การประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ครั้งที่ ๔/๒๕๖๒ ที่ สอวช. เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๒ มีวาระ กลไกการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานคุณภาพของประเทศสำหรับนวัตกรรม (NQI for Innovation) เข้าสู่การเสวนา ผมคัดลอกจากรายงานการประชุมดังนี้
“นางสาวนิสากร จึงเจริญธรรม อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ นำเสนอต่อที่ประชุม เรื่องกลไกการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศสำหรับนวัตกรรม หรือ National Quality Infrastructure (NQI) NQI for Innovation เพื่อให้สอดรับกับการพัฒนาโครงสร้างระบบราชการของ อว. ที่กำหนดให้ต้องตราพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันวิทยาศาสตร์บริการตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชนให้แล้วเสร็จภายในสามปี ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๓๘
โครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ ประกอบด้วย ๓ เรื่องหลัก ดังนี้
- ๑. การกำหนดมาตรฐาน (Standard) มีมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ มาตรฐานสากล เช่น องค์การภูมิภาคแปซิฟิกว่าด้วยการรับรองระบบงาน (Pacific Accreditation Cooperation: PAC) และองค์การ ระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน ( International Organization for Standardization: ISO)/ คณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐานสาขาอิเล็กทรอเทคนิกส์(International Electro-technical Commission: IEC)/ คณะกรรมาธิการโครงการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (Codex Alimentarius International Food Standard: CODEX)/ ส ห ภ า พ โ ท ร ค ม น า ค ม น า น า ช า ติ (International Telecommunication Union: ITU) และมาตรฐานในประเทศ เช ่น พระราชบัญญัติมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๑ โดยจัดให้มี หน่วยงานด้านมาตรฐานของประเทศ (National Standard Body: NSB)
- ๒. การรับรองระบบงาน (Accreditation) มีมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ มาตรฐานสากล เช่น องค์การภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกว่าด้วยการรับรองระบบงาน (Asia Pacific Accreditation Cooperation: APAC) และองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการรับรองระบบงาน (International Accreditation Forum Inc: (IAF)/ องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการรับรองห้องปฏิบัติการ (International Laboratory Accreditation Cooperation: ILAC) และมาตรฐานในประเทศ เช่น พระราชบัญญัติการมาตรฐานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยจัด ให้มีหน่วยงาน ดังนี้
๒.๑ หน่วยรับรอง (Accreditation Body: AB) ISO/IEC ๑๗๐๑๑
๒.๒ หน่วยตรวจสอบและรับรอง (Conformity Assessment Body: CAB) มีจำนวนหน่วยงานใน ประเทศ จำนวน ๒๐,๖๙๖ หน่วยงาน โดยเป็นหน่วยงาน CABs ที่ได้รับการรับรอง จำนวน ๑,๐๓๖ หน่วยงาน ประกอบด้วย
๑) หน่วยรับรอง (Certification Body: CB) มีจำนวน ๓๓ หน่วยงาน (สังกัด อว. จำนวน ๓ หน่วยงาน)
๒) หน่วยตรวจ (Inspection Body: IB) มีจำนวน ๒๙ หน่วยงาน (ไม่มีหน่วยงานที่สังกัด อว.)
๓) ห้องปฏิบัติการ (Laboratory: Lab) มีจำนวน ๙๗๔ หน่วยงาน (สังกัด อว. จำนวน ๓๐ หน่วยงาน) โดยมีหน่วยงานที่สามารถให้การรับรองห้องปฏิบัติการ จำนวน ๓ หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงาน มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (วพ.)
