ความเห็น


พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)

เดินทางไปเกาะภูเก็ต

รถเมล์รถบัสจะเขียนชื่อติดไว้ที่หน้ารถโดยสาร ว่าเกาะภูเก็ต นี่เมื่อพ.ศ.๒๕๒๘-๙

ไม่ทราบปัจจุบันยังมใช้ชื่อนี้อยู่หรือเปล่า คงเขียนตามสภาพพื้นที่จริงเพราะภูเก็ตเป็นเกาะ แยกจากแผ่นดินใหญ่

ขึ้นรถยุคนั้นทั้งสนุกทั้งเหนื่อย เพราะส่วนใหญ่เป็นรถพัดลม รถทัวร์ก็พอมีแต่จำนวนน้อย เหนื่อยเพราะทางคดเคี้ยวภูเขาแถวจังหวัดระนองมีมาก นั่งครั้งแรก พระนั่งหลังสุดด้วย(ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมพระต้องนั่งท้ายด้วย) รถเลี้ยวโค้งทีก็เอนตัวขืนไม่ให้ลื่นไหลไปหาคนอื่น นั่งเอามือยืนเบาะเวียนหัวมากเลย

กว่าจะพ้นจังหวัดระนองไปได้มึนหัวเวียนหัว แต่บรรยากาศข้างทางมีแต่ป่าเขา สวนยางพารา หมู่บ้านนาน ๆ จะมีสักแห่ง

ส่วนมากชาวบ้านจะปลูกบ้านอยู่บริเวณที่ดินของตัวเองอยู่ใต้ต้นยางพารา อยู่ห่างกัน นั่งนึกเปรียบเทียบกับบ้านตัวเองแล้วทำให้มีข้อกังขาเกิดขึ้นว่า ทำไมอยู่กันโดดเดี่ยวจังเลย ไม่กลัวโจรภัยหรือไร ถ้าเกิดเหตุเภทภัยอะไรขึ้นมาจะร้องเรียกกันคงจะไม่ได้ยินเสียงเป็นแน่ เพราะไกลกัน เพราะบ้านตัวเองที่หนองบัวนั้นปลูกติดกันสี่หลังห้าหลังแล้วแต่ใครมีลูกมากน้อยเท่าไร ใต้ถุนที่บ้านหนองบัวเด็ก ๆ วิ่งเล่นกันสนุกสนานไม่ต้องกลัวเรื่องแดดเรื่องฝน เป็นพื้นดินที่กว้างขวางจริง ๆ ด้วยบ้านแต่ละหลังยาวสามวาสี่ห้าหลังคาเรือน ก็กินพื้นที่มากอยู่ บ้านทางภาคใต้ปลูกติดกับดินเตี้ย ๆ หลังเล็ก ๆ แต่ฐานะไม่ถึงกับยากจน ชาวสวนยางนั้นมีรายได้เกือบตลอดปี จากการตัดยางกรีดยาง เว้นประมาณเดือน เม.ย. ให้ยางได้ผลัดใบหยุดผลิตน้ำยางช่วงสั้น ๆ ฉะนั้นชาวบ้านก็ไม่ต้องรอให้ถึงฤดูนั้นฤดูนี้เหมือนกับคนภาคอื่นที่ทำนาทำไร่ ทำนา-ไร่บางครั้งฝนแล้ง บางครั้งน้ำท่วม แล้วแต่ธรรมชาติไม่แน่นอนเรื่องผลผลิต แต่พี่น้องทางใต้ สามารถทำมาหากินได้ เรียกว่าตลอดปีก็ยังได้ ความอุดมสมบูรณ์ยังมีอยู่มากเมื่อเทียบกับภาคอื่น ๆ ในประเทศไทย นั่งรถจากกรุงเทพฯ-เกาะภูเก็ต ใช้เวลาประมาณ ๑๔ ชั่วโมง เมื่อก่อนรถจะออกจากสามแยกไฟฉาย (ขนส่งสายใต้เก่า)ช่วงประมาณ ๑๗-๑๘ น. ถึงภูเก็ตประมาณ ๐๘.๐๐ กว่า ๆ นั่งเมื่อยแล้วเมื่อยอีก หลับสองตื่นสามตื่นก็ยังไม่ถึงจุดหมายปลายทางและโดยที่จังหวัดระนองนี่แหละโค้งมากต้องพยายามกำหนดว่า ขอให้หลับช่วงประจวบฯเถอะเมื่อถึงระนอง จะได้ไม่เวียนหัว กำหนดได้เป็นบางครั้ง บางครั้งก็หลับตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์ พอถึงระนองตื่นพอดีพบ กับทางคดเคี้ยว จังหวัดประจวบฯนี่เป็นจังหวัดที่ยาวมาก ๆ กว่าจะพ้นแต่ละอำเภอหายอยาก นั่งรถผ่านประจวบฯ ครั้งแรก ๆ จะชอบมากเลย เพราะเพลิดเพลิน(เพราะเคยนั่งตอนกลางวัน)ด้วยบรรยากาศบ้านช่องเรือนชานตลอดสองข้างทาง มีทั้งสวนสัปปะรถ สวนมะพร้าว สวนยาง มีอยู่ข้างทางดูแปลกตา เพราะไม่เคยเห็นมาก่อน แค่ประจวบฯกับชุมพรสองจังหวัดนี้รถวิ่งไม่น้อยกว่าสี่ห้าชั่วโมง เมื่อก่อนถนนเพชรเกษมไม่มีถนนคู่ขนานดังปัจจุบัน กลางคืนจะมีรถสิบล้อเยอะมากวิ่งตามกันเป็นแถวยาวเหยียด รถโดยสารหรือรถส่วนตัวที่วิ่งไปเจอขบวนสิบล้อเข้าแล้วต้องทำใจ เพราะแซงลำมาก แซงไปก็อันตราย ก็ต้องวิ่งตามสิบล้อไปเป็นเวลานาน ๆ แต่เมื่อถึงอำเภอเมืองชุมพรแล้วเลี้ยวขวาเข้าระนอง ระนองนี้หารถไม่เจอนานมาก ๆ กว่าจะได้เจอรถวิ่งสวนมาสักคันหนึ่ง วิ่งได้อย่างสบาย ถ้าขับรถไปคนเดียวแล้วรู้สึกไปน่าไปเพราะมืดและมีป่าเขาดูน่ากลัว ทั้ง ๆ ก็ไม่มีอะไร อุบัติเหตุหรือเหตุจากโจรภัยต่าง ๆ เกือบจะไม่มีเลย สงบเงียบถึงวังเวง เมื่อก่อนน่ากลัวอย่างหนึ่งก็คือโชว์เฟอร์ขับรถมีเพียงคนเดียวขับสิบสี่สิบห้าชั่วโมง โดยไม่มีมือสองมาเปลี่ยน ไม่เหมือนปัจจุบันจะมีพลขับสองคนเปลี่ยนกัน ขับคนเดียวดึก ๆ ผู้โดยสารก็หลับ เด็กรถก็หลับ เหลือโชว์เฟอร์คนเดียวนั่งฟังเพลงตลอดทั้งคืนยันรุ่ง เคยมีรถเสียที่อำเอกกะเปอร์ ดีที่เสียใกล้อู่ซ่อมไม่งั้นคงนั่งหาวในป่าอดข้าวแน่เชียวเรา.

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี