ชีวิตที่พอเพียง ๓๙๕๗. ทำงานเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (๙๒) หนุนการเรียนรู้ของเยาชนนอกระบบการศึกษาผ่านการพัฒนาทักษะอาชีพโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน



บันทึกที่ ๑

บันทึกที่ ๒

บันทึกที่ ๓

บันทึกที่ ๔

บันทึกที่ ๕

บันทึกที่ ๖

บันทึกที่ ๗

บันทึกที่ ๘

บันทึกที่ ๙

บันทึกที่ ๑๐

บันทึกที่ ๑๑

บันทึกที่ ๑๒

บันทึกที่ ๑๓

บันทึกที่ ๑๔

บันทึกที่ ๑๕

บันทึกที่ ๑๖

บันทึกที่ ๑๗

บันทึกที่ ๑๘

บันทึกที่ ๑๙

บันทึกที่ ๒๐

บันทึกที่ ๒๑

บันทึกที่ ๒๒

บันทึกที่ ๒๓

บันทึกที่ ๒๔

บันทึกที่ ๒๕

บันทึกที่ ๒๖

บันทึกที่ ๒๗

บันทึกที่ ๒๘

บันทึกที่ ๒๙

บันทึกที่ ๓๐

บันทึกที่ ๓๑

บันทึกที่ ๓๒

บันทึกที่ ๓๓

บันทึกที่ ๓๔

บันทึกที่ ๓๕

บันทึกที่ ๓๖

บันทึกที่ ๓๗

บันทึกที่ ๓๘

บันทึกที่ ๓๙

บันทึกที่ ๔๐

บันทึกที่ ๔๑

บันทึกที่ ๔๒

บันทึกที่ ๔๓

บันทึกที่ ๔๔

บันทึกที่ ๔๕

บันทึกที่ ๔๖

บันทึกที่ ๔๗

บันทึกที่ ๔๘

บันทึกที่ ๔๙

บันทึกที่ ๕๐

บันทึกที่ ๕๑

บันทึกที่ ๕๒

บันทึกที่ ๕๓

บันทึกที่ ๕๔

บันทึกที่ ๕๕

บันทึกที่ ๕๖

บันทึกที่ ๕๗

บันทึกที่ ๕๘

บันทึกที่ ๕๙

บันทึกที่ ๖๐

บันทึกที่ ๖๑

บันทึกที่ ๖๒

บันทึกที่ ๖๓

บันทึกที่ ๖๔

บันทึกที่ ๖๕

บันทึกที่ ๖๖

บันทึกที่ ๖๗

บันทึกที่ ๖๘

บันทึกที่ ๖๙

บันทึกที่ ๗๐

บันทึกที่ ๗๑

บันทึกที่ ๗๒

บันทึกที่ ๗๓

บันทึกที่ ๗๔

บันทึกที่ ๗๕

บันทึกที่ ๗๖

บันทึกที่ ๗๗

บันทึกที่ ๗๘

บันทึกที่ ๗๙

บันทึกที่ ๘๐

บันทึกที่ ๘๑

บันทึกที่ ๘๒

บันทึกที่ ๘๓

บันทึกที่ ­๘๔

บันทึกที่ ๘๕

บันทึกที่ ๘๖

บันทึกที่ ­๘๗

บันทึกที่ ๘๘

บันทีกที่ ๘๙

บันทึกที่ ๙๐

บันทึกที่ ๙๑

บ่ายวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๔ ผมเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา มีวาระเรื่อง โครงการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ปี 2564 เข้าสู่การพิจารณา    โดยมีข้อมูลว่าคนกลุ่มแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสในประเทศไทยมี่ถึง ๒๐ ล้านคน    แต่โครงการนี้มีเป้าหมาย  “กลุ่มประชากรวัยแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสและที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจ จากการแพร่โรคระบาด COVID 19 จํานวน 10,000 คน ประมาณ 77 พื้นที่ทั่วประเทศ”    จะเห็นว่าเป้าหมายไม่จำเพาะเฉพาะเยาวชน    

 นอกจากช่วยคน ๑๐,๐๐๐ คนแล้ว    เป้าหมายสำคัญอีก ๒ ด้านคือ ศึกษารูปแบบวิธีดำเนินการให้ได้ผล   และหานวัตกรรมชุมชน ในการทำงานพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพในชุมชนของตน “ผ่านการใช้ชุมชนเป็นฐาน (Community -based) ยกระดับการประกอบอาชีพ ให้แก่กลุ่มเป้าหมาย”   โดยใช้งบประมาณ ๑๒๑ ล้านบาท  ในเวลา ๑๐ เดือน

ช่วยคนหมื่นคนเป็นเป้าหมายชั่วคราว    เป้าหมายที่จะให้ผลยั่งยืนคือรูปแบบพัฒนาอาชีพแก่ผู้ด้อยโอกาส   โดยเน้นมาตรการระดับชุมชน    ในที่ประชุมมีการกล่าวว่า ผลลัพธ์ส่งมอบคือโมเดลต้นแบบ

โครงการนี้ดำเนินการมาแล้ว ๒ ปี    มีตัวอย่างความสำเร็จ ให้นำมาศึกษาปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เกิดความสำเร็จ     ตัวอย่างเช่น อบต. หนองสนิท  จ. สุรินทร์ พัฒนาธุรกิจชุมชนผักอินทรีย์ ขึ้นห้าง (๑)   ธุรกิจท่องเที่ยวชุมชนบ้านแม่แดดน้อย  อ. กัลยาณิวัฒนา  เชียงใหม่ (๒)  เป็นต้น   

ผมเข้าใจว่า ที่ผ่านมา ๒ ปี ดำเนินการเน้นพัฒนาทักษะอาชีพแก่เด็กนอกระบบการศึกษา     แต่ในปีที่สามจะเพิ่มการเน้นมิติด้านชุมชนเป็นฐาน    ซึ่งจะเป็นปัจจัยด้านความต่อเนื่องยั่งยืน    และด้านความเป็นตัวของตัวเอง     ไม่มุ่งพึ่งพารัฐจนเกินไป           

ที่จริงมาตรการช่วยเหลือคน/เด็กยากไร้ มีอยู่แล้วในระบบราชการไทย    แต่มักไม่ค่อยได้ผล เพราะทำกันแบบไม่จริงจัง    โครงการนี้มุ่งเข้าไปหนุนกลไกของกระทรวงต่างๆ ให้ทำงานได้ผล    โดยมีระบบข้อมูลช่วยสนับสนุน    ซึ่งหากสร้างการเปลี่ยนแปลงในระบบของรัฐให้ทำอย่างจริงจังและปรับเปลี่ยนเรียนรู้ได้ ก็จะเป็นประโยชน์ยิ่งต่อบ้านเมือง     แต่ผมฟังบรรยากาศในที่ประชุมก็จับได้ว่า กรรมการไม่เชื่อว่าจะไปเปลี่ยนการทำงานของระบบราชการได้    จึงมีการกำชับว่า ต้องส่งมอบผลงานด้านการพัฒนาโมเดลต้นแบบ    ซึ่งที่จริงหากเป็นโมเดลชุมชนพัฒนาตนเอง สังคมไทยเราสั่งสมไว้มากมาย    แต่หลายส่วนไม่พัฒนาต่อเนื่องยั่งยืน    เพราะสภาพแวดล้อมของราชการ และวัฒนธรรมไทยแบบรวมศูนย์ ไม่เอื้ออำนวย      

วิจารณ์ พานิช

๕ พ.ค. ๖๔


หมายเลขบันทึก: 690662เขียนเมื่อ 17 พฤษภาคม 2021 12:41 น. ()แก้ไขเมื่อ 17 พฤษภาคม 2021 12:41 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี