ชีวิตที่พอเพียง 3476. ทำงานเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (๒๖) หนุนให้โรงเรียนเป็นตัวของตัวเอง ช่วยเหลือกันเป็นเครือข่าย



บันทึกที่ ๑      บันทึกที่ ๒      บันทึกที่ ๓       บันทึกที่ ๔       บันทึกที่ ๕

บันทึกที่ ๖       บันทึกที่ ๗        บันทึกที่ ๘       บันทึกที่ ๙       บันทึกที่ ๑๐

บันทึกที่ ๑๑       บันทึกที่ ๑๒      บันทึกที่ ๑๓       บันทึกที่ ๑๔      บันทึกที่ ๑๕

บันทึกที่ ๑๖      บันทึกที่ ๑๗      บันทึกที่ ๑๘        บันทึกที่ ๑๙  บันทึกที่ ๒๐

 บันทึกที่ ๒๑        ตอนที่ ๒๒      ตอนที่ ๒๓       ตอนที่ ๒๔      ตอนที่ ๒๕


บ่ายวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๒ ผมไปร่วมการประชุมหารือแนวทางการดำเนินงานโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (ครต. - ผมตั้งเอง)   โดยผมเคยลงบันทึกเรื่องนี้ไว้ที่ ()   ()    โดยผมตีความว่า โครงการนี้มีเป้าหมายยิ่งใหญ่คือ สร้างขบวนการขับเคลื่อน (movement) ให้โรงเรียนเป็นตัวของตัวเอง    ซึ่งหมายความว่า โรงเรียนดำเนินการเพื่อยกระดับคุณภาพของโรงเรียน    ผ่านการยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้หรือการพัฒนานักเรียนแบบรอบด้าน (holistic student development)    และได้เสนอแนวคิดนี้ไปแล้วใน ()   

ในวันนี้ ผมเสนอให้ กสศ. มอง “เครือข่าย” เป็น “เครือข่ายเปิด” (open network)    คือส่งเสริมให้โรงเรียนในเครือข่าย ครต. แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับเครือข่ายอื่น หรือกับโรงเรียนที่ไม่อยู่ในเครือข่ายใด แต่เอาใจใส่พัฒนาตัวเองอย่างจริงจัง      

เวลานี้มีเครือข่ายโรงเรียนพัฒนาคุณภาพในรูปแบบต่างๆ รวม ๖ เครือข่าย ดังนี้

  1. 1. เครือข่ายโรงเรียนพัฒนาคุณภาพต่อเนื่อง (sQip)  ๒๕๖๐ – ๒๕๖๒   รวม ๑๙๗ โรงเรียน
  2. 2. จังหวัดพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา  ๒๕๖๒ –    รวม ๘ จังหวัด
  3. 3. โครงการเพาะพันธุ์ปัญญา  ๒๕๕๕ - ๒๕๖๒  รวม ๘๐ โรงเรียน (รศ. ดร. สุธีระ ประเสริฐสรรพ์)
  4. 4. เครือข่าย Lesson Study และ Open Approach  รวม ๑๒๐ โรงเรียน (รศ. ดร. ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์)  
  5. 5. เครือข่ายโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ที่เป็น node ได้  ๖๐ โรงเรียน (ครูใหญ่วิเชียร ไชยบัง)
  6. 6. โรงเรียนคุณภาพประจำตำบล  ๒๕๖๒ -    ประมาณ ๘,๐๐๐ โรงเรียน 

ที่จริงยังมีเครือข่ายโรงเรียนพัฒนา creativity & creative thinking ที่ รศ. ดร. ธันยวิช วิเชียรพันธ์ ดำเนินการต่อเนื่องมา ๔ - ๕ ปี และ สพฐ. ตั้งงบประมาณสนับสนุนให้ดำเนินการทุกเขตการศึกษาในประเทศ เขตละ ๑ โรงเรียน ()    โรงเรียนต่างๆ ที่เอาจริงเอาจังในการพัฒนาคุณภาพ จึงไม่ขาดแคลนความรู้    ที่ต้องการคือความเอาจริงเอาจังของทีมงานในโรงเรียนเอง  

กสศ. ต้องการหารือ เพื่อหาลู่ทางใช้ ๔ สำนักในการขับเคลื่อน ครต.    ซึ่ง ๔ สำนักที่เชิญมาคือ

  • สำนัก Open Approach & Lesson Study ของ รศ. ดร. ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์    อาจเรียกว่า สำนักญี่ปุ่น
  • สำนัก พพปญ.  ของ รศ. ดร. สุธีระ ประเสริฐสรรพ์
  • สำนัก C&C (Creativity & Critical Thinking) ของ รศ. ดร. ธันยวิช วิเชียรพันธ์   อาจเรียกว่า สำนัก OECD
  • สำนัก รร. ลำปลายมาศพัฒนา ของ ครูใหญ่วิเชียร ไชยบัง

ซึ่งแต่ละสำนักมีจุดแข็งจุดอ่อน    สามสำนักแรกเน้นบางด้าน ไม่ครบด้าน    มีเพียงสำนัก ลปม. ที่ดำเนินการแบบ whole school โดยมีรูปแบบดำเนินการครบด้าน (holistic)   

ดร. ไมตรีเสนอว่า หากจะให้สำนักไหนเข้าไปดูแลโรงเรียนใดก็มอบไปเลย    อย่าให้หนึ่งโรงเรียนมีหลายสำนักเข้าไปแนะนำ เพราะจะทำให้สับสน         

ทาง กสศ. หารือว่า ควรมีเกณฑ์คัดเลือกโรงเรียนเข้าโครงการอย่างไร    ครูใหญ่วิเชียรเสนอว่า  (๑) ผอ. รร. ไม่ย้ายใน ๒ ปี  (๒) ไม่มีครูที่ขัดขวาง    (๓) ผอ. มีทักษะด้านการบริหารอย่างแท้จริง    ดร. สุธีระเสนอ (๔) มีคณะกรรมการโรงเรียนที่เข้มแข็ง  

ผมนั่งฟังโดยออกความเห็นน้อยมาก    เพื่อหาทางจับ “สุ้มเสียง” ของที่ประชุม    และรู้สึกว่า ยังมองว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ไปให้โรงเรียนดำเนินการ    ซึ่งจะนำไปสู่ความล้มเหลว    ผมมองว่า ต้องจัดการให้เป็นโครงการที่ โรงเรียนต้องการพัฒนาตนเอง    ต้องการเป็นตัวของตัวเอง    โครงการ ครต. ทำหน้าที่สนับสนุน หรือหาวิธีเอื้ออำนาจ (empower)    และหนุนให้โรงเรียนเหล่านี้เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย    

โรงเรียนในโครงการ ครต. ต้องไม่ดำเนินการเพื่อสนองนโยบายของหน่วยงานใดทั้งสิ้น    ต้องมุ่งดำเนินการเพื่อสนองนักเรียน    เพื่อยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน   

ตอนเริ่มประชุม มีคนถามว่า ทำไมดำเนินการในโรงเรียน ๒๘๐ โรงเรียน    ตัวเลข ๒๘๐ มาจากไหน    ผมช่วยตอบว่า มาจาก ๘๐๐   คุณหมอสุภกรช่วยตอบลงรายละเอียดว่า ๘๐๐ มาจาก ๘,๐๐๐ ซึ่งเป็นจำนวนโรงเรียนขนาดกลางในพื้นที่ยากจนทั่วประเทศ    ที่หากพัฒนายกระดับคุณภาพได้ ก็จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้มาก    โดย กสศ. มีเป้าหมายส่งเสริมร้อยละ ๑๐ ของ ๘,๐๐๐   ทำหน้าที่นำร่อง สร้างการเปลี่ยนแปลงทั้งประเทศ   

เมื่อเลิกประชุม ท่านอดีต ผอ. นคร ตังคะพิภพ กรุณามอบหนังสือของโครงการ sQip ที่เพิ่มพิมพ์เสร็จสองเล่มมาให้ คือ มองตนคนเป็นโค้ชกับ คู่มือครูแกนนำทำให้ผมตาสว่างหลังจากเปิดหนังสือทั้งสองเล่มอ่านคร่าวๆ    เพราะช่วยให้ผมได้เข้าใจว่าทำไมโครงการ sQip ทำมา ๒ ปี ยังไม่เห็นผลที่ตัวเด็ก    ในขณะที่โรงเรียนวัดเนินกระปรอก ดำเนินการตามรูปแบบของโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา เพียง ๑ ปี เห็นผลที่เด็ก ()     

คำอธิบายของผมคือ โครงการ sQip เน้นจัดการ 5Q แต่ไม่ได้จัดการคุณภาพของการจัดการเรียนการสอนที่ถึงตัวเด็ก    กว่าจะถึงตัวเด็กก็ปลายปีที่สอง ซึ่งโครงการจบพอดี    เป็นบทเรียนต่อโครงการ ครต. ว่าต้องดำเนินการให้ถึงตัวเด็กและห้องเรียนในทันที    ซึ่งเมื่อผมอีเมล์ไปให้ความเห็นต่อผู้เกี่ยวข้องของ กสศ.    ดร. เจือจันทร์ จงสถิตอยู่ ผู้ทำหน้าที่ที่ปรึกษา เข้าไปติดตามโครงการ sQip ก็ยืนยันว่า ข้อสังเกตของผมถูกต้อง  

เราไม่สนใจเรื่องใครถูกใครผิด   แต่ต้องการเรียนรู้จากโครงการที่เคยดำเนินการมาก่อนแล้ว    เอามาใช้ในโครงการ ครต. ให้เกิดผลยกระดับการเรียนรู้ของเด็กให้จงได้

วิจารณ์ พานิช  

๑๐ มิ.ย. ๖๒


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)