วันที่ ๘ และ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓ มีการประชุม คณะกรรมการกำกับการประเมินประสิทธิภาพและผลการปฏิบัติราชการของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๓ และครั้งที่ ๒/๒๕๖๓ คณะกรรมการชุดนี้มี ศ. ดร. บวรศักดิ์ อุวรรโณ เป็นประธาน มีกรรมการอีก ๔ คน ท่านรองเลขาธิการ กพร. นันทนา ธรรมสโรจน์ มาเป็นเลขานุการของคณะกรรมการเอง
ชื่อคณะกรรมการส่อว่าเป็นการประเมินประสิทธิภาพและผลการปฏิบัติงาน แต่เมื่อจบการประชุม ๒ ครั้ง การประเมินเปลี่ยนเป็น การประเมินเพื่อหาลู่ทางพัฒนา (DE - Developmental Evaluation) ตามแนวทางในหนังสือ Developmental Evaluation Examplars : Principles in Practice (2016) ซึ่งเป็นงานที่จะก่อคุณประโยชน์ต่อระบบ ววน. และต่อประเทศไทยมาก เราจะได้รู้จักการประเมินแบบใหม่สำหรับใช้ขับเคลื่อนการพัฒนาเรื่องยากๆ ที่ซับซ้อนและเป็นพลวัต
โชคดีที่ทาง สอวช. ภายใต้ความร่วมมือกับ STIPI ของ มจธ. ได้ศึกษาเรื่อง DE ไว้ก่อนแล้ว เมื่อถึงคราวต้องการนำมาใช้งานจริงจึงพูดกันรู้เรื่องง่าย ตกลงกันว่า หัวหน้าทีมเก็บข้อมูลคือ ผศ. ดร. สันติ เจริญพรวัฒนา
หลักการสำคัญที่สุดคือ ใช้การประเมินแบบ DE เพื่อหนุนให้ สวช. Transform ตนเอง สู่การทำหน้าที่ ๖ อย่าง ในระบบ ววน. ที่กำลัง transform ระบบอยู่ในขณะเดียวกัน งานนี้จึงไม่ใช่การประเมินเป้านิ่งอย่างที่เราคุ้นเคย แต่เป็นการประเมินการ transform องค์กร สู่เป้าที่กำลังผุดบังเกิด (emergent) ในระบบที่กำลังเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงและปรับตัว
ประชุมครั้งที่ ๒ เสร็จตอน ๑๖ น. ของวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ผมดีใจสุดๆ ที่ได้มีส่วนขับเคลื่อนการประเมินแบบใหม่ให้แก่สังคมไทย แต่ก็ต้องรอดูไปเกือบสองปี ว่าเราจะช่วยกันนำการประเมินแบบ DE มาทำประโยชน์แก่ สวช. / ระบบ ววน. ได้จริงหรือไม่ วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๕ คณะกรรมการกำกับการประเมินฯ จะต้องเสนอผลการประเมินต่อคณะกรรมการขับเคลื่อนระบบ อววน. เพื่อรายงานต่อ รมต. อว. ภายในวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๕
ช่วงเวลา ๒๑ เดือนจากนี้ไป จึงเป็นช่วงเรียนรู้ DE สำหรับผม พ่วงด้วยการเรียนรู้กระบวนการ transform องค์กร คือ สวช. ซึ่งจะ transform ไปพร้อมๆ กันกับการ transform ระบบ ววน. ชีวิตยามชรากลับมีชีวิตชีวาไปอีกแบบ
หน้าที่ ๖ อย่างของ สวช. ตาม พรบ. ระเบียบบริหารราชการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๑๓ ได้แก่
- 1. ให้ทุนวิจัยและนวัตกรรม
- 2. จัดทำฐานข้อมูลและดัชนีด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ
- 3. ริเริ่ม ขับเคลื่อนและ ประสานการดำเนินงานโครงการวิจัยและนวัตกรรมที่สำคัญของประเทศ
- 4. จัดทำมาตรฐานและจริยธรรมการวิจัย
- 5. ส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้เพื่อใช้ประโยชน์
- 6. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนา บุคลากรด้านการวิจัยและนวัตกรรมและการให้รางวัล ประกาศเกียรติคุณ หรือยกย่องบุคคลหรือ หน่วยงานด้านการวิจัยและนวัตกรรม
โดยผมชี้ให้ที่ประชุมเห็นว่า หน้าที่ตามข้อ ๖ สามารถตีความคุณค่าให้สูงขึ้นว่า เป็นการสื่อสารสังคม ให้สังคมไทยเห็นคุณค่าของการลงทุนสนับสนุน ววน. ซึ่งจะนำไปสู่การแสดงประชามติต่อนักการเมืองให้มีนโยบายสนับสนุนทรัพยากรแก่ระบบ ววน.
ก่อนจบ ที่ประชุมได้ข้อสรุปแนวทางประเมิน ๖ ประการ ได้แก่
- 1. ใช้กระบวนทัศน์เชิงบวก มองเป้าหมายหลักที่การ transform องค์กร ให้ทำหน้าที่หลักได้อย่างมีประสิทธิผล และประสิทธิภาพ
- 2. เน้นการมีส่วนร่วมของคนใน สวช. และหน่วยงานอื่นๆ ในระบบ ววน.
- 3. มีการเทียบเคียง (benchmarking) ผลการดำเนินงาน กับหน่วยงานที่ทำหน้าที่คล้ายกัน
- 4. เน้นเป้าหมายเพื่อการเรียนรู้ร่วมกันของหลายฝ่าย คือ ฝ่าย สวช., คณะกรรมการกำกับการประเมินฯ, ทีมเก็บข้อมูล, และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระบบ ววน.
- 5. เน้นประเมินความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ในระบบ เพื่อผลงานและผลกระทบของระบบ ววน. ต่อการพัฒนา และ transform ประเทศ สู่ประเทศรายได้สูงสังคมดี
- 6. คำนึงถึงความเป็นพลวัตของระบบ ววน. ที่เป็นสภาพแวดล้อมในการทำงานของ สวช.
ความยิ่งใหญ่ของผลการประชุมคณะกรรมการกำกับการประเมินฯ สวช. คือการมีมติให้การประเมินนี้แยกจากการประเมินหน่วยราชการตามปกติของ กพร. ที่เป็นการประเมินผลงาน แต่การประเมินนี้เป็นการประเมิน organization transformation
วันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓ จะมีการนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประเด็นที่ผมจะจับตาคือ ประเมินอะไรบ้าง หรือทีมเก็บข้อมูลจะเก็บข้อมูลอะไรบ้าง ส่วนที่ผมเกรงจะถูกมองข้ามคือข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการ organizational transformation โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการพัฒนาหรือยกระดับสมรรถนะ ที่เรียกว่า reskilling
วิจารณ์ พานิช
๑๑ ก.ค. ๖๓
630813, อว., กระทรวง อว., วิพากษ์ยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ, M&E, การประเมิน, การประเมิน สวช., DE, Development