ความเห็น


พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)

ประวัติท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายก

เจริญพรโยมอาจารย์วิรัตน์

  • เมื่อวานนี้(๑๑ ก.ค.๕๒) อาตมาภาพได้รับหนังสือประวัติท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายกจากท่านพระครูสม เจ้าอาวาสวัดเทพสุทธาวาสรู้สึกตื่นเต้นดีใจ และขอขอบคุณท่านพระครูเป็นอย่างมากที่ท่านเก็บรวบรวมแสวงหาข้อมูลจากวงศ์ญาติลูกหลานท่านเจ้าคุณเทพฯ ท่านบอกว่า การทำหนังสือไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเก็บข้อมูลเรื่องราวที่ผ่านกาลเวลามาค่อนข้างนาน ผู้ให้ข้อมูลและร่วมแสวงหาประวัติท่านเจ้าคุณเทพฯ ก็มีท่านกำนันเทียน ท้วมเทศ ท่านพระครูยังกล่าวต่ออีกว่า กลัวคนหนองบัว-หนองกลับ รุ่นหลังจะไม่รู้จักและจะลืมท่านเสียก่อนก็เลยจัดทำเก็บไว้ให้คนหนองบัวได้จดจำเรียนรู้ต่อไป ท่านกล่าวเสริมต่อด้วยความมั่นใจว่า คิดว่าประวัติชุดนี้มีความสมบูรณ์น่าจะประมาณ ๙๙ เปอร์เซ็น อาตามาภาพในนามคนหนองบัวต้องขอขอบพระคุณท่านพระครูสมเจ้าอาวาสวัดเทพสุทธาวาสอย่างสูงยิ่ง ในหนังสือเล่มนี้ท่านพระครูท่านทำเฉพาะที่เกี่ยวกับวัดเทพสุทธาวาสเป็นส่วนมาก ก็เลยได้ทราบข้อมูลที่เป็นเอกสารหนังสือและจะเป็นข้อมูลที่ใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงได้อย่างถูกต้องแม่นยำแน่นอนเกี่ยวกับท่านเจ้าคุณเทพฯต่อไป
  • เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๗ อามตมาได้อ่านประวัติท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายก จากหนังสืองานศพน่าจะเป็นงานพระราชทานเพลิงศพของท่านเล่มเล็ก ๆ ที่ห้องสมุดวัดธรรมโสภิต อ.เมือง จ.อุทัยธานีเป็นหนังสือเก่ามาก แต่ก็ไม่ได้ถ่ายเอกสารหรือสำเนาไว้แต่อย่างใด เมื่อวานก็ลืมถามท่านพระครูสมว่ามีหนังสือเล่มนี้หรือเปล่า ก็ยังนึกเสียดายจนทุกวันนี้ถ้าใครมีหนังสือเล่มดังกล่าวนั้นอยู่ก็ให้บอกกล่าวผ่านทางคอลัมน์โยมอาจารย์วิรัตน์นี้ก็ได้
  • โยมอาจารย์วิรัตน์เคยเล่าว่าการเดินทางมาเรียนที่โรงหนองบัวเทพฯ และหนองคอกต้องเดินทางจากบ้านตาลินไป-กลับด้วยความยากลำบากเมื่อ ๓๐-๔๐ ปีที่ผ่านก็ยังมองเห็นภาพและนึกตามไปได้พอสมควร แต่เมื่อเทียบกับท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายกแล้วแค่การศึกษาเบื้องต้นของท่านก็ต้องไปเรียนไล่เรียงตั้งแต่ วัดหนองกลับ-วัดห้วยร่วม-วัดชุมแสง(อ.ชุมแสง)-วัดเขาพนมรอก อ.ท่าตะโกจนถึงต่างจังหวัดคือจ.อุทัยธานีโน่น จังหวัดอุทัยธานีเมื่อร้อยปีที่แล้ว(เพราะท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายกท่านเกิด ๒๔๓๘ ช่วงเรียนเบื้องต้นอายุ ๑๐ กว่าปีก็ตกประมาณ พ.ศ. ๒๔๕๐ กว่า ๆ แค่นั้นเอง ก็เกือบร้อยปี)ก็ห่างจากคนหนองบัวที่ได้เล่าเรียนหนังสืออย่างยากลำบากประมาณหนึ่งช่วงตัว คือสักห้าสิบปี เรื่องนี้น่าสนใจน่าติดตามน่าศึกษาน่าค้นคว้าร่องรอยช่วยกันตามหาเส้นทางชีวิตผู้ให้กำเนิดโรงเรียนหนองบัวเทพวิทยาคมและผู้ให้กำเนิดวัดเทพสุทธาวาสในบ้านเมืองหนองบัวและชุมชนหนองบัวเรา ท่านก่อตั้งโรงเรียนหนองบัวเทพวิทยาคมก่อนวัดเทพสุทธาวาสหลายปีมาก ก็แสดงให้เห็นว่าท่านให้ความสำคัญกับการศึกษาเล่าเรียนของคนหนองบัวขนาดไหน ตอนนี้ท่านพระครูสมท่านได้ทำประวัติของท่านเจ้าคุณเทพฯในด้านที่เกี่ยวข้องกับการสร้างวัดเทพสุทธาวาสได้อย่างน่าชื่นชม ทีนี้ก็ยังเหลือชาวหนองบัวที่เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนหนองบัวเทพวิทยาคมที่ขณะนี้มีการศึกษาเจริญก้าวหน้าและมีหน้าที่สำคัญ ๆ ในหนองบัวหรือนอกหนองบัวมากมาย คงต้องมาหวนรำลึกถึงบุพการีชนคนหนองบัวในอดีตกันอย่างไรดีจึงจะได้ชื่อว่าเป็นคนกตัญญูและตอบแทนคุณท่านอย่างไรกันบ้าง อันดับแรกนี้ก็ขอเจริญพรเชิญชวนชาวหนองบัวทุกท่านผ่านโยมอาจารย์วิรัตน์ในที่นี้ก่อนและก็ฝากโยมอาจารย์วิรัตน์ให้ช่วยบอกต่อ ๆ ไปด้วย
  • ต่อไปนี้จะขอนำเสนอประวัติท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธินายก ในเบื้องต้นก่อนดังต่อไปนี้

  • ประวัติเจ้าคุณเทพสิทธินายก (ห้อง ชาตสิริ ท้วมเทศ ป.ธ. ๖) อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์
  • โดย พระครูนิมิตศีลาภรณ์(สม ฉ่ำน้อย ฐิตสีโล) เจ้าอาวาสวัดเทพสุทธาวาส เจ้าคณะตำบล ห้วยร่วม เขต ๒
  • ชาติภูมิ
  • พระเดชพระคุณ เจ้าคุณเทพสิทธินายก นามเดิมชื่อ ห้อง นามสกุล ท้วมเทศ เกิดเมื่อวันอังคารที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๓๘ ตรงกับขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีมะแม เวลา ๒๓.๐๐ น. ณ บ้านเนินพลวง หมู่ที่ ๔ ต.หนองกลับ อ. หนองบัว จ. นครสวรรค์ บิดาของท่านชื่อ นายท้วม มารดาของท่าน ชื่อ นางเขียว (นามสกุลเดิม อินทชิต) มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ๘ คน คือ
  • ๑. นายอินทร์   ท้วมเทศ
  • ๒. นางสร้อย    ท้วมเทศ
  • ๓. นายคำ       ท้วมเทศ
  • ๔. นายหัด      ท้วมเทศ
  • ๕. นายทิม      ท้วมเทศ
  • ๖. นายเพ็ชร    ท้วมเทศ
  • ๗. นายพัด      ท้วมเทศ
  • ๘. พระเทพสิทธินายก (ห้อง ชาตสิริ ท้วมเทศ ป.ธ. ๖)

การศึกษาเบื้องต้น

 เมื่ออายุได้ ปี ไปศึกษาภาไทย กับ พระหัด ท้วมเทศ ผู้เป็นพี่ชาย ที่วัดหนองกลับ แล้วไปเรียนภาษาขอมและภาษาบาลี กับพระเหม ที่วัดห้วยร่วม

ครั้นายุได้ ๑๑ ปี ได้ไปศึกษาภาษาไทยและเขลคณิต กับพระอาจารย์ปลัดห่วง แล เจ้าคุณพระนิพันธ์ธรรมาจารย์(พระครูคล้าย) ที่วัดเขาพนมรอก อ. ท่าตะโก จ. นครสวรรค์

พออายุได้ ๑๓ ปี บิดานำไปฝากกับหลวงพ่อพระครูสด วัดชุมแสง อ.ชุมแสง จ. นครสวรรค์ เรียนภาษาบาลีกับพระอาจารย์โชติ พระอาจารย์เครื่อง และพระอาจารย์คลึง แล้วย้ายไปอยู่วัดนครสวรรค์ กับพระอาจารย์โชติ เพื่อเรียนภาษาบาลีต่อ มีพระหมาพุฒิ และพระอาจารย์ผ่อง เป็นอาจารย์

ครั้นอายุได้ ๑๕ ปี ได้ย้ายไปเรียนบาลีที่วัดพิชัย อ. เมือง จ. อุทัยธานี

วันหน้าจะได้นำเสนอต่อไป

ขอเจริญพร

พระมหาแล ขำสุข(อาสโย) 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี