วิพากษ์ยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) ๑๐๓. การพัฒนาระบบ ววน. ของประเทศไทย

ตอนที่ ๑

ตอนที่ ๒

ตอนที่ ๓

ตอนที่ ๔

ตอนที่ ๕

ตอนที่ ๖

ตอนที่ ๗

ตอนที่ ๘

ตอนที่ ๙

ตอนที่ ๑๐

ตอนที่ ๑๑

ตอนที่ ๑๒

ตอนที่ ๑๓

ตอนที่ ๑๔

ตอนที่ ๑๕

ตอนที่ ๑๖

ตอนที่ ๑๗

ตอนที่ ๑๘

ตอนที่ ๑๙

ตอนที่ ๒๐

ตอนที่ ๒๑

ตอนที่ ๒๒

ตอนที่ ๒๓

ตอนที่ ๒๔

ตอนที่ ๒๕

ตอนที่ ๒๖

ตอนที่ ๒๗

ตอนที่ ๒๘

ตอนที่ ๒๙

ตอนที่ ๓๐

ตอนที่ ๓๑

ตอนที่ ๓๒

ตอนที่ ๓๓

ตอนที่ ๓๔

ตอนที่ ๓๕

ตอนที่ ๓๖

ตอนที่ ๓๗

ตอนที่ ๓๘

ตอนที่ ๓๙

ตอนที่ ๔๐

ตอนที่ ๔๑

ตอนที่ ๔๒

ตอนที่ ๔๓

ตอนที่ ๔๔

ตอนที่ ๔๕

ตอนที่ ๔๖

ตอนที่ ๔๗

ตอนที่ ๔๘

ตอนที่ ๔๙

ตอนที่ ๕๐

ตอนที่ ๕๑

ตอนที่ ๕๒

ตอนที่ ๕๓

ตอนที่ ๕๔

ตอนที่ ๕๕

ตอนที่ ๕๖

ตอนที่ ๔๗

ตอนที่ ๕๘

ตอนที่ ๕๙

ตอนที่ ๖๐

ตอนที่ ๖๑

ตอนที่ ๖๒

ตอนที่ ๖๓

ตอนที่ ๖๔

ตอนที่ ๖๕

ตอนที่ ๖๖

ตอนที่ ๖๗

ตอนที่ ๖๘

ตอนที่ ๖๙

ตอนที่ ๗๐

ตอนที่ ๗๑

ตอนที่ ๗๒

ตอนที่ ๗๓

ตอนที่ ๗๔

ตอนที่ ๗๕

ตอนที่ ๗๖

ตอนที่ ๗๗

ตอนที่ ๗๘

ตอนที่ ๗๙

ตอนที่ ๘๐

ตอนที่ ๘๑

ตอนที่ ๘๒

ตอนที่ ๘๓

ตอนที่ ๘๔

ตอนที่ ๘๕

ตอนที่ ๘๖

ตอนที่ ๘๗

ตอนที่ ๘๘

ตอนที่ ๘๙

ตอนที่ ๙๐

ตอนที่ ๙๑

ตอนที่ ๙๒

ตอนที่ ๙๓

ตอนที่ ๙๔

ตอนที่ ๙๕

ตอนที่ ๙๖

ตอนที่ ๙๗

ตอนที่ ๙๘

ตอนที่ ๙๙

ตอนที่ ๑๐๐

ตอนที่ ๑๐๑

ตอนที่ ๑๐๒

วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๔ ผมเข้าร่วมประชุมระดมความคิด เรื่อง การพัฒนาระบบ ววน. ของประเทศไทย จัดโดย สกสว. ทาง ออนไลน์    เป็นเวลา ๓ ชั่วโมง    โดยที่ทาง สกสว. เตรียมการล่วงหน้าดีมาก    ค่ำวันที่ ๘ มกราคม ผมก็ได้รับเอกสารประกอบการประชุมเป็น PowerPoint

ทำให้ผมได้ทำการบ้านล่วงหน้า ว่าความท้าทายสำคัญที่สุดอยู่ที่การตีความ ว่า ระบบ ววน. ของประเทศอยู่ที่ไหน   หากตีความว่า อยู่ในหน่วยงานที่ทำงานด้าน ววน. ผมคิดว่าผิด    ซึ่งที่จริงก็ไม่ผิดทั้งหมดหรอก แต่ถูกเพียง ๑/๓   คืออีก ๒/๓ ของระบบ ววน. ต้องอยู่ในชีวิตความเป็นอยู่และการทำมาหากินของผู้คน    ทั้งที่เป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และกิจกรรมทางสังคม  

ดังนั้น สกสว. จึงต้องไม่ทำงานจำกัดอยู่เฉพาะ ววน. ส่วนที่ได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุน ววน. เท่านั้น    ต้องทำงานหนุน ววน. โดยเน้นที่กิจกรรม    มากกว่าเน้นที่เงินทุนจากรัฐบาล    เพราะเวลานี้การลงทุนด้าน ววน. ของประเทศไทย มาจากภาครัฐ ไม่ถึงร้อยละ ๒๐    และในเกือบร้อยละ ๒๐ นั้น  ส่วนหนึ่งเท่านั้นที่ผ่านกองทุน ววน.  

ผมดีใจที่ใน PowerPoint ของ สกสว. ระบุว่า สกสว. มีหน้าที่ “ส่งเสริม สนับสนุน และขับเคลื่อนระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ด้านวิทยาศาตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และสหวิทยาการ”    อ้างอิง พรบ. สภานโยบาย อววน. พ.ศ. ๒๕๖๒  ม. ๔๔ (๑)    ซึ่งเมื่ออ่านเทียบกันแล้วผมก็นึกชมทีมผู้บริหาร สกสว. ที่ตีความสรุปได้คมชัดและครอบคลุมสาระเชิงยุทธศาสตร์การทำงาน    คือไม่หลงตีความตามตัวหนังสือ   

ยิ่งเมื่ออ่าน PowerPoint จนจบ    และพบว่าใน สไลด์ ที่ ๗ เรื่อง เป้าหมายและแนวทางพัฒนาระบบ ววน.  มี ๓ เป้าหมายคือ  (๑) ระบบวิจัยและนวัตกรรมด้านเศรษฐกิจ  (๒) ระบบวิจัยและนวัตกรรมด้านสังคม  และ (๓) ระบบวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี    ผมก็ชื่นใจ   เพราะเป็นวิธีจำแนกเป้าหมายและแนวทางพัฒนาโดยยึดผลกระทบเป็นตัวตั้ง    ไม่ยึดศาสตร์เป็นตัวตั้ง    และผมคิดต่อว่า ในทางปฏิบัติต้องสร้าง synergy ระหว่างเป้าหมายและแนวทางพัฒนาทั้งสาม

เพื่อให้ได้รับผลดีจาก ววน. การดำเนินการต้องใช้ทุกศาสตร์ผสมผสานกัน    ให้เกิด synergy ระหว่างความรู้และเทคโนโลยีต่างแบบ     ต้องไม่ยึดติดตายตัวอยู่เฉพาะบางศาสตร์แยกๆ กัน  

ผมชอบสไลด์ที่ ๕ นำเสนอ Innovation System    ที่หนึ่งใน ๔ ส่วนเป็นระบบสร้างคุณค่าและมูลค่า (value creation)    ซึ่งผมมองว่า ส่วนนี้ใหญ่เป็นสองในสามของทั้งระบบ    และ สกสว. จะต้องพัฒนา working platform ขึ้นมาสนับสนุน    เริ่มจากการมีระบบข้อมูล นำมากำหนดลำดับความสำคัญของมาตรการสนับสนุน    ซึ่งไม่ใช่เรื่องเงิน    แต่เป็นเรื่องการสนับสนุนเชิงระบบ เช่น มาตรวิทยา  มาตรฐานคุณภาพ  ระบบตรวจสอบคุณภาพ   ระบบรับรองคุณภาพ เป็นต้น    ซึ่งต้องมีหน่วยดูแลภาพใหญ่ของประเทศ    ว่าระบบเอื้อต่อการสร้างสรรค์ และสร้างคุณค่า/มูลค่า ของ ววน. แค่ไหน    ส่วนใดที่ต้องการการปรับปรุงเร่งด่วน    ผมมองว่า สกสว. ต้องร่วมกับ สอวช. รับผิดชอบเรื่องนี้   

ระบบข้อมูลต้องครอบคลุมทั้ง ๔ กล่องในสไลด์ที่ ๕ นี้





 ข้างบนนั้น เขียนก่อนการประชุม

ตอนประชุมสนุกมาก     ที่มงานของ สกสว. เตรียมมาอย่างดี    ใช้เวลา ๓ ชั่วโมงได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก     เรื่องใหญ่ที่สุดในมุมมองของผมคือ วิธีคิดแบบแยกระหว่าง supply-side กับ demand-side    ซึ่งผมคิดว่าในปัจจุบัน ฝ่ายภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจได้ลงทุนพัฒนา ววน. เพื่อความสามารถในการแข่งขันของตนเองอย่างมากมาย     ผู้จัดการระบบ ววน. ของประเทศต้องหาทางส่งเสริมให้ภาคการผลิตทำงาน ววน. เองได้อย่างสะดวก    โดยอาจร่วมมือกับฝ่ายวิชาการหรือไม่ก็ได้    และต้องหาทางส่งเสริมให้ฝ่ายวิชาการทำงานใน engagement model   ไม่ใช่ isolated model และค่อยถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ภาคการผลิต    โมเดลทำแยกแล้วถ่ายทอดล้าสมัยแล้ว          

ฟังจากการอภิปราย ความท้าทายใหญ่ของฝ่ายพัฒนาระบบ ววน. คือ ศรัทธาที่สังคมไทยมีต่อระบบ ววน.    ซึ่งทางแก้หรือยกระดับมีสองทางร่วมกัน คือสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ และสื่อสารสังคมให้รับรู้กว้างขวาง     ผมมีความเห็นว่า สื่อสารผลงานไม่พอ  ต้องสื่อสารผลกระทบของผลงานเหล่านั้นต่อสังคม    มองผลกระทบให้ครบด้าน    ไม่เฉพาะด้านเศรษฐกิจเท่านั้น 

จะเห็นว่า สกสว. และหน่วยงานอื่นในระบบ ววน. ต้องจัดการความสัมพันธ์ หรือรอยต่อ ระหว่าง ระบบ ววน. กับสังคมวงกว้าง     ไม่ใช่แค่จัดการทุน ววน. เท่านั้น   

และอย่าลืมว่า ระบบ ววน. ส่วนใหญ่ อยู่ในภาคการผลิต    ไม่ใช่อยู่ในภาควิชาการ     สกสว. ต้องไม่หลงจัดการเพียงในส่วนงานวิชาการเท่านั้น                 

วิจารณ์ พานิช        

๑๓ ม.ค. ๖๔ 

                                                                                        

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (0)