ความเห็น


พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)
  • ประวัติท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายก (ห้อง ชาตสิริ ท้วมเทศ ป.ธ. ๖) อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์
  • โดย พระครูนิมิตศีลาภรณ์(สม ฉ่ำน้อย ฐิตสีโล) เจ้าอาวาสวัดเทพสุทธาวาส เจ้าคณะตำบล ห้วยร่วม เขต ๒
  • วันนี้อาตมาภาพขอนำประวัติท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายกที่เรียบเรียงโดยพระครูสมต่อจากเมื่อวานนี้ดังต่อไปนี้
  • บรรพชา พออายุได้ ๑๖ ปี ได้กลับมาอยู่วัดนครสวรรค์ อ. เมือง จ. นครสวรรค์ และได้บรรพชาเป็นสามเณรกับ(หลวงพ่อคล้าย วัดเขาพนมรอก อ.ท่าตะโก) อยู่วัดนครสวรรค์ เป็นลำดับมา
  • ครั้นอายุย่างเข้าได้ ๒๐ ปี ย้ายไปอยู่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ กรุงเทพฯ เพื่อศึกษาพระปรัยัติธรรมในสำนักเรียนวัดมหาธาตุฯ อุปสมบท
  • เมื่ออายุครบ ๒๐ ปี ได้อุปสมบท ณ พัมธสีมาวัดมหาธาตุฯ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๔ กรกฏคม พ.ศ. ๒๔๕๘ ตรงกับวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๘ ปี เถาะ โดยมีสมเด็จพระวันรัต(ฑิตย์) เป็นพระอุปัฌชาย์ สมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) เวลานั้นดำรงสมณศักดิ์เป็นราชสุธี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระประสิทธิ์สีลคุณ (จ้อย) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้สมณฉายว่า ชาตสิริ การศึกษาพระปริยัติธรรม
  • การศึกษาพระปริยัติธรรม 
  • ในศกนี้(พ.ศ. ๒๔๕๘) ได้เข้าสอบพระปริยัติธรรมสนามหลวง สอบได้นักธรรมชั้นตรี
  • ปี พ.ศ. ๒๔๖๑ เข้าสอบปริยัติธรรมเป็นเปรียญ ๓ ประโยค
  • ปี พ.ศ. ๒๔๖๒ เข้าสอบปริยัติธรรมเป็นนักธรรชั้นโท
  • ปี พ.ศ. ๒๔๖๓ เข้าสอบปริยัติธรรมเป็นเปรียญ ๔ ประโยค
  • ปี พ.ศ ๒๔๖๔ เข้าสอบปริยัติธรรมเป็นเปรียญ  ๕ ประโยค
  • ปี พ.ศ ๒๔๖๕ เข้าสอบปริยัติธรรมเป็นเปรียญ   ๖ ประโยค หน้าที่การงาน
  • ได้เป็นครูสอนทั้งธรรมและบาลีในสำนักเรียนวัดมหาธาตุฯ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๖๓ ถึง พ. ศ. ๒๔๗๗
  • พ.ศ. ๒๔๖๖ เป็นกรรมการตรวจนักธรรมตรีและบุรพภาค ป.ธ. ตรี ในสนามหลวง
  • พ.ศ. ๒๔๖๗ เป็นกรรมการตรวจนักธรรมชั้นโทและบุรพภาค ป.ธ. ตรี ในสนามหลวง
  • พ.ศ. ๒๔๖๗ เป็นกรรมการตรวจ ป.ธ. ๓, ป.ธ. ๔
  • พ.ศ. ๒๔๖๘ นำปัญหาธรรมวินัยไปเปิดสอบที่จังหวัดอุทัยธานี มณฑลนครสวรรค์
  • พ.ศ. ๒๔๖๙ นำปัญหาธรรมวินัยไปเปิดสอบที่จังหวัดกำแพงเพชร มณฑลนครสวรรค์
  • พ.ศ. ๒๔๗๑ นำปัญหาธรรมวินัยไปเปิดสอบที่จังหวัดกำแพงเพชร มณฑลนครสวรรค์และเป็นกรรมการตรวจนักธรรมชั้นตรีในสนามมณฑลนี้
  • พ.ศ. ๒๔๗๒ นำปัญหาธรรมวินัยไปเปิดสอบที่จังหวัดตาก มณฑลนครสวรรค์และเป็นกรรมการตรวจนักธรรมชั้นโทในสนามมณฑลนี้
  • พ.ศ. ๒๔๗๓ เป็นอนุศาสนาจารย์ เที่ยวจาริกสอนประชาชนในจังหวัดกำแพงเพชร
