ความเห็น


  • พระคุณเจ้าอภิปรายและเสวนาได้หลากรส เหมือนกับเป็นคน ๔ คนที่เขียนได้ ๔ แนวในคนเดียวกันเลยนะครับ ด้านหนึ่งก็เป็นด้านงานวรรณกรรมทางพุทธธรรม อีกด้านหนึ่งก็เป็นแนวนักวิชาการท้องถิ่น  อีกด้านหนึ่งก็เป็นการบอกเล่าและบันทึกของชาวบ้าน อีกด้านหนึ่งก็เป็นนักสังเกตการณและให้ทรรศนวิพากษ์ทางสังคม
  • เห็นพระคุณเจ้าเขียนและเห็นบัณฑิตฝ่ายบรรพชิตซึ่งจบเปรียญธรรมตั้งแต่ ปธ ๓-ไปจนถึง ปธ ๙ หลายท่านแล้ว เลยเกิดความสนใจว่า น่าจะมีสถาบันหรือเครือข่ายรองรับให้ทุนมนุษย์ที่มีอย่างนี้ ได้มีโอกาสศึกษาเชิงลึกและผลิตงานวรรณกรรมทางศาสนาสำหรับสังคมไทยนะครับ ผมเคยอ่านหนังสือที่เขียนโดยมหาเปรียญ โดยเฉพาะในขั้นสูง ปธ ๗- ปธ ๙ นั้น เชื่อได้ร้อยเปอร์เซนต์เลยครับว่าจะเป็นงานเขียนที่อ่านดีจริงๆ ทั้งตัววิถีปัญญา องค์ความรู้ และอรรถรสทางวรรณกรรม
  • หากไม่มีก็คงเสียดายมากอย่างยิ่งสำหรับสังคม เพราะนอกจากจะมีน้อยแล้ว ชุมชน ชาวบ้าน และสังคมโดยทั่วไปก็คงมัวแต่ไปนิมนต์ท่านให้ไปจมอยู่กับกิจกรรมพิธีกรรมต่างๆนาๆ ซึ่งพระและวัดก็คงจะปฏิเสธชาวบ้านไปไม่ได้ อันที่จริง หากที่ไหนมี ก็ควรจะรวบรวมในฐานที่เป็นทุนทางสังคม และวางเงื่อนไขแวดล้อมที่เอื้อให้ทุนทางสังคมที่มีอยู่อย่างจำกัดอย่างนี้ ได้เป็นเครือข่ายสร้างและสะสมทุนทางปัญญาของสังคมที่บูรณาการกับพุทธธรรมนะครับ เป็นข้อสังเกตและสะกิดชาวบ้านทั่วไปไปในตัวน่ะครับ
  • อย่างที่พระคุณเจ้าให้หลักคิดตบท้ายนั้น เป็นวิธีคิดของคนที่อยู่ด้วยกันเป็นชุมชนและกลุ่มก้อนจริงๆเลยนะครับ โดยเฉพาะวิธีคิดที่มากับพุทธศาสนา(เข้าใจว่าศาสนธรรมอื่นๆก็คงมี แต่ผมยังไม่ค่อยมีความรู้เลยครับ) ที่ว่า การได้อนุโมทนาและคิดใส่ใจต่อผู้อื่น แม้นอยู่ในความสำนึกของเราและสะท้อนอยู่ในขอบเขตการปฏิบัติของเราที่บอกถึงความมีสำนึกนั้น ยังไม่ได้กระทำให้กับผู้อื่นโดยตรงว่าเราร่วมรู้สึกทุกข์สุขไปด้วยกันอย่างไร ก็ถือว่าเป็นการก่อให้เกิดสิ่งดีแล้วนั้น ผมก็ขอสนับสนุนแนวทรรศนะนี้ครับ
  • เพราะการรู้สึกร่วมทุกข์สุขกับผู้อื่น แม้จะยังไม่ได้กระทำให้กับกับผู้อื่นโดยตรงด้วยว่าการทำสิ่งต่างๆดังที่คิดนั้น คงต้องอาศัยการประชุมและเกื้อหนุนกันของเหตุปัจจัยหลายอย่าง แต่ก็สะท้อนอยู่ในการปฏิบัติต่อตนเองนั้น อย่างน้อยก็ลดการเบียดเบียนตนเองซึ่งจะไปเพิ่มแรงกดดันทางสังคมให้คนอื่นเขาทุกข์เพิ่มขึ้น และการไม่ทำให้ตนเองไปเบียดเบียนผู้อื่น ก็มีความเป็นปัจจัยแวดล้อมอยู่ในตัวเองให้ผู้คนที่เราร่วมทุกข์สุข ได้อยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่สบายมากกว่าเดิม เรียกว่าแค่เราเริ่มต้นคิดดีและทำในใจให้แยบคาย  สุขภาวะภายในของเราและโลกภายนอก ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงไปมากแล้วนะครับ เลยเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ

กราบนมัสการด้วยความเคารพ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี