ความเห็น


พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)

คนหนองบัวเชื้อสายไทใหญ่

เจริญพรโยมอาจารย์วิรัตน์

  • วันนี้อาตมาภาำพพบบทความชิ้นหนึ่งที่กล่าวถึงหนองบัวในเว็บที่นำมาลงไว้ในที่นี้ ซึ่งเขียนโดย คุณวลัยลักษณ์  ทรงศิริ รู้่สึกตื่นเต้นดีใจอย่างมากที่ได้พบข้อมูลหลักฐานความเป็นมาของหนองบัวโดยเฉพาะประวัติที่กล่าวว่าคนหนองบัวส่วนมีเชื้อสายไทใหญ่ อาตมาก็นึกสงสัยว่าสำเนียงภาษาที่คนหนองพูดเหน่อหรือแปร่ง ๆ นี้จะต้องมีที่มาที่ใดสักแห่งแต่ก็สันนิษฐานไม่ได้ว่ามาจากกลุ่มภาษาใด วันนี้มีคำเฉลยจากบทความต่อไปนี้ อาตมาภาพขออนุโมทนาขอบคุณคุณวลัยลัษณ์ ทรงศิริ ที่เปิดเผยร่องรอยประวัติศาสตร์กลุ่มคนหนองบัวบางส่วนทำให้ข้อกังขาข้อสงสัยที่มีมาเป็นเวลานานได้กระจ่างชัดเสียที
  • ถ้าคนรอบนอกหนองบัวส่วนใหญ่ก็จะรู้ว่าบรรพบุรุษของตัวมาจากไหนอย่างไร แต่คนหนองบัว-หนองกลับส่วนใหญ่มักไม่ทราบที่มา
  • อาตมาสังเกตคำพูดสำเนียงหนองบัวมีส่วนคล้ายสำเนียงสุโขทัย
  • เชิญคนหนองบัวบางส่วนลูกหลานไทใหญ่อ่านประวัติความเป็นมาหรือโคตรเหง้าเหล่ากอได้ ณ บัดนี้

http://www.konrakmeed.com/webboard/upload/lofiversion/index.php?t5496.html (ชุมชนคนรักมีด-เหล็กโบราณ) รวบรวม โดย คุณ Oat, Quote เขียนโดย คุณวลัยลักษณ์ ทรงศิริ

  • เขตพื้นที่ระหว่างเพชรบูรณ์ทางตะวันออก และพิจิตรทางตอนเหนือของจังหวัดนครสวรรค์ คืออำเภอหนองบัวเป็นรอยต่อของภูมิประเทศแบบลอนลูกคลื่น ซึ่งมีภูเขาเตี้ยๆห่างๆ กันตั้งอยู่ กับพื้นที่ราบลุ่ม ซึ่งจะเทไปสู่ลำน้ำน่านแถวอำเภอชุมแสง ก่อนจะรวมเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากน้ำโพต่อไป
  • ที่บ้านหนองบัว ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแต่ดั้งเดิมไม่มีลำน้ำใหญ่ไหลผ่าน ชาวบ้านอาศัยน้ำกินน้ำใช้จากหนองบัว ซึ่งเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่เนื้อที่กว่า๑๗ไร่ จนถึงปัจจุบันก็ยังใช้กันอยู่
  • คนหนองบัวบางส่วนสืบเชื้อสายคนไทใหญ่ที่อพยพเข้ามาอยู่อาศัยมานานเต็มที จนเหลือแต่ร่องรอยความทรงจำในสำเนียงที่พูด เสียงแปร่งไปกว่าคนทั่วไป หรือมีการทำนาข้าวเหนียวเก็บไว้กินในเฉพาะกลุ่ม
  • คนหนองบัวรุ่นเก่าเล่าสืบต่อกันมาว่า พื้นที่แถบนี้เนื่องจากมีโลหะธาตุอุดมสมบูรณ์ จึงต้องส่งส่วย เหล็กหางกุ้ง ให้กับทางเมืองหลวงสมัยกรุงศรีอยุธยา
  • ลุงแหวน บุญบาง อดีตกำนันตำบลหนองบัวเล่าให้ฟังว่า ชาวบ้านจะทำการ " สลุงเหล็ก " ( หมายถึง ถลุงเหล็ก ) โดยนำแร่เหล็กมาจาก เขาเหล็ก ที่บ้านคลองกำลัง เขตรอยต่อกับเพชรบูรณ์ ห่างจากหนองบัวไปราว ๒๐ กิโลเมตรถลุงแล้ว เรียกว่าเหล็กหางกุ้งไปส่งส่วยแทนการเสียเงินปีละ๖บาท
  • ผู้นำของชุมชนเรียกชื่อว่า พ่อหลวงโลหะ และลูกหลานที่สืบเชื้อสายต่อมา ใช้นามสกุลกันว่า โลหะเวช
  • ใกล้หนองบัวบริเวณท้ายตลาด มีโบราณสถาน เรียกว่า กุฏิฤาษี ตั้งอยู่พบเศษขี้เหล็ก หรือตะกรันเหล็กอยู่มากมาย นอกจากนี้ตามทุ่ง และภูเขาบางแห่งยังพบก้อนแร่ตะกั่วที่ผ่านการถลุงแล้วก้อนเล็ก ก้อนใหญ่ จำนวนมาก ชาวบ้านเรียกกันว่า ตะกั่วเถื่อน
  • ปัจจุบันในเขตอำเภอหนองบัว ที่เหมืองแร่ทุ่งของห่างจากตัวอำเภอราว๑๗ กิโลเมตร มีการผลิตแร่ยิปซั่มเป็นจำนวนมาก ในบริเวณเหมืองแร่แห่งนี้ ยังได้พบเครื่องมือหินขัดและเศษภาชนะจำนวนหนึ่งอยู่ในเขตเหมือง และยังไม่มีการสำรวจบันทึกเป็นหลักฐาน
  • เรื่องการส่งส่วยเหล็กให้กับกรุงศรีอยุธยาที่เป็นเรื่องเล่าสืบต่อกันมานั้น ไม่ใช่มีแต่เฉพาะที่หนองบัวเพียงแห่งเดียว ที่บ้านเขาทอง อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ห่างจากหนองบัวไปราว ๕๐ กิโลเมตร และอยู่ในเขตของการถลุงเหล็ก ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ทวารวดี อยุธยา โดยมีหลักฐานโบราณวัตถุและทางเอกสาร ก็ยังมีการเล่าสืบต่อกันมาว่า บรรพบุรุษของคนเขาทอง ต้องส่งส่วยเหล็กให้กับกรุงศรีอยุธยา และมีชื่อในการถลุงเหล็ก ต่อมาเลิกทำ เปลี่ยนมามีชื่อในการทำเกวียนแทน เป็นคำบอกเล่าที่ไม่สามารถระบุเวลาที่แน่นอน
  • แต่ที่แน่ชัดบ้านเขาทองกลุ่มดั้งเดิมในหมู่ที่ ๑ นั้น ตั้งอยู่บนเนินถลุงเหล็ก เป็นโคกสูงกว่าบ้านอื่น ๆ เห็นได้ชัดเจน มีบันทึกจากรายงานการค้าขายของชาวอังกฤษในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชว่า แร่เหล็กมีทำกันมากในเขตเมืองเหนือแถบสุโขทัยและเมืองพิษณุโลก นอกจากนั้นยังมีบันทึกของบาทหลวงชาวฝรั่งเศสอีกว่า บริเวณเมืองชัยนาท มโนรมย์ เรื่อยมาจนถึงเขาแม่เหล็ก ชาวบ้านยังต้องส่งส่วยเหล็กให้กับกรุงศรีอยุธยาเป็นจำนวนหนึ่งหาบต่อคน ราคาจำหน่ายเหล็กต่อหาบบันทึกไว้ว่า ราคา ๖ - ๗ บาท
  • ส่วนข้อมูลสินค้าสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น บันทึกไว้ว่า แหล่งผลิตเหล็กอยู่บริเวณเมืองระแหง นครสวรรค์ และแม่ตาก ในพื้นที่ซึ่งเป็นที่ดอนแถบภูเขา เหล็กผลิตเพื่อใช้เองภายในประเทศ เหลือส่งออกไปตามคาบสมุทรมาเลย์บ้างเล็กน้อย
  • ที่วัดหนองบัว ซึ่งเป็นการรวมเอาวัดหนองกลับเข้าอยู่ด้วยกัน เรียกว่า วัดหนองบัว - หนองกลับ มีพิพิธภัณฑ์เก็บรวบรวมสิ่งของแบบพื้นบ้าน เช่น ตะเกียงเจ้าพายุ เครื่องมือสีข้าว เครื่องมือจับปลา เครื่องหั่นใบยาสูบ ฯลฯ
  • อาคารพิพิธภัณฑ์มีถึง ๒ หลัง และยังนำเอาเรือโยงขนาดใหญ่มาตั้งบนบกแสดงให้คนบ้านดอนที่มาเยี่ยมชมโดยพระครูวาปีปทุมรัตน์เจ้าอาวาสวัดหนองบัวหนองกลับเป็นผู้รวบรวมนอกจากนี้วัดหนองบัวยังมีศาลาไม้หลังใหญ่ประกอบโดยการใช้สลักไม้และโบสถ์ที่หลวงพ่อเดิมเกจิอาจารย์ของชาวนครสวรรค์มาสร้างไว้ตั้งแต่พ.ศ.๒๔๖๖ และพ.ศ.๒๔๗๕ ตามลำดับเป็นอนุสรณ์ระลึกถึงหลวงพ่อเดิมแม้ท่านจะจำพรรษาอยู่ที่วัดหนองบัวเป็นระยะเวลาไม่นานนัก หนองบัวที่นครสวรรค์.

วลัยลักษณ์ ทรงศิริ

ขอเจริญพร

พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)

 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี