ความเห็น


พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)

เจริญพรโยมอาจารย์วิรัตน์

เช้าวันนี้ก่อนพระบิณฑบาตมีเรื่องสั้นมาฝากโยมอาจารย์เมื่อคืนก่อนมีหลวงตาแดง วันนี้เป็นเณรน้อยองค์หนึ่งดำเนินเรื่องเป็นผลงานการเขียนของคุณบัณฑิต ใจนวล จากนิตยสารธรรมจักร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่พิมพ์ปี ๒๕๔๕ ขออนุญาตผู้เขียนนำมาเผยแพร่ ดังต่อไปนี้

วิถีชาวพุทธ

“ตอน : ยานยนต์และหนทาง”

       “ค่ำคืนนี้หม่นหมองจัง ท้องฟ้าดูไม่แจ่มใสนัก นั่นไง แม้ดวงจันทร์ยังทอประกายแสงแสนเศร้า หมู่ดาวรอบข้างดูเริงร่าประดุจจะหัวเราะเยาะถากถางไม่น่า พระจันทร์เจ้าคิดมากไปเอง หมู่ดาวใช่หัวเราะร่าไม่ หมู่ดาวยังมีแววซึมเศร้าในสายตาอยู่.... สายลมหนาวบอกยังงั้น”

        พลิกกายลุกขึ้นมาดื่มน้ำ จำได้ว่าเป็นครั้งที่ ๒๑ แล้ว สำหรับคืนนี้ “ดื่กดื่นเที่ยงคืนยังไม่ยอมนอน มัวทำอะไรอยู่ ? ไม่เข้าใจตัวเองเลย” มโนสำนึกผุดขึ้นแทนที่ความคิดอันสับสนนั้น ก็ต่อเมื่อราตรีล่วงเลยไปแล้วถึงตอนตี ๒ “หยุดเฟ้อฝันบ้างได้ไหม ? “ ความคิดฝ่ายขยันเข้าครอบงำ “อ่านหรือแปลหนังสือบ้างดิ ”

      “ท่านอัญญาโกณฑัญญะ ได้ธรรมจักษุด้วยการฟัง อนัตตลักขณสูตร ท่านสารีบุตรเถระ บรรลุอรหัตตผลด้วยได้ฟังเทศนาเวทนาปริคคหสูตร พระนันทเถระ บรรลุธรรมด้วยอุบายที่พระบรมศาสดา พาไปดูสตรีรูปงาม พระอานนทเถระเล่า ท่านได้สำเร็จพระอรหัตตผลในระหว่างอิริยาบถทั้ง ๔ คือ ยืน เดิน นั่ง นอน จะว่าอิริยาบถใดก็ไม่ใช่ แต่อยู่ในท่ากำลังจะเอนตัวลงนอน ส่วนพระสีวลี ได้บรรลุมรรค-ผลตั้งแต่-เมื่อเวลาปลงผมเสร็จ…”

      “?...?...”

      “..ไปไหนเล่าไอ้ตัวดี ..กลับมาไอ้โจ๊กเกอร์แนะ ? ยังจะวิ่งไปอีก เห่าเขาทำไม? เห็นไหมนั่นนะ…? ..ฝนกำลังจะตก…เห็นไหม ? โห ? ว่าแล้วเปียกฝนจนได้ ว่าแล้ว” สะดุดลงแค่นั้นสำหรับความฝันตอนสายโด่ “เมื่อไรจะตื่น ?..” เสียงหลวงลุงข้างห้องโหกวเหวกดังลั่น “…อยากเจออีกขันใช่ไหม ? นี่จะ ๑๐ โมงครึ่งแล้ว ไม่ไปโรงเรียนหรืยงัย?? สุดเสียงนั้นสายของวารีแช่เย็นอันมีสัญฐานดุจดังสายฝนที่โหมกระหน่ำซัดไอ้หมาน้อยโจกเกอร์ในความฝันปริวว่อนทั่วเตียงนอนกระสานซ่านเซนไปกระทบผนังห้องดัง “ซ่า” จำเป็นละต้องผลุนผันลุกขึ้นเก็บหนังสือใส่ยาม รัดอกห่มดองไปโรงเรียน ลืมแม้กระทั่งอาหารเช้าและการล้างหน้า

       บนถนนสายเล็ก ๆ สองสาย ประมาณอายุของมันคงไม่เกิน ๒ ปีมานี้แน่ จำได้ว่าเมื่อก่อนมันเป็นเพียงถนนลูกรังที่น่ารักสายหนึ่งเท่านั้น ข้างทางด้านขวามือคือต้นไม้ใหญ่ที่เมื่อฤดูร้อนมันมักออกดอกเป็นสีแดงสด แม่ค้าขนมจีนชอบเอาดอกที่มันได้ผลิแล้วมาทำเป็นน้ำยา (ต้นอะไรเอ่ย ?) ส่วนฝั่งซ้ายมือคือคลองชลประทานสายเล็ก ๆ ที่มีน้ำไหลเอื่อย ๆ บ้าง ไม่เอื่อยบ้างตลอดปี ถนนลูกรังสายนั้นถูกแทนที่ด้วยถนนคอนกรีตอย่างดีในเวลาต่อมา แต่กระนั้นก็ตามสภาพของมันก็คงขรุขระไม่ต่างจากเมื่อก่อนนัก (งบก่อสร้างคงแพงใช่เล่นละสิ ? ) เณรน้อยวัย ๑๕ หน้าตาบูดเบี้ยวเดินย่ำดุ่ย ๆ มาบนถนนสายนั้น “พระภิกษุในพุทธศาสนาบรรลุมรรคผลได้หลายทาง..” เข้าใจว่าคงยังไม่ตื่นจากภวังค์ดีนักจึงได้เก็บเรื่องราวที่ได้ค้นพบตอนก่อนหลับไหลมาขบคิดอีกรอบ “….ใช่ ? เข้าถึงธรรมได้หลายทาง” ๒ เท้ายังคงเดินต่อไปบนถนนสายนั้นอันมีความยาวประมาณ ๑ กิโลเมตร เหงื่อกาฬเริ่มไหลย้อยบ้างเพราะความร้อนของพระสุริยะยามสาย แต่จิตหาใส่ใจไม่ “ อือ ? ถ้าจะเปรียบเทียบ จะเปรียบได้กับอะไรน้า ? “เณรน้อยรำพึงกับตัวเองเบา ๆ ท่าทางครุ่นคิหนัก “อ้อ..คิด ออกแล้ว คงเปรียบเทียบได้กับการที่เราตั้งใจจะเดินทางไปประตูเชียงใหม่ จากหน้าโรงเรียนดอนปินนี้อันว่ารถยนต์ที่มีอย่างมากมายนั้น เราไม่จำเป็นต้องอาศัยรถเหลืองเพื่อเข้าไปถึงประตูเชียงใหม่ได้แต่ประการเดียว แต่เราสามารถอาศัยรถแดง รถเก๋ง รถกระบะ รถสิบล้อ รถมอเตอร์ไซค์ หรือแม้กระทั่ง ๒ เท้าตัวเอง พาร่างกายนี้ไปถึงจุดหมายได้ ฉันใดก็คงจะเหมือนเช่นกันหรืออย่างไร ? “เณรน้อยกระหยิ่มยิ้มย่องกับคติธรรมใหม่ที่ค้นพบ “ก็คงดุจดังกัน การที่จะบรรลุถึงความรักอันสวยงามกับหญิงใดสักคนได้ – หญิงนั้นไม่จำเป็นต้องใช่ น้องแอน น้องแนน น้องกิ๊กส์ น้องอาย หรือแม้กระทั้งน้องนาย ฉันนั้นแน่แท้หึ ๆ “รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏที่มุมปาก หน้าตาดูสดใสขึ้นเล็กน้อยทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงจะมาจากความคิดอันโลดแล่นแต่เช้าเป็นแน่ ๒ เท้ายังย่ำต่อไปอีก ๕ ก้าวก็จะถึงถนนไฮเวย์สายหลักแล้ว

       แสงตะวันยังเปรี้ยงป้างเช่นเคย แต่ดูเหมือนจะทวีความร้อนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดรถรายังวิ่งกันอย่างขวักไขว่เช่นเคย เณรน้อยเดินมาหยุดรอตรงฝั่งถนนด้วยอาการสงบเยือกเย็น

       มอเตอร์ไซค์ผ่านไป สิบล้อผ่านไป รถเก๋งคันแพงผ่านไป รถเมล์ดอยเต่าเชียงใหม่ผ่านไป รถเหลืองไม่จอด กระบะไปอีก สามล้อมผ่านไป ซาเล้งผ่านไป รถเหลือง ? ว้าคนเต็มผ่านไป เก๋งผ่านไป รถแดง ผ่านไป รถโรงพยาบาลผ่านไป รถแดง เปิดไฟสูงวูบวาบผ่านไป ๑๐ นาทีผ่านไป

       “ร้อนก็ร้อน” เณรน้อยเริ่มบ่นอุบอิบ 

        มอเตอร์ไซค์ผ่านไปพร้อมรอยยิ้มของคนขับ รถเมล์ดอยเต่า-เชียงใหม่ผ่านไปพร้อมรอยยิ้มผู้โดยสาร สามล้อผ่านไปพร้อมรอยยิ้มของคนขับ รถเหลือง ว้าคนเต็มผ่านไปพร้อมรอยยิ้มของคนขับ รถแดง ผ่านไปพร้อมรอยยิ้มของคนขับ รถโรงพยาบาลผ่านไปพร้อมรอยยิ้มของผู้ป่วย ๓๒ นาทีผ่านไป 

        ยิ้มละไมกันทุกคนเชียวนะ มีความสุขละสิ เยาะเย้ยใช่ไหม ? อย่าให้มีบ้างละกัน” เณรน้อยเริ่มกัดฟันแน่น เหงื่อเม็ดเท่านิ้วก้อยเริ่มผุด

        ฯลฯ รถเหลือง ? คนขับโบกมือบาย ๆ รถแดง? จอดแล้ว “วัดสวนดอก? สั่นหัว เบ้หน้า ตะบึงรถไปอย่างเร็วไว “อะไรว้า ?” เณรน้อยส่ายหัวอย่างสับสน รถแดง อีกคัน “สวนดอก ” “คนเดียว - ๒๐” ไร้คำตอบ เณรน้อยกลืนน้ำลายลงคอดัง “เอือก ” มันก็ผ่านไป ๕๗ นาทีผ่านไป

                “จันทร์เจ้าขาขอข้าวขอแกง

                   ขอรถสีแดง ๆ ให้ฉันได้ขี่

                   ขอมีที่ให้ฉันได้นั่ง

                   ขอมันผลั่งไปส่งฉันไว

                   ขอครูใหญ่โปรดใจอาดูร

                   โปรดเกื้ออกูลอย่าดุนักเลย

                    รอเฉย ๆ ไม่ว่าอะไร ?

                   นี่ ร้อนบรรลัย อยากร้องไห้จัง”

       พยายามเสาะหาบทกลอนเพื่อปลอบประโลมใจอันเต็มไปด้วยความคับแค้นน้อยเนื้อต่ำใจที่เกิดขึ้นนี้ แต่กระนั้นเถอะ แสงพระสุรีย์ไม่เคยปราณีแก่หัวใจดวงน้อย ๆ นี้เลย มันเผาไหม้จนร้อนระอุ บทกลอนที่พยายามจะแต่งให้ดูน่าขำกับขำไม่ออก ไม่มีรถคันไหนจอดรับหรือจอดถามเลย คงผ่านไปและก็ผ่านไป การรอคอยกับหยดน้ำตาไฉนจึงรักกันมากปานปลาท่องโก๋คู่กับกาแฟยามเมื่อน้ำเต้าหู้ไร้ความหมายอะไรยังงี้ “ การถึงประตูเชียงใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย ..คงพอ ๆ กับความสมหวังกับใครสักคนก็เป็นเรื่องยากดั่งกัน” เณรน้อยชักท้อ

        ตะวันโบยบินลัดฟ้า โชยแสงสะรั่วพร่าดูอ่อนโยน เณรน้อยเดินย่ำต๊อก ๆ ด้วยอาการเนือย ๆ พ้นประตูโรงเรียนออกมา หยุดรอ

         มอเตอร์ไซค์ผ่านไป สิบล้อผ่านไป รถเก๋งคันแพงผ่านไป ฯลฯ รถโรงพยาบาลผ่านไป รถแดง เปิดไฟสูงวูบวาบผ่านไป ตะวันลัดฟ้าผ่านไป

         เณรน้อยค้นพบคติธรรมอย่างใหม่ “ สำหรับพุทธศาสนิกชนแล้ว วิถีชีวิตและการเดินทางบนท้องถนน คงไม่มีใครให้เณรน้อยเช่นเรา ร่วมเดินทางไปด้วยเป็นแน่ ??”

บัณฑิต ใจนวล.(๒๕๔๔-๒๕๔๕). วิถีชาวพุทธ “ตอน : ยานยนต์และหนทาง”. ธรรมจักร, ๒(๕),๔๗-๔๙.

ขอเจริญพร

พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี