ความเห็น


กราบนมัสการพระคุณเจ้า พระอาจารย์มหาแล ขำสุข(อาสโย) และสวัสดีทุกท่านครับ

ความละเอียดอ่อนต่อสิทธิมนุษยชนและการส่งเสริมภาวะผู้นำสตรี-บุรุษ

  • เพื่อให้เราสามารถเป็นบรรณาธิการตนเองไปด้วย ผมเลยต้องกราบขออนุญาตพระคุณเจ้าและท่านผู้อ่าน ขอนำข้อปุจฉา-เสวนาที่ ๖๕ ออกไปก่อนนะครับ (หลังจากดึงออกไปแล้ว ก็จะแทนที่ด้วยหัวข้อนี้ครับ) หัวข้อดังกล่าวเป็นบทกลอนให้คติชีวิตที่ประมวลมาจากการอ่านอย่างมากมาย แล้วสรุปเป็นบทกลอนให้วิธีคิดและให้วิธีจดจำข่าวสาร งานวรรณคดี งานประพันธ์ และงานวรรณกรรมต่างๆ ซึ่งมีคุณค่าและน่าเสียดายส่วนอื่นๆเป็นอย่างยิ่ง
  • ทว่า มีอยู่ ๓ เรื่องที่ผมต้องคิดแล้วคิดอีก กระทั่งต้องตัดสินใจว่าจะขอช่วยทำหน้าที่บรรณาธิการเฉพาะกิจ คือ ๑. การกระทบตัวบุคคล การนำเอาตัวบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่ และมีการต่อสู้กันทางความคิด-การเมือง กระทั่งใช้วิธีทำให้ได้อายและทำลายความน่าเชื่อถือ มาเป็นตัวอย่างเพื่อให้ได้หลักคิดว่า อย่าเป็นอย่างนั้น มองอีกด้านหนึ่ง จะเป็นการนำขึ้นมากล่าวถึงใหม่เพื่อตอกย้ำและทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้องอีก ทั้งที่เหตุการณ์ได้ผ่านไปนานมากแล้ว ๒. การกล่าวว่า 'อย่ามักมาก เหมือนกากี' และ ๓. 'อย่าเปลี่ยนสามีเหมือนโมรา'
  • สองบทสรุปและสองคตินี้ เป็นการกระทำโน้มน้าววิธีคิด และการกระทำทางวาทกรรมที่ในวงวิชาการ รวมไปจนถึงกลุ่มผู้เคลื่อนไหวทางสังคมและองค์การระหว่างประเทศทางด้านสิทธิมนุษยชน เคยให้ข้อทักท้วงไว้อย่างต่อเนื่องแล้วก็เสนอแนะไว้ในหลายระดับว่า เป็นงานวรรณกรรมและวิธีคิดที่ลดทอนเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของสตรี ก่อให้เกิดโครงสร้างทางอำนาจที่ไม่เอื้อต่อการพัฒนาสังคมและวัฒนธรรมประชาธิปไตย ถือความได้เปรียบและวัฒนธรรมเชิงอำนาจของเพศชาย รวมทั้งการนิยมใช้วิธีรุนแรงมาเป็นหนทางแก้ปัญหา ทำให้ผู้หญิงและสตรีอยู่ในฐานะเพียงวัตถุทางเพศของเพศชาย (Sex object) จึงขอนำออกไปก่อนนะครับ ต้องขออนุญาตทุกท่านเลย

สื่อและแหล่งการเรียนรู้ชุมชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม

  • อันที่จริง มองในแง่การทำให้เกิดกิจกรรมทางสังคม การทำให้ผู้คนมีประสบการณ์ร่วม และก่อให้เกิดการเรียนรู้และได้ข่าวสารในชีวิต ที่นำไปสู่การพัฒนาตนเอง ชุมชน และสังคมแล้ว โรงหนัง ตู้เพลง งานวัด งานสวนสนุก ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านกาแฟ ตามท่ารถเมล์และแหล่งชุมชนต่างๆ เหล่านี้  องค์กรที่ดูแลทางด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ การสื่อสาร และวัฒนธรรม ของสหประชาชาติ (UNESCO) ให้การยอมรับว่าเป็นเครื่องบ่งชี้ระดับการพัฒนาทางด้านการศึกษาเรียนรู้ของสังคม ทั้งในแง่ของเนื้อหาและคุณภาพ และปริมาณเฉลี่ยต่อหัวของประชากร  หากมีในสัดส่วนที่เหมาะสม เพียงพอ และหลากหลาย ก็จะสะท้อนไปสู่การพัฒนาทั้งความทันสมัยและการมีวัฒนธรรมที่กลมกลืน-สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง พวกสถานีวิทยุและสื่อท้องถิ่น-สื่อพื้นบ้านต่างๆก็เช่นกันครับ
  • ในเบื้องต้นนี้ หากคุยและเก็บรวบรวมข้อมูล ต่อเติมและเสริมข้อมูลกันไปก่อนอย่างนี้ สักระยะหนึ่งผมเชื่อว่าจะได้ประเด็นที่ดึงข้อมูลเหล่านี้กลับมาเป็นข้อมูลเพื่อสร้างความรู้ขึ้นใหม่ ก็จะเห็นบทบาทต่อวิถีชีวิตของผู้คนและชุมชนหนองบัว เป็นอย่างดีอีกมิติหนึ่งครับ
  • ในบางเรื่อง อาจจะเป็นประสบการณ์ทางสังคมจำเพาะยุคสมัยและจำเพาะของคนหนองบัว-นครสวรรค์ เช่น ในยุคที่หนองบัว-เพชรบูรณ์ เป็นพื้นที่สีแดง-สีชมพูนั้น ชาวบ้านคงคุ้นเคยกับหนังและสื่อทำสงครามจิตวิทยามวลชนกันของสังคมต่างขั้วในยุคสมัยนั้นๆ  แอบคลุมโปงฟังคลื่นวิทยุภาคภาษาไทยจากปักกิ่ง รวมทั้งต้องแอบฟังวิทยุเบาๆในตอนกลางคืนตามหลุมหลบภัยที่ทำไว้นอนกลางคืน ต่อมาก็มีหอกระจายข่าวโดยเสียงตามสายตรงสี่แยกหัวตลาด แล้วก็มีวิทยุ-โทรทัศน์แพร่หลาย มีตู้เพลง มีโรงหนัง เป็นอีกด้านหนึ่งของพลังการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่น่าสนใจมากอย่างยิ่งครับ
  • หากสร้างความรู้ปะติดปะต่อแล้วก็สามารถรวบรวมสิ่งของเก่าแก่ที่ยังหลงเหลืออยู่มากจัดแสดงให้เห็นและจับต้องได้ในแหล่งที่มีอยู่แล้วในหนองบัว ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียนหนองคอกหรือที่วัดหนองกลับ ก็จะเป็นงานเรียนรู้สังคมหนองบัวที่มีคุณค่าอย่างที่สุดครับ เช่น อย่างที่คุณอนุกูลพูดถึงเครื่องฉายหนัง ๑๖ มม.ของ VICTOR ที่เหลืออยู่เครื่องเดียว

กราบนมัสการด้วยความเคารพ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี