ชีวิตที่พอเพียง 3361. ทำงานเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (๑๒) เดินหน้าเตรียมผลิตครูไปทำงานในพื้นที่ห่างไกล


บันทึกที่ ๑   บันทึกที่ ๒   บันทึกที่ ๓    บันทึกที่ ๔    บันทึกที่ ๕   

บันทึกที่ ๖ บันทึกที่ ๗   บันทึกที่ ๘     บันทึกที่ ๙      บันทึกที่ ๑๐     บันทึกที่ ๑๑



บ่ายวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๑ ผมไปร่วมประชุมคณะอนุกรรมการกำกับทิศทาง โครงการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้นักเรียนในพื้นที่ห่างไกลเป็นครูเพื่อพัฒนาคุณภาพโรงเรียนของชุมชน   ได้สัมผัสความยากลำบากในการทำงานเชิงนวัตกรรมในบ้านเมืองนี้ 

สภาพอย่างหนึ่งคือ การที่จะต้องฝ่าด่าน กระบวนการทางราชการ  และการรักษาสภาพเดิมๆ ที่เป็นผลประโยชน์ของหน่วยงาน    แปลกมาก ที่การทำงานเชิงนวัตกรรม (innovation) ต้องถูกกลั่นกรองโดยกลไกการรักษาสภาพเดิม (conventional)   

อีกสภาพหนึ่งคือ ในคณะกรรมการต้องมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการที่ทำงานคล้ายๆ กัน    แต่ทำแบบราชการ    ผู้เข้าร่วมประชุมจะเปลี่ยนหน้าบ่อยมาก    และในหลายกรณี ผู้แทนหน่วยงานเหล่านี้มาปกป้องผลประโยชน์ (อำนาจ) ของหน่วยงานตน    ไม่ใช่ช่วยออกความเห็นให้โครงการที่กำลังประชุมดำเนินลุล่วง

แต่ในการประชุมคราวนี้ มีผู้แทน สพฐ. เป็นผู้ช่วยเลขาธิการ ชื่อ ดร. อัมพร พินะสา เป็นผู้ที่จับประเด็นเก่งมาก    ช่วยชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่างโครงการนี้กับโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่นที่ดำเนินการโดย สกอ.    ผลิตครูปีละ ๔,๐๐๐ คน เป็นเวลา ๑๐ ปี     ที่เน้นรับนักเรียนเก่ง (GPA 3.0 ขึ้นไป) และดีจากแต่ละจังหวัด มาเรียนครู    แต่โครงการผลิตครูเพื่อพื้นที่ห่างไกล เลือกนักเรียนจากพื้นที่ห่างไกลและฐานะยากจน    รักความเป็นครู และผลการเรียนพอใช้ได้    มาจัดการศึกษาอย่างเอาจริงเอาจัง มีระบบช่วยเหลือพิเศษให้เรียนจบ และมีระบบฝึกเชื่อมโยงกับการพัฒนาพื้นที่ที่ตนจะจบไปทำงาน  รวมทั้งเน้นหลักสูตรครูประถมศึกษา และครูปฐมวัย   เป้าหมายจำเพาะกว่ามาก     พื้นที่เหล่านี้ ครูที่ผลิตตามโครงการครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่นไม่มีใครอยากไปทำงาน     หากบังคับให้ไปเมื่อสบโอกาสก็ขอย้าย   

ครูที่ผลิตตามโครงการผลิตครูเพื่อพื้นที่ห่างไกล รู้ตัวล่วงหน้าว่าตนจะต้องออกไปทำงานในโรงเรียนใด ซึ่งก็มักเป็นโรงเรียนในภูมิลำเนาของตนนั่นเอง     และความคาดหวังในการทำงานไม่เพียงสอนนักเรียนในโรงเรียน     แต่ต้องพานักเรียนออกเรียนรู้ในชุมชน    ซึ่งจะเป็นการเรียนและพัฒนาท้องถิ่นไปในตัว     คือครูต้องมีทักษะ และความรู้ในการเข้าไปร่วมกับผู้นำท้องถิ่นดำเนินการพัฒนาท้องถิ่นด้วย       

ท่านอัมพรบอกว่า ครูในโครงการผลิตครูเพื่อพื้นที่ห่างไกล ส่วนหนึ่งจะมาจากพื้นที่ที่คนท้องถิ่นพูดภาษาท้องถิ่น    นศ. ครูก็เช่นกัน ที่จะต้องมีการพัฒนาด้านภาษาเป็นพิเศษ    รวมทั้งต้องระบุให้ชัดเจนว่า เป้าหมายหลักของโครงการคือ ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา     ทั้งความเหลื่อมล้ำในโอกาสเข้าเรียนครูของเด็กในพื้นที่ห่างไกล    และความเหลื่อมล้ำในคุณภาพของโรงเรียนห่างไกล   

ผมเพิ่งรู้ว่า โครงการนี้ ถือเป็นการจัดสรรทุนรัฐบาลแก่หน่วยงานของรัฐ     และได้มีมติ ครม. เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ให้ต้องเสนอเรื่องผ่าน สำนักงาน กพ.  ก่อนเข้า ครม.   และเมื่อได้รับอนุมัติจาก ครม. แล้ว ในการของบประมาณประจำปีก็ต้องผ่าน สำนักงาน กพ.  ก่อนเข้า ครม.    จะเห็นว่ารัฐบาลทหารชุดนี้ ได้เพิ่มขั้นตอนการทำงานราชการขึ้นมาก    ทำให้งานเชิงนวัตกรรมต้องใช้แรงมาก ต้องฝ่าด่านความคิดเดิมๆ มาก กว่าจะผ่านไปได้  

นักศึกษารุ่นแรกจะเข้าเรียนในปีการศึกษา ๒๕๖๓    จึงมีเวลาปีเศษในการเตรียมความพร้อม     

ที่จริงทีมงานของ กสศ. ได้เตรียมร่างประกาศโครงการนี้มาแล้ว    แต่ที่ประชุมเห็นว่า ควรมีการประชุมหารือประเด็นสำคัญให้ชัดเจนยิ่งขึ้น  สำหรับนำมาใส่ในประกาศให้ชัดเจน  

วิจารณ์ พานิช

๒๙ ธ.ค. ๖๑


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)

หมายเลขบันทึก

659689

เขียน

05 Feb 2019 @ 09:38
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
อ่าน: คลิก