วิพากษ์ยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) 60. โครงสร้างพื้นฐานคุณภาพของประเทศสำหรับนวัตกรรม

ตอนที่ ๑

ตอนที่ ๒

ตอนที่ ๓

ตอนที่ ๔

ตอนที่ ๕

ตอนที่ ๖

ตอนที่ ๗

ตอนที่ ๘

ตอนที่ ๙

ตอนที่ ๑๐

ตอนที่ ๑๑

ตอนที่ ๑๒

ตอนที่ ๑๓

ตอนที่ ๑๔

ตอนที่ ๑๕

ตอนที่ ๑๖

ตอนที่ ๑๗

ตอนที่ ๑๘

ตอนที่ ๑๙

ตอนที่ ๒๐

ตอนที่ ๒๑

ตอนที่ ๒๒

ตอนที่ ๒๓

ตอนที่ ๒๔

ตอนที่ ๒๕

ตอนที่ ๒๖

ตอนที่ ๒๗

ตอนที่ ๒๘

ตอนที่ ๒๙

ตอนที่ ๓๐

ตอนที่ ๓๑

ตอนที่ ๓๒

ตอนที่ ๓๓

ตอนที่ ๓๔

ตอนที่ ๓๕

ตอนที่ ๓๖

ตอนที่ ๓๗

ตอนที่ ๓๘

ตอนที่ ๓๙

ตอนที่ ๔๐

ตอนที่ ๔๑

ตอนที่ ๔๒

ตอนที่ ๔๓

ตอนที่ ๔๔

ตอนที่ ๔๕

ตอนที่ ๔๖

ตอนที่ ๔๗

ตอนที่ ๔๘

ตอนที่ ๔๙

ตอนที่ ๕๐

ตอนที่ ๕๑

ตอนที่ ๕๒

ตอนที่ ๕๓

ตอนที่ ๕๔

ตอนที่ ๕๕

ตอนที่ ๕๖

ตอนที่ ๔๗

ตอนที่ ๕๘

ตอนที่ ๕๙

การประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  ครั้งที่ ๔/๒๕๖๒ ที่ สอวช. เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๒ มีวาระ กลไกการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพของประเทศสำหรับนวัตกรรม (NQI for Innovation)  เข้าสู่การเสวนา  ผมคัดลอกจากรายงานการประชุมดังนี้    

“นางสาวนิสากร จึงเจริญธรรม อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ นำเสนอต่อที่ประชุม  เรื่องกลไกการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศสำหรับนวัตกรรม หรือ National Quality Infrastructure (NQI)    NQI for Innovation เพื่อให้สอดรับกับการพัฒนาโครงสร้างระบบราชการของ อว. ที่กำหนดให้ต้องตราพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์บริการตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชนให้แล้วเสร็จภายในสามปี ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๓๘

โครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ ประกอบด้วย ๓ เรื่องหลัก ดังนี้

  • ๑. การกำหนดมาตรฐาน (Standard)    มีมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ มาตรฐานสากล เช่น องค์การภูมิภาคแปซิฟิกว่าด้วยการรับรองระบบงาน (Pacific Accreditation Cooperation: PAC) และองค์การ ระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน ( International Organization for Standardization: ISO)/ คณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐานสาขาอิเล็กทรอเทคนิกส์(International Electro-technical Commission: IEC)/ คณะกรรมาธิการโครงการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (Codex Alimentarius International Food Standard: CODEX)/ ส ห ภ า พ โ ท ร ค ม น า ค ม น า น า ช า ติ (International Telecommunication Union: ITU) และมาตรฐานในประเทศ เช ่น พระราชบัญญัติมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๑ โดยจัดให้มี หน่วยงานด้านมาตรฐานของประเทศ (National Standard Body: NSB)
  • ๒. การรับรองระบบงาน (Accreditation)   มีมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ มาตรฐานสากล เช่น องค์การภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกว่าด้วยการรับรองระบบงาน (Asia Pacific Accreditation Cooperation: APAC) และองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการรับรองระบบงาน (International Accreditation Forum Inc: (IAF)/ องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการรับรองห้องปฏิบัติการ (International Laboratory Accreditation Cooperation: ILAC) และมาตรฐานในประเทศ เช่น พระราชบัญญัติการมาตรฐานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยจัด ให้มีหน่วยงาน ดังนี้

 ๒.๑ หน่วยรับรอง (Accreditation Body: AB) ISO/IEC ๑๗๐๑๑

 ๒.๒ หน่วยตรวจสอบและรับรอง (Conformity Assessment Body: CAB) มีจำนวนหน่วยงานใน ประเทศ จำนวน ๒๐,๖๙๖ หน่วยงาน โดยเป็นหน่วยงาน CABs ที่ได้รับการรับรอง จำนวน ๑,๐๓๖ หน่วยงาน ประกอบด้วย

     ๑) หน่วยรับรอง (Certification Body: CB) มีจำนวน ๓๓ หน่วยงาน (สังกัด อว. จำนวน ๓ หน่วยงาน)

     ๒) หน่วยตรวจ (Inspection Body: IB) มีจำนวน ๒๙ หน่วยงาน (ไม่มีหน่วยงานที่สังกัด อว.)

     ๓) ห้องปฏิบัติการ (Laboratory: Lab) มีจำนวน ๙๗๔ หน่วยงาน (สังกัด อว. จำนวน ๓๐ หน่วยงาน) โดยมีหน่วยงานที่สามารถให้การรับรองห้องปฏิบัติการ จำนวน ๓ หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงาน มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (วพ.)

