ความเห็น


กราบนมัสการพระคุณเจ้า พระอาจารย์มหาแลครับ

สารทไทย : นำเรื่องสารทไทยมาสืบสานไว้ก็ดีเหมือนกันครับ สารทไทยนั้นเป็นอาหารชุมชนและเป็นศิลปะของอาหารที่แฝงปรัชญาชีวิตและวิถีชุมชนการผลิตอย่างมากครับ ผมเคยเขียนไว้ที่นี่ครับ กระยาสารท ข้าวหลาม ขนมจีน : อาหารชุมชน

  • ความเป็นชุมชนในอาหาร ส่วนผสมในการทำกระยาสารทจะแล้วแต่ละแวกบ้านว่าจะมีสิ่งต่างๆ อย่างไร คือ  ข้าวเก่าเพื่อทำข้าวตอก  ข้าวเบาที่เริ่มแก่เพื่อทำข้าว เม่า มะพร้าวที่สะสมไว้ซึ่งแต่ละปีจะมันมากน้อยก็ขึ้นกับดิน น้ำ และฤดูกาล น้ำตาล แบะแซ และอื่นๆ
  • แต่ละบ้านก็จะหิ้วสิ่งของมาโฮมกัน แล้วก็ช่วยกันทำ พระคุณเจ้าอยู่บ้านเราก็คงจะพอนึกออกว่า เมื่อถึงเวลาเอาขนมใส่กาละมังไปแลกกันกินนั้น หากบ้านไหนและละแวกบ้านญาติพี่น้องกลุ่มไหน มีขนมกระยาสารทส่วนประกอบถึงไปหมด เราก็จะรู้ได้ว่าญาติพี่น้องกลุ่มนั้นมีความสมบูรณ์พูนสุข ข้าวปลาอาหารไม่ขาดแคลน
  • แต่ถ้าหากบ้านไหน กินแล้วก็สัมผัสได้ว่าเครื่องกระยาสารทไม่ถึง ขาดๆเกินๆ ซึ่งก็จะบอกให้เราทราบได้ทันทีว่ามีหลายอย่างที่ขาดหายไปจากญาติพี่น้องกลุ่มบ้านนั้น หากเครื่องถึงแต่ก็ยังรสชาดไม่ลงตัว ก็อาจจะมาจากแรงงานที่ต้องช่วยกันทำไม่พรักพร้อม ลูกหลานและกลุ่มญาติพี่น้องไม่ร่วมแรงร่วมใจกัน  เพราะวัตถุดิบและขั้นตอนต่างๆของกระยาสารทนั้น ไม่สามารถทำกินได้คนเดียว หากแรงงานน้อย ลูกหลานไม่รักกัน ความสุขเป็นกลุ่มก้อนไม่ดี ข้าวเม่าซึ่งต้องคั่วและตำตั้ง ๓-๔ ขั้นตอนก็จะไม่อ่อนนุ่มและเต็มไปด้วยกาก ข้าตอกก็จะไม่แตกทั่วทุกเม็ด น้ำตาลและแบะแซก็ไม่มีคนช่วยกันกวนให้อยู่ตัว ไม่คืนตัวเมื่อเก็บไว้ข้ามคืน  เหล่านี้เป็นต้น
  • หากกินกระสาสารทที่ศาลาวัด เราก็จะรู้ได้ทันที่เลยว่ากลุ่มบ้านในในปีนั้นจะทุกข์ร้อนขาดแคลน และกลุ่มบ้านไหนที่กระยาสารทอร่อยจะมีความสุข มีความสมานสามัคคี
  • ความเป็นศิลปะของอาหารและการกินอยู่ : อันที่จริง ตอนนี้ในสังคมไทยไม่ได้ใช้พันธุ์ข้าวหนักสำหรับนาปี และพันธุ์ข้าวเบาสำหรับข้าวนาดอน และฤดูกาลต่างๆก็เพี้ยนไปหมดแล้วครับ หากไม่ผิดคลาดเคลื่อนกันไปหมด เราจะรู้ว่ากระยาสารทและการทำบุญสารทไทยนั้น เป็นศิลปะของอาหารและวิถีชีวิตของชุมชนการผลิตของชาวนาไทยอย่างยิ่งครับ  ข้าวตอก นั้น เป็นตัวแทนข้าวเก่าจากยุ้งฉางจากปีที่ผ่านมา ส่วน ข้าวเม่า ความจริงแล้วก็คือตัวแทนของข้าวใหม่จากท้องนาที่ข้าวเบากำลังเริ่มแก่ ของปีที่มีงานบุญสารท
  • งานทำบุญสารทไทย จึงเหมือนการเฉลิมฉลองการผลิตและสร้างกำลังใจเพื่อรอคอยฤดูกาลเก็บเกี่ยว
  • ช่วงนี้ต้องเป็นหน้าน้ำหลาก ข้าวหนักจะกำลังเติบโตเข้มแข็ง พ้นน้ำและเริ่มแตกกอ เตรียมตั้งท้องออกรวง ถึงตอนเย็นก็จะได้ยินกลองย่ำค่ำ วันโกนวันพระชาวบ้านก็จะไปถือศีลอุโบสถ

