ประวัติวัดหนองกลับ อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์
- เมื่อวานตอนเย็น (๓ ก.ค. ๕๒) อาตมาเดินทางไปงานศพที่อำเภอหนองบัว นครสวรรค์ ได้ขอหนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพพระครูนิกรปทุมรักษ์ (หลวงพ่ออ๋อย สุวณฺโณ อายุ ๘๗ ปี)พิมพ์ปี พ.ศ ๒๕๓๒ ซึ่งรวบรวมโดยพระครูวาปีปทุมรักษ์(พระครูไกร) เจ้าอาวาสวัดหนองกลับ(ปัจจุบันเป็นพระราชาคณะที่พระนิภากรโสภณซึ่งมักเรียกกันทั่วไปว่าท่านเจ้าคุณ) จากหลวงน้าส้ม แก้วนิคมท่านให้มาหนึ่งเล่ม
- มีเรื่องราวน่าสนใจหลายอย่างจะขอนำเสนอเป็นเรื่อง ๆ ไปตามลำดับ
- วันนี้ขอเสนอประวัติวัดหนองกลับก่อนดังนี้
- ประวัติวัดหนองกลับ(คนรุ่นเก่าเรียกวัดหลวงพ่ออ๋อย) ตำบลหนองกกลับ อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ (เดิมขึ้น ต. หนองกลับ อ. บางมูลนาก จ. พิจิตร)
- วัดหนองกลับสร้างเมื่อ พ. ศ. ๒๓๖๓ สมัยรัชกาลที่ ๒ ใครสร้างไม่ปรากฏประวัติ ทราบตามคำบอกเล่าว่าตรงที่สร้างวัดหนองกลับนี้ ในสมัยสงครามเวียงจันทร์เป็นที่ตั้งค่ายของชาวหนองบัว-หนองกลับ เพื่อป้องกันทัพเวียงจันทร์ที่ผ่านมา
- ด้วยบ้านนี้ตั้งมานานหลายร้อยปี มีวัดเก่าชื่อวัดหนองม่วง ตั้งอยู่ตำบลหนองกลับ มีวัดสระมะนาว ตั้งอยู่ตำบลหนองบัว
- เมื่อชาวบ้านตั้งค่าย ณ วัดหนองกลับ จึงต้องย้ายวัดตามมาด้วย จึงมีวัด ๒ วัดอยู่ติดกัน ในสมัยนั้นชาวบ้านเรียกวัดนอกกับวัดใน
- ต่อมาพระภิกษุในวัดเกิดเป็นอหิวาต์ มีพระภิกษุมรณภาพ พระภิกษุที่เหลือจึงย้ายไปอยู่วัดนอก (คือวัดหนองกลับปัจจุบัน)
- ตั้งแต่นั้นมาจึงรวมกันโดยปริยาย สำหรับชื่อวัดนั้นมีผู้เขียนไว้ว่าเดิมชื่อ “วัดประทุมคงคา” ต่อมาเปลี่ยนเป็น “วัดหงษ์” เพราะมีเสาหงษ์อยู่หน้าวัด
- ต่อมามีเจ้าเมืองพิจิตรมาตรวจราชการ จึงเปลี่ยนชื่อวัดให้เหมือนกับชื่อหมู่บ้านว่า “วัดหนองกลับ” และด้วยเหตุวัดอยู่ติดกับหมู่บ้านหนองบัว ชาวบ้านปัจจุบันจึงนิยมเรียกว่า “วัดหนองบัว” แต่ตั้งอยู่ในเขตตำบลหนองกลับ
- เมื่อทางราชการตั้งกิ่งอำเภอหนองบัว จึงโอนตำบลหนองกลับจาก อ. บางมูลนาก จ.พิจิตร มาขึ้นกับจังหวัดนครสวรรค์
- ด้วยยังไม่มีที่ทำการจึงใช้วัดหนองกลับเป็นที่ทำการกิ่งอำเภอหนองบัว และข้าราชการก็อาศัยกุฏิพระอยู่ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๒ จนถึง พ.ศ. ๒๔๙๙ จึงย้ายที่ทำการไปอยู่ที่ทำการปัจจุบัน
- เมื่อทางบ้านเมืองมีฐานะเป็นอำเภอแล้ว มีคณะสงฆ์อำเภอขึ้น โดยวัดหนองกลับเป็นวัดเจ้าคณะอำเภอ มีพระครูนิกรปทุมรักษ์(หลวงพ่ออ๋อย) เป็นเจ้าคณะอำเภอหนองบัว
- นับว่าวัดนี้มีประโยชน์ต่อสังคมเป็นอันมาก วัดหนองกลับนี้เจ้าอาวาสที่ปกครองวัดอยู่นานก็คือพระครูนิกรปทุมรักษ์(หลวงพ่ออ๋อย) ปกครองอยู่ถึง ๕๖ ปี
- ต่อมาท่านชราภาพอายุถึง ๗๗ ปี ประกอบกับดวงตาเป็นต้อจนมองไม่เห็นทางคณะสงฆ์จึงยกเป็นเจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๗
- ในขณะที่ท่านเป็นเจ้าอาวาสอยู่นั้น ได้นิมนต์พระครูนิวาสธรรมขันธ์(หลวงพ่อเดิมวัดหนองโพ อ. ตาคลี) มาสร้างศาลาการเปรียญเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๖ เป็นศาลาเสาไม้ที่ใหญ่มีหน้าบันทำด้วยปูนปั้นลวดลายสวยงามมาก เป็นรูปพระพุทธเจ้าผจญมาร เป็นศาลาทรงไทย กว้าง ๒๔ เมตร ยาว ๒๘ เมตร
- ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฏาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ เวลา ๑๓.๑๐ นาที หลังคาศาลาได้พังลงมา ทำให้ไม้เครื่องบน และพื้นกระดาน กระเบื้องมุงหลังคาเสียหายประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาท
- เหตุที่พังเพราะเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๔ เกิดพายุพัดหลังคาเอนเอียงไปมาก ประกอบกับความหนักของกระเบื้องและหน้าบัน จึงได้พังลงมาตามวันเวลาดังกล่าว
- และในขณะที่พังนั้น มิได้มีลมและฝนแต่ประการใด และเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ว่า หลังคาศาลาพังลงมาหลังวันทำบุญเข้าพรรษา ๑ วัน เท่านั้น มิเช่นนั้นจะมีคนตายเป็นจำนวนมาก นับว่าเป็นบุญกุศลแก่วัด และชาวหนองบัวเป็นอย่างยิ่ง
- ทางวัดได้แก้ไขให้ศาลาอยู่ในสภาพเดิม พร้อมกันนั้นก็ต้องบำรุงศาลาเก่าไว้ให้ชนรุ่นหลังดูสืบไป.
- ถ้าโยมอาจารย์วิรัตน์จะมีอะไรเพิ่มเติมหรือมีข้อสังเกตช่วยให้ได้ข้อมูลรายละเอียดเชิงสังคมวัฒนธรรมอีกก็น่าจะมีความสมบูรณ์ครบถ้วนรอบด้านมากยิ่งขึ้น
- วันต่อไปคงได้นำเสนออีกโปรดติดตามตอนต่อไป
ขอเจริญพร
พระมหาแล ขำสุข (อาสโย)
--------------------------------------------
หมายเหตุเกี่ยวกับบทความ :
บทความนี้ ท่านพระมหาแล ขำสุข (อาสโย) เป็นผู้เรียบเรียงขึ้น โดยท่านได้ได้ประมวลจากการอ่านและศึกษาจาก หนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพพระครูนิกรปทุมรักษ์ (หลวงพ่ออ๋อย สุวณฺโณ อายุ ๘๗ ปี) พิมพ์ปี พ.ศ ๒๕๓๒ รวบรวมโดยพระครูวาปีปทุมรักษ์(พระครูไกร) เจ้าอาวาสวัดหนองกลับ แล้วนำมาเผยแพร่โดยเป็นหัวข้อย่อยของการสนทนา เรื่อง แรกมีของอำเภอหนองบัว นครสวรรค์ ซึ่งผมเขียนไว้เผยแพร่และเป็นหนทางสนทนาสร้างความรู้กับผู้อ่านในหัวข้อ วิถีประชาศึกษา ซึ่งเป็นเกร็ดประวัติศาสตร์และมีความรู้เกี่ยวกับชุมชนอำเภอหนองบัวที่น่าสนใจ หากคนท้องถิ่นและผู้สนใจทั่วไปได้มีโอกาสอ่านละร่วมเขียนความรู้หรือสนทนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันไปตามอัธยาศัย ก็จะเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ รวมทั้งส่งเสริมการร่วมกันเขียนและสร้างความรู้เกี่ยวกับชุมชนอำเภอหนองบัวให้มากยิ่งๆขึ้น ผมจึงคัดลอกแล้วตั้งให้เป็นหัวเรื่อง ทุนทางสังคมวัฒนธรรมอำเภอหนองบัว : วัดหนองกลับ หลวงพ่ออ๋อย หลวงพ่อเดิม นี้ให้แก่พระคุณเจ้าพระมหาแล ขำสุข(อาสโย) เพื่อเป็นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้เกิดประโยชน์มากยิ่งๆขึ้นต่อไป นอกจากนี้ เพื่อเป็นการเคารพและแสดงความเป็นเจ้าของ ของผู้เขียน รายละเอียดต่างๆ จึงยังคงรักษาให้เป็นไปตามต้นฉบับเดิมทุกประการ ขอนิมนต์พระคุณเจ้าท่านพระอาจารย์พระมหาแล ได้เขียนรวบรวม แลกเปลี่ยนความรู้ และเผยแพร่เรื่องราวต่างๆไปตามแต่จะเห็นสมควรครับ : ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์ กรกฏาคม ๒๕๕๒
ประวัติพระครูนิกรปทุมรักษ์ (หลวงปู่อ๋อย)
เจริญพรโยมอาจารย์วิรัตน์
วันนี้ขอนำประวัติหลวงปู่อ๋อย มาเผยแพร่สู่ธารณะชนหลวงปู่อ๋อยท่านผ่านวัยถึงขั้นบวชลูกศิษย์จนถึงหลานของลูกศิษย์จึงขนานนามท่านว่า "หลวงปู่" และขออนุญาตพิมพ์ตามต้นฉบับเดิมที่พิมพ์เมื่อปี ๒๕๓๒ ที่รวบรวมโดยพระครูไกร ดังนี้
ขอเจริญพร
พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)
หลวงพ่อเดิมชื่นชมคนหนองบัว
เจริญพรโยมอาจารย์วิรัตน์
ขอเจริญพร
พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)
ประเพณีถวายเทียนพรรษา
พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)
บุญขนมห่อ-หนองบัว หนองกลับ
กราบนมัสการพระคุณเจ้า พระอาจารย์มหาแล ขำสุข(อาสโย)
กราบนมัสการด้วยความเคารพ
ศาลาหลวงพ่อเดิมกับโรงเรียนหนองบัวเทพวิทยาคม
เจริญพรโยมอาจารย์วิรัตน์
- วันนี้อาตมาภาพพบข้อมูลจากเว็บไซต์ของโรงเรียนอนุบาลหนองบัว(เทพวิทยาคม)ที่น่าสนใจและขอนำมาเผยแพร่พร้อมมีขัอสังเกตบางประการเกี่ยวกับคนหนองบัวชุมชนหนองบัว
- และอยากเชิญชวนท่านผู้ใดที่มีข้อมูลอยู่ให้ช่วยนำมาเผยแพร่ได้เรียนรู้บ้างคิดว่าจะมีประโยชน์ต่อส่วนรวม
- ประวัติโรงเรียนหนองบัวเทพวิทยาคมก่อตั้งในปี พ.ศ. ๒๔๖๖ ก่อตั้งโดยท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายก เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ ในปีเดียวกันนี้หลวงปู่อ๋อยท่าน
-
ท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายก อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์และรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์ปี พ.ศ.๒๔๗๗-๒๔๙๙ (ต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตรวจการภาค ๖)
- ที่น่าสนใจก็คือเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปีเดียวกันและถือว่าเป็นสถานที่เดียวกันอีกด้วย เพราะโรงเรียนหนองบัวเทพวิทยาคมนั้นได้ใช้ที่ดินของวัดหนองกลับเป็นสถานที่ก่อตั้งโรงเรียน
- ฉะนั้นการสร้างศาลาการเปรียญวัดหนองกลับโดยหลวงพ่อเดิมซึ่งหลวงปู่อ๋อยนิมนต์ท่านมาเป็นประธานต้องมีความเกี่ยวข้องกับการสร้างโรงเรียนหนองบัวเทพวิทยาคมด้วย
- หลวงพ่อเดิมเป็นประธานสร้างศาลาการเปรียญหลังใหญ่เสาร้อยกว่าต้นใหญ่ทีสุดในหนองบัว
-
ท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายก เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานก่อตั้งโรงเรียนหนองบัวเทพวิทยาคม อาตมาภาพถือว่าทั้งสามท่านนี้เป็นผู้วางรากฐานชุมชนหนองบัวหรือเป็นผู้สร้างเมืองหนองบัว ก่อตั้งบ้านหนองบัว-ชุมชนหนองบัว
- เพราะสามท่านนี้ ได้สร้างสองสิ่งที่สำคัญพร้อมกันคือศาสนสถานแหล่งบำเพ็ญบุญกุศลของชาวหนองบัวและพร้อมกันนั้นท่านทั้งสามนี้ก็มีส่วนในการก่อสร้างสถานศึกษาให้แก่กุลบุตรกุลธิดาในชุมชนหนองบัว
- แต่สิ่งที่อาตมากำลังตั้งข้อสังเกตนี้ ไม่ได้ยินคำบอกเล่าหรือมีการกล่าวถึงกันเลยจึงทำให้น่าสนใจว่าประวัติศาสตร์อันสำคัญนี้ไม่ได้รับการจดจำแม้แต่คำบอกเล่าก็ไม่พบร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์ในการสร้างบ้านสร้างเมืองนี้(เพราะวัดกับโรงเรียนสมัยโน้นต้องถือว่าเทียบกับการสร้างเมืองสร้างชุมชน)
- คงต้องฝากโยมอาจารย์วิรัตน์และผู้รู้ชาวหนองบัวช่วยสืบหาร่องรอยประวัติศาสตร์ที่ตกหล่อนก่อนจะลืมเลือนหายไป
- อาตามาภาพเองทราบประวัติท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายกแค่ว่า ท่านเป็นคนหนงบัว เป็นเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์ และเจ้าคณะตรวจการภาค ๖
- อาตมาพอจะสรุปได้ตอนนี้ ก็คือ คนเฒ่าคนแก่ชาวหนองบัวจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายกนั้น ท่านเป็นคนดุมาก ชาวบ้านจะเกรงกลัวท่านเป็นอย่างมาก ชาวบ้านจะเรียกท่านว่า ท่านเจ้าคุณห้อง อันเป็นนามเดิมของท่าน
- ในความทรงจำของพระเถระในหนองบัวท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายกจะมีภาพความเป็นพระนักศึกษาผู้คงแก่เรียน เพราะท่านศึกษาภาษาบาลีได้ถึงเปรียญธรรม ๖ ประโยค (ป.ธ.๖)
- เมื่ออาตมาภาพได้ข้อมูลว่าท่านเป็นพระนักศึกษาก็ทำให้นึกหายสงสัยได้ระดับหนึ่งว่า ทำไมท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายกจึงก่อตั้งโรงเรียนหนองบัวเทพวิทยาคม
- คนหนองบัวรุ่นท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายก สามารถเล่าเรียนได้ถึงเปรียญธรรม ๖ ประโยค คงไม่ใช่เรืองง่าย ๆ ที่ว่าไม่ใช่ง่าย ๆ ไม่ได้หมายถึงความยากของการเล่าเรียน แต่ยากลำบากในการเดินทางแสวงหาความรู้
- เพราะคิดดูก็แล้วกันการเดินทางจากหนองบัวไปบวชเณร กับหลวงพ่อคล้าย วัดพนมรอก อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ เมื่อร้อยปีที่ผ่านมา(ไม่ถึงร้อยปีก็น่าจะใกล้เคียง) จะลำบากขนาดไหนแล้วท่านก็เดินทางต่อไปเรียนที่กรุงเทพฯ วัดมหาธาตุฯ ท่านพระจันทร์
- แสดงว่าท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายก ท่านต้องเป็นผู้ที่ใฝ่การศึกษาเป็นอย่างยิ่ง
- อาทิตย์นี้มีวันหยุดหลายวัน อาตมาภาพได้ฝากให้คุณเสวก ใยอินทร์ ไปสืบหาประวัติของท่านกับชาวหนองบัวคนเฒ่าคนแก่คิดว่าอีกไม่กี่วันคงจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายกไม่มากก็น้อย
- แต่ถ้าใครมีข้อมูลท่านเจ้าคุณห้องอยู่ก็ขอให้นำมาบันทึกไว้ และเล่าสู่กันฟังบ้าง อาตมาก็ขอเชิญชวนไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้อ่านข้อมูลเข้าสักวันหนึ่ง.
ได้นิมนต์พระครูนิวาสธรรมขันธ์(หลวงพ่อเดิมวัดหนองโพ อ. ตาคลี) มาสร้างศาลาการเปรียญวัดหนองกลับด้วยเช่นกันคือ พ.ศ. ๒๔๖๖ นั่นเองขอเจริญพร
พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)
ขอแก้ไขบทความเรื่อง
ศาลาหลวงพ่อเดิมกับโรงเรียนหนองบัวเทพวิทยาคม
พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)
กราบนมัสการพระคุณเจ้า พระอาจารย์มหาแล ขำสุข(อาสโย)
กราบนมัสการด้วยความเคารพ
ปฏิปทาหลวงปู่อ๋อย
เจริญพรโยมอาจารย์วิรัตน์
มีคาถาอยู่บทหนึ่งจะว่าในขณะที่จาม จะว่า "ติงหะ คัชชะ " คือเวลาจามนั้นไม่จามเหมือนคนทั่วไป จะเปล่งเสียงออกมาว่า "ติงหะ คัชชะ" ท่านบอกว่าเป็นคาถากันผีปอบเข้า
เป็นคนอดทนคอคำนินทาว่าร้าย
ขอเจริญพร
พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)
กราบนมัสการพระคุณเจ้า พระอาจารย์มหาแล ขำสุข(อาสโย)
หากมีรูปถ่ายเก่าๆ หรือสิ่งของเครื่องใช้เก่าๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่กล่วถึง ก็สามารถถ่ายรูปและนำมาเก็บรวบรวมไว้ในบล๊อกนี้ได้ครับ นอกจากจะเป็นการสร้างความรู้ขึ้นจากข้อมูลของชุมชนแล้ว คนที่วิเคราะห์ได้ก็จะช่วยต่อเติม ให้ได้เรื่องราวต่างๆที่ดีมากยิ่งๆขึ้นอีกครับ
แต่ว่าก็เป็นการให้หัวข้อเพื่อเป็นหมวดหมู่ในการดึงประสบการณ์และข้อมูลที่มีอยู่ในชุมชนให้ออกมาสะสมไปเรื่อยๆเป็นคลังความรู้ของชาวหนองบัวเฉยๆหรอกนะครับ อันที่จริงพอนึกอะไรออกและจำอะไรพอได้บ้างไม่ได้บ้าง ก็รีบนำมาลงบันทึกไว้ก่อนก็จะดีกว่าครับ
กราบนมัสการด้วยความเคารพ
เจริญพรโยมอาจารย์วิรัตน์
วันนี้อาตมายังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายกแต่มีคำบอกเล่าจากชาวหนองบัวก็เลยขออนุญาตนำมาเผยแพร่ในที่นี้
"...แม้ในทางพระวินัย ก็ไม่ยอมให้โทษเกิดขึ้นได้โดยรู้ตัว แม้จะเป็นอาบัติเล็กน้อยเพียงใดก็ตาม...กวดขันในเรื่องการทำวัตรสวดมนต์ รักษาศีลาจารวัตร อุดหนุนพระปริยัติศึกษา และเอื้อเฟื้อทางด้านการศึกษาของเยาวชนด้วย"
"...ส่งศิษยานุศิษย์ให้ไปเป็นเจ้าคณะจังหวัด และเจ้าอาวาสในมณฑลนั้นๆ ช่วยให้การพระศาสนาเป็นไปตามระเบียบแบบแผนอันดีงาม"
เรื่อง บูชาคุณสมเด็จพระวันรัต เฮง เขมจารี(๒๔๔๒-๒๔๘๖)งานเปิดหอสมุดสมเด็จพระวันรัต เขมจารี ณ วัดธรรมโสภิต อ.เมือง จ.อุทัยธานี พ.ศ.๒๕๔๘
ขอเจริญพร
พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)
ปฏิปทาหลวงปู่อ๋อย(ต่อ)
เจริญพรโยมอาจารย์วิรัตน์
ขอเจริญพร
พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)
พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)
การบูรณะนอกวัดของหลวงปู่อ๋อย
ขอเพิ่มเติมประวัติพร้อมทั้งผลงานหลวงปู่อ๋อย สุวณโณ คือมีวัดที่ท่านได้บูรณะเสนาสนะและสร้างถาวรวัตถุขึ้นมาใหม่หลายแห่งด้วยกันแต่ก็อยู่ในอำเภอหนองบัวทั้งสิ้นมี ๘ แห่งดังนี้
๑. วัดเทพสุทธาวาส ต.หนองกลับ อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ สร้างศาลาการเปรียญ
๒. วัดใหม่นิกรปทุมรักษ์(บ้านตาลิน) ต.หนองบัว อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ สร้างศาลาการเปรียญ
๓.วัดหนองประดู่ ต. หนองกลับ อ. หนองบัว จ. นครสวรรค์ สร้างกุฏิ และศาลาการเปรียญ
๔. วัดเขาพระ ต. หนองกลับ อ. หนองบัว จ. นครสวรรค์ สร้างกุฏิและศาลาดิน
๕. วัดจิกยาวใต้ ต.ห้วยถั่วเหนือ อ.หนองบัว จ. นครสวรรค์ บูรณะอุโบสถที่หลวงพ่อเดิมสร้างไว้
๖.วัดห้วยถั่วใต้ ต.ห้วยถั่วใต้ อ. หนองบัว จ.นครสวรรค์ บูรณะศาลาการเปรียญ
๗.วัดสหชาติประชาธรรม(วัดเหมืองแร่) ต. หนองกลับ อ. หนองบัว จ.นครสวรรค์ สร้างศาลาการเปรียญ
๘. วัดหนองไผ่ ต. หนองบัว อ.หนองบัว จ. นครสวรรค์ สร้างศาลาการเปรียญ
โยมไปนอนนา
เจริญพรโยมอาจารย์วิรัตน์
ขอเจริญพร
พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)
กราบนมัสการพระคุณเจ้า พระอาจารย์มหาแล อาสโย(ขำสุข)
กราบนมัสการด้วยความเคารพครับ
ประวัติท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายก
เจริญพรโยมอาจารย์วิรัตน์
การศึกษาเบื้องต้น
เมื่ออายุได้ ๘ ปี ไปศึกษาภาไทย กับ พระหัด ท้วมเทศ ผู้เป็นพี่ชาย ที่วัดหนองกลับ แล้วไปเรียนภาษาขอมและภาษาบาลี กับพระเหม ที่วัดห้วยร่วม
ครั้นายุได้ ๑๑ ปี ได้ไปศึกษาภาษาไทยและเขลคณิต กับพระอาจารย์ปลัดห่วง และ เจ้าคุณพระนิพันธ์ธรรมาจารย์(พระครูคล้าย) ที่วัดเขาพนมรอก อ. ท่าตะโก จ. นครสวรรค์
พออายุได้ ๑๓ ปี บิดานำไปฝากกับหลวงพ่อพระครูสด วัดชุมแสง อ.ชุมแสง จ. นครสวรรค์ เรียนภาษาบาลีกับพระอาจารย์โชติ พระอาจารย์เครื่อง และพระอาจารย์คลึง แล้วย้ายไปอยู่วัดนครสวรรค์ กับพระอาจารย์โชติ เพื่อเรียนภาษาบาลีต่อ มีพระหมาพุฒิ และพระอาจารย์ผ่อง เป็นอาจารย์
ครั้นอายุได้ ๑๕ ปี ได้ย้ายไปเรียนบาลีที่วัดพิชัย อ. เมือง จ. อุทัยธานี
วันหน้าจะได้นำเสนอต่อไป
ขอเจริญพร
พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)
สวัสดีครับอาจารย์ ผมน่าจะเคยเป็นรุ่นน้องอาจารย์ที่เพาะช่างนะครับ รู้สึกคุ้นๆมากครับ เเละบังเอิญมีน้องที่ทำงานด้วยกันนามสกุลเดียวกับอาจารย์ด้วย ที่กรมการพัฒนาชุมชนครับ
กราบนมัสการพระคุณเจ้า พระอาจารย์มหาแล ขำสุข(อาสโย)
กราบนมัสการด้วยความเคารพครับ
สวัสดีครับอาจารย์กู้เกียรติ