ปฏิปทาหลวงปู่อ๋อย
เจริญพรโยมอาจารย์วิรัตน์
- วันนี้วันอาสาฬหบูชา อาตมาภาพขอให้ครอบครัวโยมอาจารย์วิรัตน์และท่านผู้อ่านทุกท่านจงประสพแต่ความสุขความเจริญงอกงามไพบูลในธรรมตลอดไป
- วันนี้จะขอบันทึกเรื่องราวของหลวงปู่อ๋อย สุวณฺโณ ต่อไปที่รวบรวมโดยพระครูวาปีปทุมรักษ์(พระครูไกร) ดังต่อไปนี้
- ที่กุฏีหลวงปู่อ๋อยจำวัตรอยู่นั้น ท่านตั้งใจสร้างด้วยอาคารไม้สักทั้งหลังเพื่อเป็นอนุสรณ์ ท่านบอกว่าต่อไปไม้สักจะหายาก หลังคามุงด้วยสังกะสีอลูมิเนียมเป็นกุฏี ๒ ชั้น ๕ ห้องมีมุข
- ท่านอยู่จำพรรษาที่กุฏีหลังนี้ตลอดอายุของท่าน หลวงปู่อ๋อย ท่านเป็นผู้แสวงหาวิชาความรู้ด้านต่าง ๆ
- ท่านเล่าว่าเมื่อประมาณพรรษา ๒ ได้เดินทางไปวัดหลวงพ่อเงิน อำเภอโพทะเล จ.พิจิตร เพื่อศึกษาวิชา ขณะนั้นหลวงพ่อเงินชราภาพ พอดีมีโรคอหิวาห์เกิดขึ้น ได้จำวัตรอยู่ ๒ คืน จึงเดินทางกลับ
- ท่านเล่าว่ารอบวัดมีไม้ไผ่ ท่านคงจะไปวัดท้ายน้ำเป็นแน่และหลังจากนั้นไม่นานก็ได้ข่าวหลวงพ่อเงินมรณภาพ
- และท่านเคยเรียนวิชาแพทย์แผนโบราณจากหลวงพ่อเดิม ท่านเป็นโรคประจำตัวคือโรคปวดหลัง ท่านรักษาตัวเองจนหาย รักษาอยู่หลายปีจนอายุถึง ๖๐ ปี จึงหายขาด
- ความเป็นผู้นิยมในคาถาอาคม
มีคาถาอยู่บทหนึ่งจะว่าในขณะที่จาม จะว่า "ติงหะ คัชชะ " คือเวลาจามนั้นไม่จามเหมือนคนทั่วไป จะเปล่งเสียงออกมาว่า "ติงหะ คัชชะ" ท่านบอกว่าเป็นคาถากันผีปอบเข้า
เป็นคนอดทนคอคำนินทาว่าร้าย
- การกระทำกิจการต่าง ๆ ย่อมไม่เป็นที่ถูกใจของคนทุกคน เวลามีคนนำไปพูดต่าง ๆ นา ๆ ลูกศิษย์ผู้หวังดีมาบอกท่าน ท่านจะพูดอยู่คำเดียวว่า "ช่างเถอะปากตลาด" อย่างนี้ทุกครั้งไป
- จนบางครั้งลูกศิษย์ทนไม่ได้ แต่นานไปก็เป็นดังหลวงปู่ ว่าบุคคลที่กล่าวร้ายภายหลังก็เห็นดีเห็นงามไปด้วยคือท่านถือหลักไม่โต้ตอบกับคนว่าร้าย
- หลวงปู่อ๋อยเป็นคนช่างพูด มีอัธยาศัยไมตรีกับคนทุกคนโดยเฉพาะแขกบ้านไกลมา ท่านนิยมให้พักแรกกับท่าน ให้ลูกศิษย์จัดที่นอนให้เป็นเนืองนิตย์ เป็นที่ติดใจแก่ผู้มาเยือนทุกคน
- แต่บั้นปลายชีวิตของท่าน คือพรรษาสุดท้าย หลวงปู่อ๋อยไม่ค่อยพูดเหมือนเช่นเคย พูดน้อย เหตุเพราะโรคประจำตัวรบกวนคือโรคไตไม่ทำงาน. (ยังไม่จบ)
ขอเจริญพร
พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)