โยมไปนอนนา
เจริญพรโยมอาจารย์วิรัตน์
- ศัพท์นี้อาตมาไม่แน่ใจว่าคนรอบนอกหนองบัวรุ่นหลังจะได้ยินและเข้าใจหรือเปล่า รุ่นโยมอาจารย์วิรัตน์น่าจะได้ยินและคงเข้าใจ
- ที่หนองบัวมีประเพณีอย่างหนึ่งของคนหนองบัว-หนองกลับคือการส่งจังหัน(อาหารเช้า)และ ส่งเพลพระลูกชายตั้งแต่บวชวันแรกจนกระทั่งลาสิกขาประมาณเดือนสี่(มีนาคม)
- แต่เมื่อถึงฤดูทำนา-ดำนา พ่อ-แม่ก็จะไปทำนาหรือนอนนาจนทำนาเสร็จแล้วค่อยยกกลับบ้าน ซึ่งการใช้เวลานอนนาก็ประมาณเดือนกว่า ๆ หรือจนหมดระยะเวลาทำนา(ประมาณกลางเดือนสิบ)
- เมื่อโยมพ่อ-แม่ ไปนอนนาหลายวันก็จะไม่มีใครส่งจังหัน ส่งเพลพระบวชใหม่ พระท่านก็ออกบิณฑบาตแต่เมื่อก่อนวัดจะมีลูกศิษย์วัดหลายคนแต่ละกุฏิทำให้อาหารจากการบิณฑบาตฉันได้เฉพาะมือเช้าเหลือไม่เพียงพอไปถึงมื้อเพล
- เพราะฉะนั้นตอนเพลพระแต่ละกุฏิก็จะทำอาหารเพลฉันเองเมนูยอดฮิตก็แกงพริกเกลือและเหลือไว้สำหรับศิษย์วัดมื้อเย็นด้วย
- เมื่อพระใหม่ต้องทำอาหารเพลฉันเองเช่นนี้ โยมพ่อ-แม่ ก่อนจะไปนอนนาก็จะนำข้าวสาร ปลาร้า พริกเกลือ พริกแห้ง เกลือ น้ำปลา ฟักแฟง ฟักทอง ถ่านหุงข้าว(ถ่านไม้) และที่ขาดไม่ได้คือปัจจัย(ตังค์)
- เพราะต้องเอาไว้ซื้อข้าวของในตลาดสดหนองบัวมาทำอาหารเพล และคนที่ซื้อของในตลาดหนองบัวต้องถือว่า มีภาระหนักต้องเหน็ดเหนื่อยเดินไปซื้อกับข้าวหลายเที่ยวเพราะพระมีหลายกุฏิเมื่อเดินหลายรอบก็ต้องมีทิปสำหรับคนซื้อบ้างเพื่อเป็นแรงจูงใจ
- คนที่เดินเข้าออกตลาดซื้อผัก-หมู เป็นประจำก็คือสมชายอยู่กุฏิพระครูสงวน(เมื่อก่อนท่านไม่ได้เป็นพระครูชาวบ้านเรียกว่าปลัดหงวน)บ้านอยู่ที่ไหนตอนนี้นึกไม่ออกเสียแล้ว
- ไอ้เนียน(พระจะเรียกแกแบบนั้น)บ้านอยู่บ้านโคกมะกอก อยู่กุฏิพระใบฏีกาส้ม ส่วนไอ้เป๋(ทุกคนเรียกแกอย่างนั้น)ก็วนเวียนอยู่ในตลาดบ้าง วัดบ้างแต่พระก็ไม่ใช้แกหรอก
- สองคนนี้อาสาเดินซื้อให้ทุกกุฏิ ตั้งแต่กุฏิหลวงปู่อ๋อย กุฏิพระครูไกร เรื่อยไปจนถึงกุฏิใกล้ ๆ โรงเรียนหนองบัวเทพวิทยาคม
- เงินที่ใช้ซื้ออาหารแต่ละวันนั้นก็มาจากการรวมทุนกันของพระแต่ละกุฏิในจำนวนเท่า ๆ กัน
- ในยุคนั้นมีไอติมปั่นขายในตลาดตอนเย็นสองคนนี้ก็เดินเข้าตลาดอีกจนมืดค่ำสมชายนั้นตอนกลางคืนจะมีภาระดูแลรับใช้หลวงปู่อ๋อยคือการบีบนวดให้หลวงปู่เป็นประจำทุกค่ำคืน
- พอเสร็จจากดำนาแล้วโยมแม่ก็ส่งจังหันส่งเพลเหมือนเดิม แต่เมื่อถึงหน้าเกี่ยวข้าวก็ทำเช่นเดียวกันกับตอนดำนา โยมไปนอนนาเกี่ยวข้าวพระก็ทำอาหารเพลฉันเอง
- เมื่อนวดข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ส่งอาหารลูกพระจนถึงเดือนสี่ส่วนมากพระก็จะสึกเดือนนี้
- ก็เป็นอันว่าโยมแม่หมดภาระกิจบุญทานศีลหนึ่งปีที่ทำด้วยความสุขใจในการเห็นบุตรชายบวชเรียนอยู่ในผ้าเหลืองทรงผ้ากาสาวพัสต์.
ขอเจริญพร
พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)