วิพากษ์ยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) ๙๒. ทิศทางขับเคลื่อน ววน. ของประเทศไทย ... ใช้พลังตลาด

ตอนที่ ๑

ตอนที่ ๒

ตอนที่ ๓

ตอนที่ ๔

ตอนที่ ๕

ตอนที่ ๖

ตอนที่ ๗

ตอนที่ ๘

ตอนที่ ๙

ตอนที่ ๑๐

ตอนที่ ๑๑

ตอนที่ ๑๒

ตอนที่ ๑๓

ตอนที่ ๑๔

ตอนที่ ๑๕

ตอนที่ ๑๖

ตอนที่ ๑๗

ตอนที่ ๑๘

ตอนที่ ๑๙

ตอนที่ ๒๐

ตอนที่ ๒๑

ตอนที่ ๒๒

ตอนที่ ๒๓

ตอนที่ ๒๔

ตอนที่ ๒๕

ตอนที่ ๒๖

ตอนที่ ๒๗

ตอนที่ ๒๘

ตอนที่ ๒๙

ตอนที่ ๓๐

ตอนที่ ๓๑

ตอนที่ ๓๒

ตอนที่ ๓๓

ตอนที่ ๓๔

ตอนที่ ๓๕

ตอนที่ ๓๖

ตอนที่ ๓๗

ตอนที่ ๓๘

ตอนที่ ๓๙

ตอนที่ ๔๐

ตอนที่ ๔๑

ตอนที่ ๔๒

ตอนที่ ๔๓

ตอนที่ ๔๔

ตอนที่ ๔๕

ตอนที่ ๔๖

ตอนที่ ๔๗

ตอนที่ ๔๘

ตอนที่ ๔๙

ตอนที่ ๕๐

ตอนที่ ๕๑

ตอนที่ ๕๒

ตอนที่ ๕๓

ตอนที่ ๕๔

ตอนที่ ๕๕

ตอนที่ ๕๖

ตอนที่ ๔๗

ตอนที่ ๕๘

ตอนที่ ๕๙

ตอนที่ ๖๐

ตอนที่ ๖๑

ตอนที่ ๖๒

ตอนที่ ๖๓

ตอนที่ ๖๔

ตอนที่ ๖๕

ตอนที่ ๖๖

ตอนที่ ๖๗

ตอนที่ ๖๘

ตอนที่ ๖๙

ตอนที่ ๗๐

ตอนที่ ๗๑

ตอนที่ ๗๒

ตอนที่ ๗๓

ตอนที่ ๗๔

ตอนที่ ๗๕

ตอนที่ ๗๖

ตอนที่ ๗๗

ตอนที่ ๗๘

ตอนที่ ๗๙

ตอนที่ ๘๐

ตอนที่ ๘๑

ตอนที่ ๘๒

ตอนที่ ๘๓

ตอนที่ ๘๔

ตอนที่ ๘๕

ตอนที่ ๘๖

ตอนที่ ๘๗

ตอนที่ ๘๘

ตอนที่ ๘๙

ตอนที่ ๙๐

ตอนที่ ๙๑

วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๓ ผมเข้าฟัง TSRI Virtual Forum เรื่อง ทิศทางการขับเคลื่อน ววน. ขงประเทศไทย ด้วยความอิ่มเอม    และได้ข้อสรุปของตนเองว่า ววน. ไทยต้องใช้พลังตลาดมากกว่านี้    คือต้อง market-pull  มากกว่า technology-push

ส่วนที่สนุกคือ ได้ฟังวิธีคิดของคนหนุ่มคนสาว โดยเฉพาะที่ทำงานธุรกิจของตนเอง    ที่เสนอว่า อย่าใช้ยุทธศาสตร์ตั้งโจทย์ไว้ล่วงหน้า    ให้ใช้ยุทธศาสตร์สร้างพื้นที่ที่ดึงดูดคนเก่งมารวมตัวกัน ให้เขาร่วมกันคิดโจทย์พัฒนานวัตกรรมเอง    ซึ่งผมทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย   

เห็นด้วยกับการใช้แนวทางเอื้ออำนาจแก่กลุ่มนักนวัตกรรม    เห็นด้วยกับการใช้วิธีสร้างกลไกการรวมกลุ่มนักนวัตกรรม    โดยที่ในภาพใหญ่ต้องชัดเจนว่าต้องการพัฒนานวัตกรรมในแนวไหน    เพื่อให้ชัดเจนว่าจะดึงดูดนวัตกรที่มีสมรรถนะด้านใด     

ทำให้เห็นชัดว่า ทีมงานของ สกสว. ต้องมีความสามารถในการจัดการให้เกิดการสร้าง innovation platform ของประเทศไทยขึ้นมา    สำหรับใช้หนุนให้เกิดผลงานนวัตกรรม    และยกระดับรายได้ของประเทศ หลุดจากกับดักรายได้ปานกลาง   

สกสว. ต้องเน้นทำหน้าที่สร้าง “ชาลานวัตกรรม” (innovation platform) เพื่อให้ประเทศหลุดกับดักรายได้ปานกลาง    ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่ resource allocation ตามแนวทางเดิมๆ  

พูดง่าย   แต่เวลาทำต้องเข้าใจความซับซ้อน    ทั้งความซับซ้อนที่เป็นตัวหนุน    และความซับซ้อนที่เป็นตัวถ่วง   

รายการวันนี้มี ๓ เวที   เวทีแรกเรื่อง บทบาทของ ววน. ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ   เวทีที่สองเรื่อง ขุมพลังของอุตสาหกรรมดิจิทัล กับบทบาทของระบบ ววน.  และเวทีที่สามเรื่อง ฉากต่อไปของระบบ ววน.    สองเวทีแรกดำเนินรายการโดยคุณสุทธิชัย หยุ่น    ที่ผมสรุปว่าได้เห็นภาพชัดว่าระบบราชการไทยไม่เอื้อการพัฒนา ววน. ของประเทศ    เป็นระบบที่เอื้อการดำรงอยู่ของตนเอง ไม่เอื้อการขับเคลื่อนการ transform ประเทศในภาพรวม   

ผมชอบคำพูดของคุณจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด ที่เป็นคนหนุ่มฟ้อ ที่บอกว่าหน่วยราชการไทยทำงานในลักษณะทำเพื่อ KPI ของหน่วยงาน   ไม่ยึดถือ KPI ระดับประเทศ    รวมทั้งกล่าวถึงวิธีเปิดประเทศแบบจีนกับแบบไทย    ที่จีนไม่เปิดให้เจ้าของ platform เข้าประเทศ    แต่เปิดให้นักพัฒนาเทคโนโลยีเข้า    ทำให้ในที่สุดจีนมี platform ของตนเอง     ไทยเราทำตรงกันข้าม    มีการพูดกันว่า ระบบไทยทำให้นักการเมือง และข้าราชการมีอำนาจ และใช้แสวงประโยชน์ได้    แต่ประเทศไม่ก้าวหน้าในระดับก้าวกระโดดอย่างจีน หรือเกาหลี

คุณจิรายุสบอกว่า ประเทศต้องการคนที่มี deep passion + focus ลงมือทำเรื่องนั้นจริงจัง    ระบบ ววน. ต้องสร้างพื้นที่และบรรยากาศแวดล้อมให้ดึงดูดคนแบบนี้เข้ามาทำงาน ววน.    โดยใช้พลังของตลาดเป็นแรงขับเคลื่อน   

สองช่วงที่คุณสุทธิชัยดำเนินรายการ มีการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและราชการรุนแรงมาก (แต่สุภาพ เจืออารมณ์ขัน)    ผมนึกในใจว่า นี่คือข้อดีของสังคมไทย ที่เราเป็นสังคมเปิด อดทน และรับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์     แต่ผมอยากให้ดีขึ้นไปอีกหน่อย คือรับฟังเอาไปคิดใคร่ครวญต่อ    และหาทาง transform ประเทศ เพื่อก้าวสู่ประเทศรายได้สูง สังคมดี ให้จงได้

ผมสรุปว่า เฉพาะระบบ ววน. เข็นประเทศไปได้น้อย    ต้อง transform ระบบการเมืองการปกครอง และระบบการศึกษา ของประเทศด้วย    ให้เป็นระบบที่เอื้อต่อการเป็น knowledge-based, innovation-based society    และเป็นระบบที่สร้างสังคมสะอาด   จึงจะบรรลุเป้าการเป็นประเทศรายได้สูง สังคมดี   

วิจารณ์ พานิช        

๒๘ ก.ย. ๖๓ 

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                     

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (0)