  • ๓. มาตรวิทยา (Metrology) มีมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ มาตรฐานสากลของ องค์กรมาตร วิทยาระดับภูมิภาค (Asia Pacific Metrology Programme: APMP) และสำนักงานชั่งตวงวัดระหว่างประเทศ (International Bureau of Weights and Measures: BIPM) และมาตรฐานในประเทศ เช่น พระราชบัญญัติ พัฒนาระบบมาตรวิทยาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๐ และ พ.ศ. ๒๕๕๙ พระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ พ.ศ. ๒๕๔๙ และ พ.ศ.๒๕๕๗ โดยจัดให้มีสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (National Institute of Metrology: NIM) ประกอบด้วย

            ๑) ห้องปฏิบัติการสอบเทียบระดับทุติยภูมิ (Secondary Calibration Laboratory) มีจำนวน ๕ หน่วยงาน (สังกัด อว. จำนวน ๑หน่วยงาน)

          ๒) ห้องปฏิบัติการสอบเทียบระดับปฏิบัติงาน (Working Calibration Laboratory) มีจำนวน ๑๙๖ หน่วยงาน (สังกัด อว. จำนวน ๖ หน่วยงาน)

          ทั้งนี้โครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ ๓ เรื่องหลักดังกล่าวข้างต้น จำเป็นต้องมีการกำกับ ดูแลตลาด (Market Surveillance) โดยมีหน่วยงานกำกับ (Regulatory Body: RB) จำนวน ๑๘ หน่วยงาน เช่น กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กรมการค้าต่างประเทศ สำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์บริการเป็นหน่วยงานสนับสนุนในการตรวจสอบและรับรอง

          จากการดำเนินงานขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศสำหรับนวัตกรรม พบ ข้อจำกัดบางประการ เช่น ขาดนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ ขาด การบูรณาการด้านข้อมูลที่แสดงศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม กฎระเบียบ และมาตรฐานของประเทศไม่เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรม ขาดการบูรณาการของหน่วยงานเกี่ยวกับ โครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ หน่วยตรวจสอบและรับรองที่มีศักยภาพมีจำนวนไม่เพียงพอและไม่ ครอบคลุมต่อการพัฒนาขีดความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศ รวมถึงการไม่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ

        ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมให้เกิดประสิทธิผล และมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ โดยปรับภารกิจของกรมวิทยาศาสตร์บริการ และจัดตั้งเป็นสถาบันวิทยาศาสตร์ บริการ (องค์การมหาชน) ภายในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ เพื่อให้เป็นหน่วยงานที่เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมและ สนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ ดังนี้

           ๑) ขับเคลื่อนมาตรฐาน (Standard) โดยการส่งเสริม พัฒนามาตรฐานแบบเป็นทางการและไม่ เป็นทางการ (Standard/Informal Standard) และส่งเสริมการใช้ประโยชน์เครื่องหมายคุณภาพสินค้าและ บริการ

           ๒) ขับเคลื่อนระบบการวัด (Measurement) โดยพัฒนาระบบการวัดและเทคนิคทาง ห้องปฏิบัติการ และบูรณาการให้ความร่วมมือระหว่างห้องปฏิบัติการ

         ๓) ขับเคลื่อนการรับรองคุณภาพห้องปฏิบัติการสำหรับงานวิจัย โดยการส่งเสริม พัฒนา CABs จัดทำคลังข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพ และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการยกระดับโครงสร้าง พื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ

         ๔) ขับเคลื่อนพัฒนาหน่วยตรวจสอบและรับรอง โดยการรับรองระบบงาน CABs และพัฒนา ระบบและหลักเกณฑ์การประกันคุณภาพงานนวัตกรรม และการวิจัย

         ๕) ขับเคลื่อนกำลังคนด้านโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ (NQI) โดยการพัฒนา ศักยภาพบุคลากรในระบบ NQI”  

สรุปว่า สถานการณ์ของประเทศด้าน NQI for Innovation มีดังนี้

  1. 1. ฐานข้อมูลศักยภาพของห้องปฏิบัติการในประเทศ  มีหลายฐานข้อมูล  และไม่เป็นปัจจุบัน
  2. 2. กฎระเบียบและมาตรฐานในประเทศ   ไม่ครอบคลุม ไม่ทันสมัย   พัฒนาไม่ทันกับผลิตภัณฑ์นวัตกรรม
  3. 3. ขาดการบูรณาการของหน่วยตรวจสอบและรับรองภายในประเทศ
  4. 4. สินค้าบางประเภทได้รับการรับรองมาตรฐานในประเทศแล้ว ยังต้องขอการรับรองจากหน่วยรับรองต่างชาติ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ
  5. 5. คุณภาพไม่ใช่สิ่งแรกที่คนไทยนึกถึง
  6. 6. ขาดการบูรณาการข้อมูล 

        Pain point ของระบบ NQI มี ๕ ประการคือ

  1. 1. ขาดนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพของประเทศ
  2. 2. ขาดการบูรณาการข้อมูลที่แสดงศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพของประเทศอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม
  3. 3. กฎระเบียบ ข้อกำหนด มาตรฐานของประเทศ ไม่ครอบคลุม ไม่ทันต่อการพัฒนาเทคโนโลยี และไม่เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรม
  4. 4. ขาดการบูรณาการของหน่วยงานเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพของประเทศ
  5. 5. หน่วยตรวจสอบและรับรองที่มีศักยภาพมีจำนวนไม่เพียงพอ และไม่ครอบคลุมต่อการพัฒนาขีดความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศ

การยกระดับประเทศไทย สู่ประเทศรายได้สูง และสังคมดี    ต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่เปลี่ยนแปลงจากเดิมหลายด้าน    ด้านหนึ่งคือ ระบบคุณภาพเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรม

วิจารณ์ พานิช        

๑๕ ม.ค. ๖๓

      

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (0)