  • พ.ศ. ๒๔๗๕-๒๔๗๖ ได้เป็นเลขาฯ ในการตรวจการคณะสงฆ์ของรองเจ้าคณะมณฑลอยุธยา
  • พ.ศ. ๒๔๗๗ สมเด็จพระวันรัต(เฮง เขมจารี) ครั้นเป็นพระพิมลธรรมเจ้าคณะมณฑลอยุธยา ได้ส่งให้มาอยู่วัดนครสวรรค์ อ. เมือง จ. นครสวรรค์ เพื่อจัดการศึกษาพระปริยัตธรรม สมณศักดิ์
  • พ.ศ. ๒๔๗๙ ได้รับสมษศักดิ์เป็นพระราชาคณะที่ พระเทพสิทธินายก
  • พ.ศ. ๒๔๙๒ ได้เลื่อนสมณศักด์เป็นพระราชาคณะเสมอชั้นราชในนามเดิม
  • พ.ศ. ๒๔๙๖ ได้เลื่อนสมณศักด์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพเป็นพระเทพสิทธินายก ปาพจนาธิปก ตรีปิฏกภูษิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี ตำแหน่งพระคณะธิการ
  • พ.ศ. ๒๔๗๘ เป็นพระคณะจารย์โท ฝ่ายคันถธุระ
  • พ.ศ. ๒๔๗๘ เป็นผู้ช่วยเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์
  • พ.ศ. ๒๔๗๘ เป็นอุปัฌชาย์ในเขตจังหวัดนครสวรรค์
  • พ.ศ. ๒๔๗๙ เป็นผู้ช่วยเจ้าคณะมณฑลอยุธยา
  • พ.ศ. ๒๔๘๘ เป็นหัวหน้าคณะวินัยธรชั้นต้น
  • พ.ศ. ๒๔๘๙ เป็นเจ้าคณะตรวจการผู้ช่วยภาค ๒
  • พ.ศ ๒๔๙๒  เป็นเจ้าคณะตรวจการผู้ช่วยภาค ๔
  • พ.ศ. ๒๔๙๔ เป็นเจ้าคณะตรวจการภาค ๖
  • หน้าที่พิเศษ เป็นผู้จัดการศึกษาและการบริหาร ของสำนักเรียนและวัดนครสวรรค์ ตลอดสมัยที่ท่านมาอยู่วัดนครสวรรค์
  • ช่วยสมเด็จพระวันรัต(เฮง เขมจารี) ครั้งเป้นพระธรรมไตรโลกาจารย์ ตรวจชำระพระไตรปิฏกสยามรัฐ(บาลี) เป็นผู้จัดการสร้างเสนาสนะและกำแพงวัดนครสวรรค์ เป็นผู้จัดการสร้างโรงเรียนปริยัติธรรมขึ้นในวัดนครสวรค์หนึ่งหลัง เป็นตึก ๓ ชั้น ก่ออิฐเทคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคาเทคอนกรีตเป็นดาดฟ้า ยาว ๑๓ วา กว้าง ๔ วา ออกมุขทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
  • เพื่อจุดประสงค์ ๔ ประการคือ
  • ๑. เพื่อเหมาะและสะดวกแก่การศึกษา การสอบ และการตรวจข้อสอบ
  • ๒. เพื่อความก้าวหน้าแห่งการศึกษาของพระภิกษุสามเณร
  • ๓. เพื่อเป็นที่เก็บสรรพหนังสือ มีหนังสือพระไตรปิฏกเป็นต้น
  • ๔. เพื่อความาเจริญแห่งพระพุทธศาสนา
  • พ.ศ. ๒๔๙๘ เป็นผู้อำนวยการสร้างวัดใหม่ที่หมู่บ้านหนองกลับ(คือวัดเทพสุทธาวาส) อ.หนองบัว จ. นครสวรรค์ ซึ่งเป็นชาติภูมิของท่าน โดยสร้างกุฏิขึ้น ๒ หลัง และใน พ.ศ. ๒๔๙๙ ได้สร้างกุฏิขึ้นอีก ๔ หลัง หอสวดมนต์ ๑ หลัง หอระฆัง ๑ หลัง รวมเป็น ๖ หลัง ทำเสร็จเพียงวันเดียวเท่านั้นด้วยความพร้อมเพรียงของประชาชน ภายใต้การนำของพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายกนั่นเอง
  • พระเดชพระคุณ ท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายก ถึงมรณภาพ เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ เวลา ๑๓. ๐๘ น. ด้วยโรคโลหิตเป็นพิษ คำนวณอายุได้ ๖๐ ปี ๖ เดือน ๒๘ วัน ๑๔ ชั่วโมง ๘ นาที รวมพรรษา ๔๑ พรรษา “คณะสงฆ์ต้องสูญเสียพระดีที่จากไป…”

 วันต่ิอไปจะนำเสนอการสร้างวัดเทพสุทธาวาส

ขอเจริญพร

พระมหาแล ขำสุข(อาสโย) 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี