 50. วิจัยอนาคตประเทศไทย

ตอนที่ ๑

ตอนที่ ๒

ตอนที่ ๓

ตอนที่ ๔

ตอนที่ ๕

ตอนที่ ๖

ตอนที่ ๗

ตอนที่ ๘

ตอนที่ ๙

ตอนที่ ๑๐

ตอนที่ ๑๑

ตอนที่ ๑๒

ตอนที่ ๑๓

ตอนที่ ๑๔

ตอนที่ ๑๕

ตอนที่ ๑๖

ตอนที่ ๑๗

ตอนที่ ๑๘

ตอนที่ ๑๙

ตอนที่ ๒๐

ตอนที่ ๒๑

ตอนที่ ๒๒

ตอนที่ ๒๓

ตอนที่ ๒๔

ตอนที่ ๒๕

ตอนที่ ๒๖

ตอนที่ ๒๗

ตอนที่ ๒๘

ตอนที่ ๒๙

ตอนที่ ๓๐

ตอนที่ ๓๑

ตอนที่ ๓๒

ตอนที่ ๓๓

ตอนที่ ๓๔

ตอนที่ ๓๕

ตอนที่ ๓๖

ตอนที่ ๓๗

ตอนที่ ๓๘

ตอนที่ ๓๙

ตอนที่ ๔๐

ตอนที่ ๔๑

ตอนที่ ๔๒

ตอนที่ ๔๓

ตอนที่ ๔๔

ตอนที่ ๔๕

ตอนที่ ๔๖

ตอนที่ ๔๗

ตอนที่ ๔๘

ตอนที่ ๔๙

วันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ผมไปร่วมประชุม คณะกรรมการอำนวยการโครงการประเทศไทยในอนาคต ครั้งที่ ๑   จัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ    กำหนดการประชุม ๙.๐๐ - ๑๒.๓๐ น.   ที่โรงแรม รามา การ์เด้นท์  

ขอย้ำว่า ผมเขียนบันทึกนี้ด้วยความเคารพท่านผู้เกี่ยวข้อง    มีเจตนาเอาเรื่องลึกๆ เชิงวิชาการออกสู่สาธารณชนไทย    ไม่มีเจตนาลบหลู่ท่านใดหรือหน่วยงานใด    และหากข้อเขียนนี้ก่อความระคายเคือง ผมกราบขออภัยไว้ด้วย    ที่จริงข้อเขียนเชิงวิพากษ์มันบอกเป็นนัยไว้แล้วว่า อย่าเชื่อง่าย    ให้อ่านอย่างมีวิจารณญาณ (critical thinking)   

โครงการนี้มี ๑๐ โครงการย่อย ใน ๙ มิติ ดังต่อไปนี้   

  1. 1. ประชากรและโครงสร้างสังคม
  2. 2. สังคม ชนบท ท้องถิ่น
  3. 3. การศึกษา
  4. 4. โครงสร้างพื้นฐาน สิ่งแวดล้อมและพลังงาน
  5. 5. เศรษฐกิจ ผู้ประกอบการ และอุตสาหกรรม
  6. 6. เศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลก เกษตรกรรม และการบริการ
  7. 7. วัฒนธรรมและภาษาไทย (อัตลักษณ์ความเป็นไทย)
  8. 8. การเมือง
  9. 9. บริบทโลก ปัจจัยคุกคาม และความมั่นคงของประเทศ
  10. 10. คนและความเป็นเมือง

คุณสิริธรรม ณ ระนอง แห่ง วช. ส่งเอกสารประกอบการประชุมมาให้ตอนบ่ายวันที่ ๒ พฤศจิกายน (สะท้อนภาพการประชุมที่มีคุณภาพสูง คือมีเอกสารให้อ่านก่อน)      ผมแจ้งกลับไปตอนเช้าวันที่ ๓ ว่า     ผมขอดู TOR ที่ วช. กำหนดให้แก่ผู้เขียนข้อเสนอโครงการทั้ง ๙ เพื่อเอามาพิจารณาว่า เขาเขียนตอบสนองตรงตาม TOR หรือไม่ แค่ไหน     เอกสารที่ส่งมาให้มีแต่คำตอบ ไม่มีโจทย์ จึงพิจารณาข้อเสนอเหล่านั้นไม่ได้

อย่างไรก็ตาม พอจะเดาได้ว่า     นี่คือชุดโครงการวิจัยคาดการณ์อนาคต (Foresight Research)     ที่ทีมวิจัยบางทีมมีความสันทัดมาก     ผมจึงตื่นเต้นที่จะได้ไปเรียนรู้ในเวทีดังกล่าว     แต่เมื่อพิจารณาวิธีจัดการประชุม ที่ให้เวลาเพียง ๓ ชั่วโมงครึ่ง    ผมก็เห็นชัดว่า ผู้จัดการประชุมขาดประสบการณ์ (ผมอาจจะเข้าใจผิด)        

ในสายตาของผม (ซึ่งอาจจะผิด) เรื่องที่จะหารือกันมีประเด็นที่ต้องหารือกันมาก     โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นว่า ชุดโครงการวิจัยที่ใช้เงินราวๆ ๓๐ ล้านบาทใน ๑ ปี (และเข้าใจว่าจะมีปีที่ ๒, ๓) นี้ มีเป้าหมายอะไรแน่   

หากมีเป้าหมายที่รายงานผลการวิจัย    ผมว่าไม่คุ้ม และไม่ควรลงทุน    หากมีเป้าหมายเอาไปใช้ประโยชน์ทันทีในระหว่างกระบวนการวิจัย    เพื่อให้เกิดการปรับตัวเชิงระบบ ใน ๑๐ ประเด็นนั้น    ผมสนับสนุนเต็มที่   

สองเป้าหมายนี้ การจัดการงานวิจัยต่างกันคนละขั้ว     และคณะกรรมการอำนวยการก็ทำงานต่างกันคนละขั้วเช่นกัน    เป้าแรกต้องเน้น content   เป้าหลังต้องเน้น process ของการวิจัย และ process ของการจัดการงานวิจัย    รวมทั้งการสื่อสารสังคม ในลักษณะของสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา

วันที่ ๔ พฤศจิกายน คุณสิริธรรม ส่ง “TOR” มาให้     แต่เอกสารที่ส่งมาไม่ใช่ TOR สำหรับผม     เพราะเขียนกว้างๆ ไม่มีความจำเพาะ ไม่โฟกัส

ข้างบนนั้น เขียนก่อนการประชุม       

การประชุมใช้เวลานานกว่ากำหนด    เลิกบ่ายโมง    ก่อนเลิกผมเสนอว่า ขอตกลงกันให้ชัดเจนว่า ชุดโครงการนี้ไม่ใช่งาน scenario development   แต่เป็น scenario management    เน้น mitigating undesirable scenario     ที่ประชุมเห็นด้วย   

สาระหลักของการประชุมคือ ศ. ดร. สนิท อักษรแก้ว ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แนะนำให้ทีมงานทั้ง ๑๐ ทีม ศึกษาแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ๒๐ ปี    และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒    แล้วทำงานต่อยอดจากสาระในเอกสารทั้งสอง     ผมเตรียมไปเสนอให้ศึกษา ข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปเมื่อปี ๒๕๕๔ (๑)    และข้อเขียนของคุณอนุช อาภาภิรม ในมติชนสุดสัปดาห์ เรื่อง วิกฤติศตวรรษที่ ๒๑ (๒) แต่ลืมพูด    เห็นได้ชัดเจนว่า ชุดโครงการนี้ ต้องไม่เน้นการเก็บข้อมูลใหม่    แต่เน้นการนำข้อมูลที่มีการศึกษาและเขียนรายงานไว้ละเอียดมากแล้วไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลดีต่อสังคมไทย    เน้นที่ความเท่าเทียมกันในสังคม

ผมชอบคำแนะนำของ ศ. ดร. มิ่งสรรพ์ ขาวสะอาด มาก ที่แนะให้ทีมวิจัยหาทางฉีกแนวมุมมองออกจากแนวเดิมๆ แบบราชการ    โดยท่านสามารถชี้ประเด็นลงไปในแต่ละโครงการว่าควรพิจารณามุมมองแบบไหน    อีกคำแนะนำหนึ่งคือ ควรฟังความเห็นจากคน Gen Y ด้วย    เพื่อให้ได้มุมมองที่แตกต่าง    ผมได้รับความรู้มากจริงๆ จากคำแนะนำของท่าน   

มองจากมุมของการจัดการงานวิจัยเชิงประยุกต์     วช. คงต้องเรียนรู้และพัฒนาวิธีจัดการงานวิจัยแบบนี้     คงต้องคิด management platform ใหม่

หลังเลิกประชุม และไปรับประทานอาหารเที่ยง  ผมคิดโมเดลการให้ทุนวิจัยแบบใหม่    ตั้งชื่อว่า Reversed Scenario Management และเดินไปบอกท่าน ผอ. สวช. ศ. นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล แบบคร่าวๆ และรับปากว่าจะเขียนเสนอแนะให้    ซึ่งจะเป็นบันทึกตอนที่ ๕๑ ของบันทึกชุด วิพากษ์ยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ๒๐ ปี นี้

วิจารณ์ พานิช        

๖ พ.ย. ๖๒

         

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (0)