ชีวิตที่พอเพียง 3615. สร้างความศักดิ์สิทธิ์ขึ้นใหม่


ยังอยู่ที่เรื่อง complexity  ต่อจากบันทึกที่ 3614 นะครับ บทความเรื่อง Far from equilibrium : religion and science at the edge of chaos  น่าอ่านมาก    เล่าเรื่องการพบกันของปราชญ์สองคนเมื่อกว่า ๒๐ ปีมาแล้ว     มีการเสนอว่า ต้องฟื้นความหมายของคำว่า “ศักดิ์สิทธิ์” (sacred) ขึ้นใหม่    จากความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์   

วิทยาศาตร์ไม่ได้เป็นปฏิปักษ์กับความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์นะครับ    แต่ต้องนิยามความศักดิ์สิทธิ์ใหม่  

กล่าวใหม่ว่า ในสมัยก่อนความศักดิ์สิทธิ์เป็นเรื่องลี้ลับ    แต่สมัยนี้ตีความเป็นวิทยาศาสตร์ได้     เอาวิทยาศาสตร์มาอธิบายความศักดิ์สิทธิ์ได้     และวิทยาศาสตร์นั้นคือศาสตร์ว่าด้วยความซับซ้อน – complexity  

ในช่วงที่อากาศมีฝุ่นมาก  ผมมีเครื่องขจัดฝุ่นแบบเคลื่อนที่ได้ห้อยคอไว้    เมื่อมีคนถามว่าอะไร     ผมตอบว่า “หลวงพ่อ คุ้มกันฝุ่น)    และอธิบายต่อว่า ที่เรียกว่าหลวงพ่อพระเครื่องก็เพราะไม่ทราบว่าจะให้ผลคุ้มครองได้จริงตามคำโฆษณาหรือไม่     ที่แขวนก็เพราะหวังว่าจะช่วยได้บ้าง  พอเป็นกำลังใจ

ชื่อบทความบอกว่า การก่อเกิดสิ่งใหม่ เกิดขึ้นได้ หรือเกิดขึ้นง่ายที่ขอบของความยุ่งเหยิง     เขาทบทวนพัฒนาการของวิทยาการในโลกตะวันตกมาอย่างละเอียดดี    อ่านแล้วได้ความรู้มาก    แต่ผมคิดว่าขาดไป ๒ ด้าน คือด้านศาสนา กับด้านพัฒนาการของศิลปะวิทยาในโลกตะวันออก   

ผมลากเข้าหาการตีความจากประสบการณ์ส่วนตัว     ผมตีความความศักดิ์สิทธิ์ (sacred) ว่าเป็นพลังชนิดหนึ่ง     ที่มีอยู่ในธรรมชาติ รวมทั้งในตัวมนุษย์     ที่ขอบของความยุ่งเหยิงอลหม่าน หากตั้งมั่นอยู่ที่เป้าหมายที่ทรงคุณค่าให้ดี    พลังความศักดิ์สิทธิ์จะออกมาช่วยออกฤทธิ์    ให้สามารถทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ (make the impossible possible)     

 การตั้งมั่นในเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่  อาศัยพลังศรัทธาในการทำเพื่อประโยชน์ที่เหนือเป้าหมายเพื่อตนเอง ที่เรียกว่า transcendental purpose   ศรัทธามุ่งมั่นในการทำสิ่งที่มีคุณค่าสูงส่ง     ในสภาพที่ยุ่งเหยิงอลหม่านจะเปิดช่องให้พลัง order ที่ซ่อนอยู่ใน chaos ช่วย    ผมมีประสบการณ์ตรงในการทำงานของตนเอง     ที่มุ่งมั่นทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ในท่ามกลางความสับสน มีทั้งคนสนับสนุนและคัดค้าน     มีอุปสรรครอบด้าน    แต่ในที่สุดผลออกมาดี    ผมอธิบายให้เพื่อนร่วมงานว่า “เทวดาช่วย”     เพราะไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร   

สรุปว่า ความศักดิ์สิทธิ์อยู่ในตัวเราเอง     แต่พลังศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่อยู่ในธรรมชาติรอบตัวเรา      หากสถานการณ์ราบรื่นดี  พลังศักดิ์สิทธิ์จะไม่ปรากฏ       โอกาสที่พลังศักดิ์สิทธิ์จะปรากฏ คือสภาพโกลาหลอลหม่าน     ในสภาพนั้นสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะมาออกฤทธิ์ได้ต้องมีสื่อหรือสะพานเชื่อม    สิ่งนั้นคือความมุ่งมั่นเพื่อทำสิ่งที่มีคุณค่าสูงส่ง    ดังนั้นจะเห็นว่า พระเครื่องเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์จริง     และเกจิอาจารย์ทั้งหลายจะบอกเสมอว่า พระเครื่องจะช่วยเมื่อเราอยู่ในศีลในธรรม คือทำความดี     และผมขอแถมว่า เราต้องมานะพยายามช่วยตัวเองอย่างสุดฤทธิ์ก่อน  แล้วสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะมาช่วย    คนที่งอมืองอเท้ารอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วย จะไม่ประสบความสำเร็จ   

เห็นไหมครับ    ผมก็สร้างความศักดิ์สิทธิ์ได้ จากการตีความประสบการณ์ชีวิตของผม ผสมกับการเรียนรู้เรื่อง complexity, chaos, order    แต่ที่ผมสร้างจะเป็นจริงแค่ไหน เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ผมยังติดใจท่านปราชญ์ Stuart Kauffman    จึงเข้าไปใน YouTube ค้นโดยใช้ชื่อของท่าน พบ Linus Pauling Memorial Lecture เรื่อง Reinventing the Sacred Science, Reason, & Religion บรรยายเมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๕๒    การบรรยายนี้เป็นเรื่องศิลปะ วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ และศาสนา    แต่ตอนเริ่มท่านเล่าเรื่องความฝันที่จะบำบัดมะเร็งให้หายขาดได้ จากการวิจัย de-differentiation   ปราชญ์ท่านนี้รู้กว้างจริงๆ     การบรรยายนี้เกิดขึ้นเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว     แต่เพิ่งมีการเอาขึ้น YouTube เมื่อปีที่แล้ว

ท่านอธิบายหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่า     จักรวาลนี้มีพื้นที่หรือโอกาสให้สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นได้มากกว่าที่เป็นอยู่มากมายนัก     และที่เรียกว่าประวัติศาสตร์ซ้ำรอยนั้น มันเกี่ยวกับเรื่องเล็กๆ    เรื่องใหญ่ๆ มันไม่ซ้ำรอย  มันเกิดใหม่      เพราะโอกาสเกิดใหม่มันมีมาก    และจักรวาลก็ขยายตัวไปเรื่อยๆ      

วิจารณ์ พานิช    

๒๖ ธ..ค. ๖๒


   

หมายเลขบันทึก: 674642เขียนเมื่อ 23 มกราคม 2020 21:20 น. ()แก้ไขเมื่อ 23 มกราคม 2020 21:20 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี