บันทึกที่ ๑

บันทึกที่ ๒

บันทึกที่ ๓

บันทึกที่ ๔

บันทึกที่ ๕

บันทึกที่ ๖

บันทึกที่ ๗

บันทึกที่ ๘

บันทึกที่ ๙

บันทึกที่ ๑๐

บันทึกที่ ๑๑

บันทึกที่ ๑๒

บันทึกที่ ๑๓

บันทึกที่ ๑๔

บันทึกที่ ๑๕

บันทึกที่ ๑๖

บันทึกที่ ๑๗

บันทึกที่ ๑๘

บันทึกที่ ๑๙

บันทึกที่ ๒๐

บันทึกที่ ๒๑

บันทึกที่ ๒๒

บันทึกที่ ๒๓

บันทึกที่ ๒๔

บันทึกที่ ๒๕

บันทึกที่ ๒๖

บันทึกที่ ๒๗

บันทึกที่ ๒๘

บันทึกที่ ๒๙

บันทึกที่ ๓๐

บันทึกที่ ๓๑

บันทึกที่ ๓๒

บันทึกที่ ๓๓

บันทึกที่ ๓๔

บันทึกที่ ๓๕

บันทึกที่ ๓๖

บันทึกที่ ๓๗

บันทึกที่ ๓๘

บันทึกที่ ๓๙

บันทึกที่ ๔๐

บันทึกที่ ๔๑

บันทึกที่ ๔๒

บันทึกที่ ๔๓

บันทึกที่ ๔๔

บันทึกที่ ๔๕

อนุสนธิจาก บันทึกที่ ๔๔ PLC ลดความเหลื่อมล้ำ     เรานัดคุยกัน ออนไลน์ ในวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๓    ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติโควิด ๑๙    

เริ่มจากการทำความรู้จัก LMS  คือ ClassStart  โดยทีมผู้พัฒนาคือ ดร. จันทวรรณ ปิยะวัฒน์  และ ผศ. ดร. ธวัชชัย ปิยะวัฒน์    ข้อมูลสำคัญคือ ClassStart เป็น online teaching learning platform ที่ให้บริการฟรี    แต่มีข้อจำกัดที่ไม่มี VDO streaming เพราะค่าใช้จ่ายแพง    นักเรียนร้อยละ ๗๐ ใช้ผ่านโทรศัพท์มือถือ    เพียงร้อยละ ๑ ใช้ผ่านแท็บเล็ต   

เท่ากับ ClassStart เป็นเครื่องมือช่วยให้ครูดูแลนักเรียนได้ทั่วถึงยิ่งขึ้น    ช่วยลดแรงงานครู    และช่วยให้ดูแลนั กเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษได้ง่ายขึ้น ก็เท่ากับช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในห้องเรียนได้     รวมทั้งช่วยให้ผู้อำนวยการโรงเรียนเข้าไปดูแลตรวจสอบห้องเรียนทุกห้องของโรงเรียนได้ โดยสมัครเป็นผู้ร่วมสอน    ก็จะทำให้มีการทำงานเป็นทีมระหว่างผู้อำนวยการกับครู ในการดูแลการเรียนรู้ของนักเรียน    โดยผู้อำนวยการสมัตรเข้าไปเป็นผู้ช่วยสอนใน ClassStart ทุกห้องของโรงเรียน     ผู้อำนวยการก็จะเห็นกิจกรรมในทุกห้องแบบ real time  

เราคุยกันเรื่องการใช้ข้อมูลจาก ClassStart เอาไปทำ big data analytics เพื่อตอบโจทย์ลึกๆ ในการพัฒนาการออกแบบการเรียนรู้ และการจัดการเรียนการสอนของครู     รวมทั้งเพื่อตรวจสอบพฤติกรรมการเรียนรู้ (learning behavior) ของนักเรียน    ได้ความว่าต้องยกระดับความ smart ของระบบ       

เราคุยกันว่า อยากให้ ClassStart   ช่วยเอื้อต่อการทำ PLC ของครู    เป็น online PLC โดยดึงข้อมูลการเรียนรู้ของนักเรียน ออกมาสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของครู    ดร. ธวัชชัย มือเขียนโปรแกรมบอกว่าทำได้    แต่ต้องพัฒนาโปรแกรมเพิ่ม    ผมมีความเห็นว่า การเพิ่ม PLC feature ของ ClassStart จะเอื้อให้การเรียนรู้ของนักเรียนกับการเรียนรู้ของครูมาบรรจบกัน    ทำให้ PLC เป็น student-centered PLC โดยปริยาย    โดยที่ผมเดาว่า PLC ในปัจจุบัน ที่มีผลปรับปรุง LE (Learning Experience) ของนักเรียน มีน้อย    PLC ที่ถูกต้อง จะต้องส่งผลพัฒนา Learning Experience ของนักเรียนโดยตรง    

ดร. ธวัชชัยบอกว่า จะกลับไปดำเนินการ    แต่ผมมองว่า การเพิ่มอีก 2 feature หลัก (คือ machine learning กับ PLC) เข้าไปใน ClassStartต้องการทรัพยากรสนับสนุน    และผมหวังว่า กสศ. จะช่วยสนับสนุน   

Online PLC เพื่อพัฒนาครูนั้น    มีประโยชน์ต่อการพัฒนาครู ทั้งในช่วง pre-service (คือช่วงเรียนหลักสูตรศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์)   และช่วง in-service คือช่วงที่เป็นครูประจำการ     ดังนั้น online PLC platform จึงน่าจะคุ้มต่อการลงทุนพัฒนา ให้เหมาะสมต่อบริบทการศึกษาไทย     โดยในการพัฒนานั้น ต้องมีเป้าหมายสำคัญคือ ช่วยให้ครู detect นักเรียนที่ไม่ขยัน และ/หรือ เรียนอ่อน    ให้ครูรับรู้ได้ง่าย    และมี feature ให้ครูเข้าไปช่วยเหลือ online ได้ง่าย    โดยครูต้องตระหนักว่า ต้องมีวิธีช่วยแบบ off-line ด้วย   

เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ที่แฝงอยู่ในระบบการศึกษาไทย    โดยคนในระบบไม่รู้ตัว  

ที่จริงถ้าเราต้องการให้ ClassStart เป็นเครื่องมือดึงพ่อแม่เข้ามาร่วมมือกับครูในการช่วยหนุนการเรียนรู้ของลูกก็ได้    เรียกว่า parent mode   ผมมีหลานสาว (หลานตา) เรียนชั้นประถมอยู่ที่สิงคโปร์ ใน American School    แม่ของเขาเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับครูและโรงเรียนผ่านทาง ออนไลน์ อย่างสม่ำเสมอ   แถมยังไปช่วยเป็นผู้สอนเป็นครั้งคราวด้วย    

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาที่มาช่วยงานของ  กสศ. กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า    หากยกระดับ ClassStart ตามแนวที่คุยกัน จะเป็นประโยชน์มาก    และเชื่อว่าจะเป็นที่นิยม       

วิจารณ์ พานิช  

๓๐ เม.ย. ๖๓