วันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๔ ผมไปร่วมประชุม เรื่อง การผุดบังเกิดของโรงเรียนพัฒนาตนเองในจังหวัดนครราชสีมาที่ มรภ. นครราชสีมา ซึ่งผมตีความว่ามีเป้าหมายเพื่อรวมพลังของ มรภ., สพฐ., เขตพื้นที่การศึกษา (ผอ. เขต และ ศน.), และโรงเรียน (ผอ. โรงเรียนและครู) ในการขับเคลื่อนขบวนการและอุดมการณ์โรงเรียนพัฒนาตนเอง ในจังหวัดนครราชสีมา
ทีมจัดที่มี ผอ. การุญ ชาญวิชานนท์ ผอ. รร. บ้านโกรกลึกวิทยาคม เป็นผู้ประสานงานสิบทิศ ร่วมกับท่านอธิการบดี ผศ. ดร. อดิศร เนาวนนท์ เตรียมการดีมาก มีแผนที่ให้เห็นโรงเรียนพัฒนาตนเองในโครงการของ กสศ. รุ่นที่ ๑, รุ่นที่ ๒, และที่ผุดบังเกิดเอง (ดูรูปที่ ๑ ป้ายชื่อโรงเรียนสีเหลือง)
แต่โดนพิษโควิด ที่รับลงทะเบียนมาร่วมประชุมที่ห้องประชุม ๓๐๐ คน (ค่าลงทะเบียนคนละ ๒๐๐ บาท) แต่มีคนสนใจเกิน ๓๐๐ ต้องลดจำนวนคนมาที่ห้องประชุมเหลือ ๑๕๐ ที่เหลือต้องให้เข้าประชุมทางไกล สะท้อนภาพความเอาจริงเอาจังของประชาคมการศึกษานครราชสีมาที่น่าชื่นชม
หลังจากท่านอธิการบดี ผศ. ดร. อดิศร เนาวนนท์ กล่าวต้อนรับ ผมกล่าวปาฐกถานำ เรื่อง การผุดบังเกิดของโรงเรียนพัฒนาตนเอง โอกาสสร้างคุณค่า เป็นเวลาชั่วโมงเศษ โดยผมชี้ว่า โรงเรียนพัฒนาตนเองมีสองความหมาย ความหมายแรกผูกโยงกับโครงการ ที่เป็นโครงการที่สนับสนุนโดย กสศ. ความหมายหลังผูกโยงกับอุดมการณ์ คือเป็นอุดมการณ์ของโรงเรียนที่ต้องการพัฒนาเป็นโรงเรียนคุณภาพสูง ซึ่งจะต้องเรียนรู้และพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา จึงเกิดปรากฏการณ์ โรงเรียนพัฒนาตนเองแบบผุดบังเกิดที่นครราชสีมา
ดู Ppt ที่ผมใช้ประกอบการบรรยายได้ที่ (๑)
หลังพักเบรก เป็นช่วงการเสวนาเรื่อง การผุดบังเกิดของโรงเรียนพัฒนาตนเองในจังหวัดนครราชสีมามีคุณศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร เป็นผู้ซัก และทำหน้าที่ได้มันมาก ช่วยเผย “ความจริง” เชิงลึกในวงการศึกษาในพื้นที่ ผมได้ความรู้มาก ผู้ถูกซักได้แก่ ท่านอธิการบดี ผศ. ดร. อดิศร เนาวนนท์, ผอ. เขตการประถมศึกษานครราชสีมาเขต ๑ นาย ปราโมทย์ แสนกล้า (ผู้มีลีลาร้องเพลงเขย่าลูกคอ), ผอ. โรงเรียนบ้านโกรกลึก นายการุญ ชาญวิชานนท์, และครูใหญ่วิเชียร ไชยบัง แห่งโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา, น่าเสียดายที่สถานการฌ์โควิดในกระทรวงศึกษาธิการทำให้ท่านรองเลขาธิการ กพฐ. ดร. กวินเกียรติ นนท์พละ ไปไม่ได้ ทำให้ขาดการเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบส่วนกลาง
ข้อสรุปจากการเสวนาเป็นเวลา ๑ ชั่วโมงเศษๆ ก็คือ จากข้อมูลเชิงประจักษ์ ของการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนโมเดลลำปลายมาศพัฒนาที่พิสูจน์ผลงานมา ๑๘ ปี (ก่อตั้ง พ.ศ. ๒๕๔๖) กระตุ้นโดยโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ที่เรียกชื่อย่อๆ ว่า โครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง ที่ กสศ. สนับสนุน ทำให้มีโรงเรียนที่ไม่อยู่ในโครงการใดๆ แต่ได้ศึกษาเรียนรู้จากโรงเรียนที่ได้ยกระดับคุณภาพตามแนวลำปลายมาศพัฒนา และเห็นว่าได้ผลดี จึงดำเนินการพัฒนาโรงเรียนแบบ “พัฒนาตนเอง” อย่างแท้จริง โดยยกตัวอย่างโรงเรียนบ้านกล้วยจอหอ นำโดย ผอ. เอกฉันท์ โชติฉันท์
