ชีวิตที่พอเพียง 3690. ทำงานเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (๔๗) นักเรียนทุนเสมอภาค ในยุควิกฤติโควิด ๑๙

บันทึกที่ ๑

บันทึกที่ ๒

บันทึกที่ ๓

บันทึกที่ ๔

บันทึกที่ ๕

บันทึกที่ ๖

บันทึกที่ ๗

บันทึกที่ ๘

บันทึกที่ ๙

บันทึกที่ ๑๐

บันทึกที่ ๑๑

บันทึกที่ ๑๒

บันทึกที่ ๑๓

บันทึกที่ ๑๔

บันทึกที่ ๑๕

บันทึกที่ ๑๖

บันทึกที่ ๑๗

บันทึกที่ ๑๘

บันทึกที่ ๑๙

บันทึกที่ ๒๐

บันทึกที่ ๒๑

บันทึกที่ ๒๒

บันทึกที่ ๒๓

บันทึกที่ ๒๔

บันทึกที่ ๒๕

บันทึกที่ ๒๖

บันทึกที่ ๒๗

บันทึกที่ ๒๘

บันทึกที่ ๒๙

บันทึกที่ ๓๐

บันทึกที่ ๓๑

บันทึกที่ ๓๒

บันทึกที่ ๓๓

บันทึกที่ ๓๔

บันทึกที่ ๓๕

บันทึกที่ ๓๖

บันทึกที่ ๓๗

บันทึกที่ ๓๘

บันทึกที่ ๓๙

บันทึกที่ ๔๐

บันทึกที่ ๔๑

บันทึกที่ ๔๒

บันทึกที่ ๔๓

บันทึกที่ ๔๔

บันทึกที่ ๔๕

บันทึกที่ ๔๖



ในการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา วันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๓    มีการเสนอแนวทางปรับลดเงินงบประมาณปี ๒๕๖๓ ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อไปใช้รับมือวิกฤติโควิด ๑๙ เป็นเงิน ๒๐๐.๕ ล้านบาท    ทำให้งบประมาณปี ๒๕๖๓ ของ กสศ. ลดลงเหลือ ๕,๕๙๕.๖ ล้านบาท 

โดยที่เงินงบประมาณมากที่สุด จำนวน ๒,๖๐๔ ล้านบาท   เป็นเงินที่ให้แก่นักเรียนยากจนพิเศษ (๑) ที่ให้แบบมีเงื่อนไข ที่เรียกชื่อนักเรียนที่ได้รับทุนสนับสนุนสั้นๆ ว่า นักเรียนทุนเสมอภาค    นิยามของเด็กนักเรียนยากจนพิเศษคือ ครอบครัวมีรายได้ต่ำกว่า ๑,๓๓๒ บาท/คน/เดือน   

   เป้าหมายสำคัญของทุนนี้คือเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กยากจนหลุดออกจากระบบโรงเรียน    หรือช่วยส่งเสริมให้ได้ไปโรงเรียนสม่ำเสมอครบถ้วนขึ้น    ข้อมูลการติดตามผลการให้ทุนน่าสนใจมาก    คือ “จากการรายงานของระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (Information System Equitable Education: ISEE) พบว่า ผลการมาเรียนของนักเรียนทุนเสมอภาคจากกลุ่ม ตัวอย่าง 500 คน เด็กกลุ่มนี้มีอัตราการมาเรียน (1/2561) เฉลี่ยประมาณร้อยละ 69.4    เมื่อได้รับทุนเสมอภาคในภาคเรียนถัดมา (2/2561) ส่งผลให้อัตราการมาเรียนเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ 89.4   และเมื่อเด็กกลุ่มนี้ได้รับทุน เสมอภาคต่อเนื่องอีกหนึ่งภาคเรียน (1/2562) อัตราการมาเรียนเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 91.0  หรือเพิ่มขึ้นกว่าร้อย ละ 20 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ”   ที่จริงแล้วอัตรามาเรียนเพิ่มจากร้อยละ ๖๙.๔ เป็นร้อยละ ๙๑.๐ เท่ากับเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๑ นะครับ    ไม่ใช่ร้อยละ ๒๐   

การจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข ประจำปีการศึกษา 2563 ที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารในวันนี้จึงมี ๓ ส่วนคือ

  1. 1. จัดสรรทุนอุดหนุนแก่นักเรียนยากจนพิเศษ ระดับประถมศึกษา - ม. ต้น ใน ๓ สังกัด คือ สพฐ., อปท., และ ตชด.   จำนวน ๗๐๗,๒๖๗ คน สำหรับนักเรียนในสังกัด ตชด. จะได้รับการสนับสนุนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงชั้น ม. ๖   เงินสนับสนุนปีละ ๓,๐๐๐ บาท/คน   
  2. 2. จัดสรรเงินช่วยเหลือเด็กนักเรียนทุนเสมอภาค ระดับระถมศึกษา เนื่องจากสถานการณ์โควิด ๑๙    รวม ๕ แสนคน  เป็นเงิน ๖๐๐ บาท/คน    
  3. 3. จัดทำต้นแบบสนับสนุนนักเรียนโรงเรียนพระปริยัติธรรม ๑,๕๐๐ คน    เป็นการทดลอง     ในที่ประชุมมีคนอธิบายว่า สามเณรเหล่านี้เป็นเด็กไม่มีพ่อแม่ หรือพ่อแม่ยากจนจึงเอาลูกชายมาฝากวัด    มีจำนวนทั้งประเทศ ๓๕,๐๐๐ คน   

กสศ. มีวัฒนธรรมการทำงานแบบใช้ข้อมูล    จึงดำเนินการสำรวจผลกระทบของการระบาดโควิด ๑๙ ต่อคนที่มีลูกอยู้ในโรงเรียนทั่วประเทศ พบว่าร้อยละ ๔๒ รายได้ลดลง    ร้อยละ ๒๗.๘ มีรายจ่ายเพิ่มขึ้น    ร้อยละ ๑๑ ต้องช่วยเหลือญาติพี่น้อง    ร้อยละ ๑๐.๕ ถูกพักงานชั่วคราว    ร้อยละ ๘.๔ ตกงาน    เป็นที่มาของมาตรการช่วยเหลือเด็กยากจนพิเศษตามในบันทึกนี้และบันทึกต่อไป   

จะเห็นว่าความช่วยเหลือต่อคนไม่มาก    แต่ในยามยากเช่นนี้ เป็นสิ่งที่มีค่ายิ่ง    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่เป็นการดำเนินมาตรการ “คนไทยไม่ทอดทิ้งกัน”     ถือเป็นการช่วยดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลอีกทางหนึ่ง     

เพราะ สคส. ได้รับความเชื่อถือ ว่าดำเนินการส่งความช่วยเหลือไปถึงเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ    การตัดงบประมาณปี ๒๕๖๓ ตามเป้าหมายของรัฐบาลที่ให้ตัดร้อยละ ๑๐   สำนักงบประมาณจึงตัดส่วนของ กสศ. น้อยกว่านั้นมาก  

วิจารณ์ พานิช  

๓๐ เม.ย. ๖๓


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)