ความเห็น


พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)

เมื่อวาน(๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๒)ได้เทศน์อานิสงส์งานศพในวัดยกเรื่องคติข้อคิดทางธรรมระหว่างสมบัตินอก-สมบัติใน

สมบัตินอกโบราณบัณฑิตทางธรรมท่านถือว่า ต้องยื้อแย่ง แสวงหา แข่งขัน บีฑา เบียดเบียน ข่มเหง อาการท่ได้มาด้วยวิธีการแบบที่ว่านี้ ต้องเหน็ดเหนื่อย ทุกข์ยากลำบาก เพราะวัถตุสิ่งของทรัพยากรมีจำนวนน้อยมีจำกัด แต่ผู้ต้องการมีมากมายเหลือคณานับ คนอยากครอบครองมีเยอะ อยากได้คนเดียวมาเท่าไหร่ยิ่งดี โดยไม่คำนึงถึงผู้อื่นคนอื่นถ้าเป็นแบบนี้ต้องแก่งแย่งแข่งขันกอบโกยให้ได้มาก เห็นมนุษย์เป็นคู่แข่งเป็นฝ่ายตรงข้ามอยู่กันคนละด้านคนละฝั่ง ความเป็นเพื่อนเป็นมิตรเป็นกัลยาณมิตรที่ต้องช่วยเหลือก็ไม่มี

จะมีแต่มองกันชนิดคู่ต่อสู้อาจถึงขั้นเป็นศัตรู สมบัติที่ได้มาก็ได้มาจากเพื่อนมนุษย์ที่อาจพ่ายแพ้สู้ไม่ได้ด้วยวิธีการต่าง ๆ หลากหลาย สรุปว่า สมบัตินอกไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินเงินทองยศศักดิ์อัครฐานเกียรติยศชื่อเสียงได้มาแบบเบียดเบียนย่อมเหน็ดเหนื่อยเพราะเป็นทางมาแห่งความไม่สุจริตถูกธรรม

ส่วนสมบัติในนั้น ไร้ราคาไร้ราคิน หมายถึงหาค่ามิได้มีค่ามากประมาณไม่ได้ ไร้ราคินไม่มีเศร้าหมองปราศจากราคีใสสะอาดหมดจด

และที่ดีที่สุดก็คือ ไม่ต้องยื้อแย่งกัน ใครหาได้ทำได้บำเพ็ญได้สร้างได้ก็เป็นของผู้นั้น การแสวงหาก็ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อย แข่งขันกันให้ลำบากทุกข์ใจ มีแต่จะสบายใจไร้กังวล เพราะอะไรก็เพราะว่าสมบัติในเป็นเรื่องความดี เป็นกุศล เป็นความเสียสละความน้ำใจให้แก่กัน เป็นลักษณะการแบ่งปัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มีแต่การช่วยเหลือเฟือฟาย มองเห็นผู้อื่นเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขที่ต้องช่วยเหลือ

ฉะนั้นสมบัติทั้งจึงแตกต่างกันทั้งวิธีหาวิธีได้มา และเมื่อได้มาแล้วก็ให้ผลต่างกันด้วย

นี่ก็เป็นข้อธรรมที่แสดงแก่บรรดาญาติธรรมทั้งหลายของผู้ล่วงลับในงานศพเมื่อวานนี้

เอวัง.

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี