
รอบแรก
12 ขวบ ก็คงมีเพียงเรื่องราวทั่วไปในวัยเด็ก กิน เล่น เน้นนอน เรียนสอน ฝึกเขียนอ่านจำ ไปเรียนหนังสือวันจันทร์ถึงศุกร์ แล้วคิดถึงวันเสาร์อาทิตย์ จะได้เที่ยวเล่น ท่องไพร ... ชีวิตคนเราต่างกรรมต่างวาระ นับแต่จำความได้ ก็พักอาศัยอยู่สองที่ บ้านตายายเป็นหลัก โตได้สักพักจึงย้ายมาพักที่บ้านหลังเล็ก ฝาหนึ่งเป็นยุ้งฉางหน้าบ้านลุงกับป้า จำได้ครั้งหนึ่งเคยโดนหลอกจากครัวบ้านยายในเย็นย่ำพลบค่ำเสาร์อาทิตย์ อยู่บ้านกับแม่เพียงสองตน มีสองคนหน้าแปลกมาทายทักเสนอขายสินค้าทำทีท่าสอบถามแม่ในครัวที่กำลังหุงหา อีกคนจึงขอไหว้วานให้ไปส่งที่ปากซอยท้ายบ้าน อาทิตย์อัสดง ซอยเปลี่ยว แสงไฟสลัว เดินคุยกับคนแปลกหน้าไปจนถึงอีกฝั่งทางออกถนนหลัก เขาบอกให้รอสักพักรถตู้จะมา มีของกำนัลตอบแทนค่าเดินมาส่ง คงด้วยอานิสงส์แห่งความดี ป้ากับพี่ข้างบ้านผ่านมาจึงได้ร้องทายทัก สักพักรถตู้มาจอด หญิงสาวหน้าแปลกจึงหยิบของกำนัลมอบให้เพื่อตอบแทน หันหลังกลับเข้าซอยเพื่อเดินกลับบ้าน มินานก็ได้เจอน้าชายเดินมาดักดูกระหืดกระหอบดั่งมีเรื่องร้าย ผู้เป็นหลานชายก็มิได้สงสัยกระไรอื่น เดินยิ้มชื่นมื่น ยื่นสิ่งของให้น้าชายดู กลับถึงบ้านแล้วดูแปลกตา ญาติมิตรพร้อมหน้าสาละวน อดฉงนสงสัยมิได้ แต่ก็ผ่อนคลายนอนดูทีวี มิทันจะได้ดื่มกินมื้อค่ำ พ่อเดินทางจากบ้านปู่ ขึ้นบันไดมาพร้อมเสียงเอ่ยถาม “ไหนไอ้คนจะโดนรถตู้จับเด็กไป” ความรู้สึกนึกคิดจึงคลายฉงนลงในคำถามจากผู้เป็นพ่อ... พออายุได้เจ็ดขวบ น้องชายคนเล็กได้ 7 เดือนกลางฤดูฝน เสาร์อาทิตย์มักผันตนไปอยู่บ้านปู่ย่าอาลุง พี่น้องกำลังมุ่งหน้าขมีขมันดำนา หลาน ๆ ก็นั่งคอยท่าที่ริมคลอง สักพักเห็นพี่สาวแฝดทั้งสองซุบซิบดูแปลกไป สักพักป้าเดินมาใกล้ บอกขึ้นจักรยานซ้อนท้ายเข้าหมู่บ้านไปบ้านยาย ไปมิทันถึงหัวกระได เสียงแม่ร้องไห้ดั่งจะขาดใจ เอ๊ะ เกิดอะไรในบ้านฉัน ญาติมิตรสารพันตระเตรียม ยืนมองดูสักครู่ จึงรู้ว่าพ่อได้จากไปแล้ว รอการขนส่งร่างจากท้องนามาบ้านเรา เย็นย่ำวันเสาร์จึงเศร้ากว่าวันใด ๆ ในหมู่ญาติ แต่ฉันด้วยขลาดเขลา จึงมิรู้หนักเบาแห่งการลาจากของผู้เป็นบิดา... เวลาเคลื่อนคล้อย เรียนบ้าง อ่านบ้างอย่างหมู่เพื่อน แต่แชเชือนท่องหนังสือฝึกปรือสมอง ไม่เก่งเลข ไม่เก่งศิลปะดนตรีประลอง แต่ชอบท่องร้อยรสบทกวี เรียนดีในระดับปานกลาง แต่ยังไม่สว่างกระจ่างนัก แต่ก็ยังหลงรักสนุกสนาน ยิ้มชื่นบานตามอารมณ์สมฤทัย เวลาล่วงเลยผ่านไป เริ่มเติบใหญ่ในหมู่ญาติ แม้ขาดแต่เกิน ไปไหนใครก็เอ็นดู อุ้มชูชมชิดพิสมัย ขาดพ่อยังแม่แต่อยู่ไกล พี่ป้าน้าอาตายายได้เลี้ยงดู เติบโตสมฐานะในวัย 12 ขวบบริบูรณ์