ชีวิตที่พอเพียง 3437. ทำงานเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (๑๘) ประชุมคณะอนุกรรมการโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

บันทึกที่ ๑       บันทึกที่ ๒       บันทึกที่ ๓       บันทึกที่ ๔       บันทึกที่ ๕

บันทึกที่ ๖       บันทึกที่ ๗       บันทึกที่ ๘       บันทึกที่ ๙       บันทึกที่ ๑๐

บันทึกที่ ๑๑       บันทึกที่ ๑๒      บันทึกที่ ๑๓       บันทึกที่ ๑๔      บันทึกที่ ๑๕

บันทึกที่ ๑๖     บันทึกที่ ๑๗

เช้าวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๒ ที่ กสศ. มีการประชุมคณะอนุกรรมการโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่องครั้งที่ ๑/๒๕๖๒   หรือครั้งแรกของคณะอนุกรรมการชุดนี้    หลังจากโครงการได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารกองทุนเมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๒    แต่จริงๆ แล้วอนุกรรมการหลายท่านรวมทั้งผม ได้เคยไปร่วมประชุมพัฒนาโครงการนี้หลายครั้ง    และเคยเล่าไว้แล้ว ตามบันทึก ตอนที่ ๑๓

ในการประชุมคณะอนุกรรมการครั้งนี้ มีการระดมความคิดเพื่อความชัดเจนในภาพใหญ่ของโครงการ    ว่าโครงการนี้จะดำเนินการ ๕ ปี    ครอบคลุมโรงเรียน ๘๐๐ โรงเรียน  ซึ่งคิดเป็นร้อยละ ๑๐ ของโรงเรียนขนาดเล็กถึงกลางในพื้นที่รองรับนักเรียนด้อยโอกาส  ที่เรียกว่า hub school   ในช่วง ๑๘ เดือนแรกดำเนินการใน ๒๘๐ โรงเรียน    หลังจากนั้น ๒ ปี ดำเนินการเพิ่มอีก ๕๖๐ โรงเรียน    เป้าหมายคือ โรงเรียนเหล่านี้เปลี่ยนแปลง หรือพัฒนาตัวเอง    โดยมีทีมโค้ช และมหาวิทยาลัยในพื้นที่เข้าร่วมเรียนรู้และพัฒนา

ในฐานะประธาน ผมถามที่ประชุมว่า เป้าหมายการพัฒนาโรงเรียน (ทั้งโรงเรียน) และครู บรรลุยากหรือง่าย    เห็นพ้องกันว่ายาก (ถึงยากมาก)    ซึ่งเมื่อตกลงกันเชิงยุทธศาสตร์ได้เช่นนี้ คณะอนุกรรมการและฝ่ายจัดการของ กสศ.    ก็ตกลงกันได้ว่า ต้องเลือกโรงเรียน และมหาวิทยาลัยที่มีความพร้อมในระดับหนึ่ง    หลีกเลี่ยงโรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่ไม่พร้อม หรือเข็นยาก ในช่วงแรกของโครงการ   

ความพร้อมที่สำคัญคือ “ภาวะผู้นำ” (leadership) ในโรงเรียน    ซึ่งหมายถึงผู้อำนวยการและครูแกนนำ ที่มีความมุ่งมั่นเอาจริงเอาจัง พร้อมฟันฝ่าความยากลำบาก     เพื่อบรรลุเป้าหมายผลลัพธ์การเรียนรู้ของศิษย์ ที่มีคุณภาพสูงและครบด้าน ตามแนวทาง ทักษะแห่งศตวรรษที่ ๒๑ 

ผมชี้ให้เห็นว่า ในหนังสือ  A World Class Education ที่ยกตัวอย่าง ๕ ประเทศ (ผมตีความไว้ในบันทึกชุด การศึกษาคุณภาพสูงระดับโลก )    ระบุว่า ระบบภาวะผู้นำของโรงเรียนประกอบด้วย ๓ ส่วนคือ ครูใหญ่  ครูสอนเก่ง (master teacher)   และครูผู้เชี่ยวชาญเนื้อหาวิชา 

ที่ประชุมให้คำแนะนำกลุ่มโรงเรียน และมหาวิทยาลัย ที่มีความพร้อมสูง เพราะเคยผ่านโครงการ LLEN, Teacher Coaching, โรงเรียนพัฒนาสุขภาวะ, เพาะพันธุ์ปัญญา, เครือข่ายของโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา เป็นต้น

มองในมุมหนึ่ง เป้าหมายของโครงการนี้คือ school transformation เป็น whole school transform    จาก working platform ปัจจุบัน    สู่ working platform ใหม่ ที่เน้นการทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมายผลลัพธ์การเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ ๒๑ ของนักเรียนเป็นเป้าหมายแรก   โดยหมายความว่า นักเรียนทุกคนบรรลุเป้าหมาย learning outcome ขั้นต่ำ       

มองจากมุมการบริหารโรงเรียน เป้าหมายของโครงการนี้คือ เกิดโรงเรียนที่สามารถจัดการตนเองได้    พัฒนาตนเองได้   รู้จักหา “ตัวช่วย” มาร่วมมือ    

เครื่องมือสำคัญของโครงการมี ๖ ชิ้น    คือ 5Q ที่พัฒนาขึ้นในโครงการ sQip ()    กับเครื่องมือ จัดการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ ๒๑ ที่ได้จากโครงการความร่วมมือกับ OECD พัฒนาวิธีสอนและวิธีวัด creativity และ critical thinking () ()    

เครื่องมือชิ้นหนึ่งคือ Q-Network   ที่ประชุมแนะนำว่า ควรเป็นเครือข่ายโรงเรียนใกล้เคียงกัน หรือไม่ห่างกันมาก    จะไปมาหาสู่และร่วมมือแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้ง่ายขึ้น   

ผู้แทน สพฐ. แนะนำว่า ควรเพิ่มเครือข่ายโรงเรียนในจังหวัดขนาดเล็กในภาคกลาง    เช่นสิงห์บุรี  ชัยนาท  อ่างทอง    ซึ่งมักถูกมองข้ามไปเสมอในโครงการพัฒนาด้านคุณภาพการศึกษา     กรรมการท่านอื่นแนะว่า ควรเพิ่มโรงเรียนในภาคอีสาน ให้ได้สัดส่วนกับจำนวนนักเรียนในภาคอีสานเมื่อเทียบกับทั้งประเทศ   

เครื่องมือสำคัญอีกตัวหนึ่งคือ Q-PLC ซึ่งหมายถึง กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของครูในโรงเรียน    เพื่อการพัฒนาห้องเรียน ให้ศิษย์ทุกคนบรรลุเป้าหมายผลลัพธ์การเรียนรู้ที่กำหนด    เป็น PLC ที่มีเป้าหมายชัดเจน  และเกิดการเรียนรู้ที่ทรงพลังของครู    ไม่ใช่ PLC แบบพิธีกรรมตามคำสั่งของหน่วยเหนือ   

เห็นชัดเจนว่า โครงการนี้ต้องการการจัดการที่เข้มข้นและมีชั้นเชิง    โชคดีที่ กสศ. ได้คุณเพ็ญพรรณ จิตตะเสนีย์ ผู้คร่ำหวดมาจาก สสส. และ สกว. มาเป็นผู้จัดการโครงการ   

ตกลงกันว่า ดร. อุดม กับคุณเพ็ญพรรณ ไปปรับโครงการในภาคปฏิบัติอีกครั้งหนึ่ง แล้วเอามาดูกันอีกทีในวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๖๒    โครงการนี้จะพยายามเริ่มในต้นปีการศึกษา ๒๕๖๒ ให้ได้

เช้าวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๒ ผมไปร่วมประชุมคณะกรรมการ steering โครงการ sQip ที่ สกว.    มีการนำโครงการนี้ไปนำเสนอเพื่อขอคำแนะนำด้วย    โดยคุณหมอสุภกร บัวสาย ผู้จัดการ กสศ. ไปนำเสนอหลักการภาพใหญ่ด้วยตนเอง    คำพูดของคุณหมอสุภกรที่บอกว่าได้แนวความคิดโครงการนี้มาจากกิจกรรม HA (Hospital Accreditation)    ทำให้ผมนึกออกว่า ความสำเร็จของโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง อยู่ที่การปลุกความมั่นใจของครู (และผู้บริหารโรงเรียน) ให้กล้าตีความเกณฑ์หรือกรอบคุณภาพการศึกษา    นำมาใช้ในภาคปฏิบัติของตน    ได้ความรู้และทักษะสำหรับนำไปประกอบเป็นเกณฑ์คุณภาพ หรือมาตรฐานของโรงเรียน    เป็นมาตรฐานที่ได้จากการปฏิบัติ  

             ดร. กาญจน์วรินทร์ ผลอนันต์ แห่งโรงเรียนนานาชาติ เซนท์ แอนดรู เล่าว่า ระบบ accreditation โรงเรียนนานาชาติ ระบุให้กำหนดเป้าหมายที่ท้าทาย    ที่มุ่งยกระดับการเรียนรู้ของผู้เรียน    มีการพัฒนาต่อเนื่อง      

วิจารณ์ พานิช

๑๐ เม.ย. ๖๒

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)