- ๓. มาตรวิทยา (Metrology) มีมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ มาตรฐานสากลของ องค์กรมาตร วิทยาระดับภูมิภาค (Asia Pacific Metrology Programme: APMP) และสำนักงานชั่งตวงวัดระหว่างประเทศ (International Bureau of Weights and Measures: BIPM) และมาตรฐานในประเทศ เช่น พระราชบัญญัติ พัฒนาระบบมาตรวิทยาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๐ และ พ.ศ. ๒๕๕๙ พระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัด พ.ศ. ๒๕๔๒ พ.ศ. ๒๕๔๙ และ พ.ศ.๒๕๕๗ โดยจัดให้มีสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (National Institute of Metrology: NIM) ประกอบด้วย
๑) ห้องปฏิบัติการสอบเทียบระดับทุติยภูมิ (Secondary Calibration Laboratory) มีจำนวน ๕ หน่วยงาน (สังกัด อว. จำนวน ๑หน่วยงาน)
๒) ห้องปฏิบัติการสอบเทียบระดับปฏิบัติงาน (Working Calibration Laboratory) มีจำนวน ๑๙๖ หน่วยงาน (สังกัด อว. จำนวน ๖ หน่วยงาน)
ทั้งนี้โครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ ๓ เรื่องหลักดังกล่าวข้างต้น จำเป็นต้องมีการกำกับ ดูแลตลาด (Market Surveillance) โดยมีหน่วยงานกำกับ (Regulatory Body: RB) จำนวน ๑๘ หน่วยงาน เช่น กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กรมการค้าต่างประเทศ สำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์บริการเป็นหน่วยงานสนับสนุนในการตรวจสอบและรับรอง
จากการดำเนินงานขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศสำหรับนวัตกรรม พบ ข้อจำกัดบางประการ เช่น ขาดนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ ขาด การบูรณาการด้านข้อมูลที่แสดงศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม กฎระเบียบ และมาตรฐานของประเทศไม่เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรม ขาดการบูรณาการของหน่วยงานเกี่ยวกับ โครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ หน่วยตรวจสอบและรับรองที่มีศักยภาพมีจำนวนไม่เพียงพอและไม่ ครอบคลุมต่อการพัฒนาขีดความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศ รวมถึงการไม่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ
ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมให้เกิดประสิทธิผล และมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ โดยปรับภารกิจของกรมวิทยาศาสตร์บริการ และจัดตั้งเป็นสถาบันวิทยาศาสตร์ บริการ (องค์การมหาชน) ภายในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ เพื่อให้เป็นหน่วยงานที่เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมและ สนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ ดังนี้
๑) ขับเคลื่อนมาตรฐาน (Standard) โดยการส่งเสริม พัฒนามาตรฐานแบบเป็นทางการและไม่ เป็นทางการ (Standard/Informal Standard) และส่งเสริมการใช้ประโยชน์เครื่องหมายคุณภาพสินค้าและ บริการ
๒) ขับเคลื่อนระบบการวัด (Measurement) โดยพัฒนาระบบการวัดและเทคนิคทาง ห้องปฏิบัติการ และบูรณาการให้ความร่วมมือระหว่างห้องปฏิบัติการ
๓) ขับเคลื่อนการรับรองคุณภาพห้องปฏิบัติการสำหรับงานวิจัย โดยการส่งเสริม พัฒนา CABs จัดทำคลังข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพ และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการยกระดับโครงสร้าง พื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ
๔) ขับเคลื่อนพัฒนาหน่วยตรวจสอบและรับรอง โดยการรับรองระบบงาน CABs และพัฒนา ระบบและหลักเกณฑ์การประกันคุณภาพงานนวัตกรรม และการวิจัย
๕) ขับเคลื่อนกำลังคนด้านโครงสร้างพื้นฐานทางคุณภาพของประเทศ (NQI) โดยการพัฒนา ศักยภาพบุคลากรในระบบ NQI”
สรุปว่า สถานการณ์ของประเทศด้าน NQI for Innovation มีดังนี้
- 1. ฐานข้อมูลศักยภาพของห้องปฏิบัติการในประเทศ มีหลายฐานข้อมูล และไม่เป็นปัจจุบัน
- 2. กฎระเบียบและมาตรฐานในประเทศ ไม่ครอบคลุม ไม่ทันสมัย พัฒนาไม่ทันกับผลิตภัณฑ์นวัตกรรม
- 3. ขาดการบูรณาการของหน่วยตรวจสอบและรับรองภายในประเทศ
- 4. สินค้าบางประเภทได้รับการรับรองมาตรฐานในประเทศแล้ว ยังต้องขอการรับรองจากหน่วยรับรองต่างชาติ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ
- 5. คุณภาพไม่ใช่สิ่งแรกที่คนไทยนึกถึง
- 6. ขาดการบูรณาการข้อมูล
Pain point ของระบบ NQI มี ๕ ประการคือ
- 1. ขาดนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพของประเทศ
- 2. ขาดการบูรณาการข้อมูลที่แสดงศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพของประเทศอย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม
- 3. กฎระเบียบ ข้อกำหนด มาตรฐานของประเทศ ไม่ครอบคลุม ไม่ทันต่อการพัฒนาเทคโนโลยี และไม่เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรม
- 4. ขาดการบูรณาการของหน่วยงานเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพของประเทศ
- 5. หน่วยตรวจสอบและรับรองที่มีศักยภาพมีจำนวนไม่เพียงพอ และไม่ครอบคลุมต่อการพัฒนาขีดความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศ
การยกระดับประเทศไทย สู่ประเทศรายได้สูง และสังคมดี ต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่เปลี่ยนแปลงจากเดิมหลายด้าน ด้านหนึ่งคือ ระบบคุณภาพเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรม
วิจารณ์ พานิช
๑๕ ม.ค. ๖๓