วงการศึกษาไทย ไม่สิ้นคนดี
ตอนบ่าย แบ่งห้องแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ๕ ห้อง ใช้เวลาเกือบๆ ๒ ชั่วโมง ผมไปเข้าห้องที่ ๑ ห้อง transformation to be, เปลี่ยนสู่การเป็นโรงเรียนพัฒนาตนเอง ดำเนินรายการโดย ผศ. ดร. อนุชา กอนพ่วง หัวหน้าภาควิชาบริหารและพัฒนาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มน. ผู้เคยเป็นครู และ ผอ. โรงเรียนมาก่อน ผู้ร่วมเสวนา ๕ ท่าน เป็น ศน. ๒ ผอ. ๓ ผู้ฟังราวๆ เกือบ ๓๐ คน ส่วนใหญ่เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ข้อสังเกตของผมคือ ผู้อำนวยการโรงเรียน ๓ ท่านที่มีชื่อในรายการ ไม่มา
ข้อสรุปของผมจากการฟังการเสวนากลุ่มคือ การเปลี่ยนแปลงระดับโรงเรียนต้องการภาวะผู้นำระดับโรงเรียน ความต่อเนื่องยั่งยืนยังเป็นประเด็นของอนาคต โดยคณะกรรมการโรงเรียนที่เข้มแข็งเอาจริงเอาจังกับรูปแบบใหม่ของโรงเรียนน่าจะเป็นความหวัง
จะเห็นว่า หวังความต่อเนื่องยั่งยืนจากตัวผู้อำนวยการโรงเรียนและครูแกนนำได้ยาก เพราะระบบที่กระทรวงศึกษาธิการไทยสร้างขึ้น ความก้าวหน้าในวิชาชีพได้จากการย้ายโรงเรียน ไม่ใช่จากการแสดงผลงาน
จบการประชุมกลุ่มเวลาราวๆ ๑๕.๓๐ น. ทีม กสศ. มารวมตัวกัน AAR เพื่อหาทางสนับสนุนการผุดบังเกิดนี้ให้เกิดการพัฒนาขยายผลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ รศ. ดร. ดารณี ไปร่วมเพราะอยากให้เกิดความร่วมมือระหว่างโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นกับโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง ท่านสรุปว่า โรงเรียนจะมีคุณภาพได้ ผอ. ต้องเป็น academic leader ไม่ใช่ administration leader และเห็นว่า มหาวิทยาลัยในท้องถิ่นที่เห็นคุณค่าของการสร้างสรรค์วิชาการจากการปฏิบัติจริง จะเข้ามาเป็นพลังสร้างสรรค์การเปลี่ยนแปลงได้เป็นอย่างดี
การผุดบังเกิดนี้ เป็นการผุดบังเกิดเชิงซับซ้อน จากการเห็นคุณค่าร่วมกัน ของคุณภาพโรงเรียน
ผมเสนอว่า บทบาทของ กสศ. น่าจะมียุทธศาสตร์หนุนความมั่นใจตนเองของโรงเรียนที่ดำเนินการ “พัฒนาตนเอง” โดยการสร้างข้อมูลหลักฐานว่า การดำเนินการของโรงเรียนเหล่านี้ก่อผลกระทบอย่างไรบ้าง ในหลากหลายมิติ เน้นมิติสำคัญที่สุดที่ผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน
วิจารณ์ พานิช
๑๐ เม.ย. ๖๔
1 แผนที่จังหวัดนครราชสีมา แสดงโรงเรียนพัฒนาตนเอง สีเหลืองคือโรงเรียนพัฒนาตเองแบบผุดบังเกิดเอง
2 บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่
3 เวทีเสวนาช่วงสาย
4 บรรบากาศในห้องย่อยที่ ๑ ผู้บริหาร
5 นายเอกฉันท์ โชติฉันท์ ผู้นำการผุดบังเกิดของโรงเรียนบ้านกล้วยจอหอ