การตัดผม : เมื่อก่อนที่ตอนเป็นเด็กนั้น กลัวที่สุดก็ตอนตัดผมนี่แหละครับ มันเจ็บและโดนผู้คนล้อเลียนทั้งในหมู่บ้านและที่โรงเรียน

  • แถวบ้านผม จะมีผู้ใหญ่ที่ตัดผมได้อยู่ท่านเดียว ชื่อแม่ใหญ่เหลือ หากแม่ใหญ่เหลือตัดผมให้นั้น ทุกคนก็จะยอมรับได้ เพราะนุ่มนวลและหัวไม่ลายเป็นหมาแทะ
  • แต่บางทีคนตัดผมเยอะกันไป ก็ต้องอาศัยมือสมัครเล่นเท่าที่จะมีแม่ป้าน้าอาท่านไหนจะสงเคราะห์ อุปกรณ์สำหรับตัดผมก็เป็นกรรไกรตัดผม เวลาตัดก็เจ้าประคุณเอ๋ย บางครั้งมันก็ดึงผมจนร้องจ๊าก และระหว่างที่ตัด เส้นผมก็จะตำตามเนื้อตัวให้คันยุกยิก นั่งไปก็อยากถลาไปโดดน้ำให้หายคัน
  • หลังจากตัดผมแล้ว วันรุ่งขึ้นก็จะต้องหาผ้าคลุมหัวและทนให้เพื่อนล้อไปสัก ๒-๓ วันเพราะหัวจะลายเป็นแถบๆเหมือนไปนอนให้หมาแทะหัวอย่างนั้นเลยครับ นึกแล้วก็ขำดีครับ
  • พอเดินทางสะดวกมากขึ้น ก็เริ่มไปตัดที่ร้านตัดผมที่หนองบัวครับ เวลาจะไปตัดพ่อแม่ก็จะต้องรอให้ทุกคนมีขนหัวยาวจนเป็นขนเม่นพอๆกันก่อน เพราะเดินทางลำบาก  เวลาใครจะไปตัดผมนั้นดูรู้เลยทีเดียวครับ หัวจะเหมือนเม่น และเวลาไปตัดผมที่ตลาดหนองบัวนั้น ก็จะเป็นพระเอกไป ๑ วัน เพราะพ่อแม่จะต้องเอาขนมและของเล่นหลอกล่อ เวลาตัดก็จะใชัปัตตาเลี่ยนมือบีบ ซึ่งบางทีช่างก็อาจจะฝนไม่คม มันก็จะหนีบและกระชากผมอย่างแสนทรมาน
  • นึกถึงแล้วสนุกดีครับ

กราบนมัสการด้วยความเคารพ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี