ความเห็น


พระคุณเจ้าทำให้นึกถึงว่าเมื่อ ๒๐ ปีก่อน ประมาณปี ๒๕๓๑ ผมกับเพื่อนๆซึ่งตอนนั้นกำลังทำ ป.โท สาขาเทคโนโลยีการศึกษา อยู่ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เคยขออาสาพระเณรวัดศรีโสดา เชิงดอยสุเทพ เชียงใหม่ ไปช่วยทำสื่อและจัดกระบวนการกลุ่ม เพื่อสอนและเตรียมตัวเด็กๆลูกหลานพี่น้องชาวเขา ที่จะไปบวชสามเณรหมู่ที่วัดเบญจมบพิตรฯ กรุงเทพ

แนวคิดที่หารือและขอการชี้แนะจากพระคุณเจ้าที่คอยดูแลเด็กๆก็คือ ทำอย่างไรจะช่วยให้เด็กๆได้โอกาสเรียนรู้ชีวิตจากกิจกรรมที่เป็นบุญกุศลครั้งนี้ของพวกเขาให้มากที่สุด

การได้ไปบวชเณรและใช้ชีวิตช่วงหนึ่งในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการก่อเกิดสิ่งดีอย่างยิ่งอย่างที่พวกเด็กๆกำลังได้รับนั้น ทำอย่างไรจึงจะช่วยให้เขาได้โอกาสสร้างประสบการณ์พื้นฐานชีวิต สำหรับการพัฒนาตนเองในวันข้างหน้า

พวกผมทำงานความคิดกันกับกลุ่มพระที่เป็นครูและทำหน้าที่ดูแลเด็กๆ เตรียมตัวให้เด็กๆ มากพอสมควร นำประเด็นที่น่าสนใจต่างๆมาพิจารณา ก็พบทั้งด้านที่เป็นโอกาสและด้านที่เป็นข้อจำกัด ซึ่งทำให้เห็นเรื่องที่ควรนำมาทำกิจกรรมอย่างที่สนใจกัน

ด้านที่เป็นโอกาสก็คือ เด็กๆจะได้โอกาสในการบวชเณรและได้รับการศึกษาอบรมจากแหล่งวิทยาการและสภาพแวดล้อมอย่างดี รวมทั้งจัดเป็นกิจกรรมสร้างความดีงาม อุทิศให้แก่สังคมและน้อมเกล้าถวายแด่ในหลวงในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ชนิดที่เรียกว่าทั้งผม เพื่อน และเด็กๆในเมืองที่อยู่พื้นราบก็มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะได้มีโอกาสอย่างนั้น

ส่วนด้านที่เป็นข้อจำกัดก็คือ เด็กๆเพิ่งออกมาจากหมู่บ้านบนดอยตามชนบทที่กันดารและห่างไกลจากสภาพแวดล้อมของสังคมเมือง ทั้งความเป็นเด็กและประสบการณ์ทางสังคมที่แตกต่างอย่างยิ่งกับสิ่งที่กำลังจะต้องเจอนั้น จะทำให้เกิดช่องว่างทางการเรียนรู้ชีวิตอย่างมหาศาล นี้เป็นข้อจำกัดแรก

และข้อจำกัดที่สอง ก็คือ เด็กๆทุกคนมีข้อจำกัดในการพูดสื่อสารและการจัดความสัมพันธ์กับคนพื้นราบ ทั้งในเรื่องภาษาและความแตกต่างทางสังคมวัฒนธรรม เด็กๆไม่รู้ว่าจะวางตัวและจัดความสัมพันธ์กับคนที่ได้เจออย่างไร

พอได้ประเด็นอย่างนี้แล้ว พวกผมก็ออกแบบกระบวนการเพื่อเตรียมตัวให้เด็กๆ ให้ใช้ชีวิตและการปฏิบัติของตนในช่วงเวลาสั้นๆ ให้ได้ประสบการณ์ชีวิตและได้การเรียนรู้จากโอกาสชีวิตอย่างนี้ให้ดีที่สุด โดยเลือกทำ ๓ เรื่อง คือ (๑) สอนและฝึกฝนให้รู้จักวงสังคม ที่วิเคราะห์ช่วยกันดูแล้วว่าเด็กๆจะมีโอกาสได้เจอ เช่น พระ เณร ผู้ใหญ่ที่อาวุโส และคนทั่วไป ควรจะทักทายอย่างไร คารวะและปฏิสันฐานอย่างไร จะน้อมตนเองให้ได้รับความเมตตาและได้การอบรมสั่งสอนสิ่งดีๆต่างๆให้อย่างไร (๒) สอนและฝึกฝนการพบปะทักทาย การพูดสนทนาในชีวิตประจำวันง่ายๆเพื่อสร้างมิตรภาพกับผู้อื่น เพื่อเริ่มต้นการได้เพื่อนที่ดี แล้วหลังจากนั้นความมีน้ำใจต่อกันก็จะเรียนรู้จากการแก้ปัญหาต่างๆเอาเอง ซึ่งจะเป็นหนทางให้เด็กๆได้มีโอกาสเรียนรู้ผ่านการได้เพื่อนและได้ปฏิสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า (๓) สอนและฝึกซ้อมการขานนาคและการปฏิบัติต่อพระที่เป็นครูอาจารย์

และเนื่องจากเด็กๆพูดสื่อสารไม่ค่อยได้ รวมทั้งพวกผมและพระคุณเจ้าที่ร่วมทำด้วยก็สื่อด้วยภาษาชาวเขาไม้ได้ ก็เลยเป็นข้อท้าทายสำหรับพวกผมในอันที่จะคิดวิเคราะห์กระบวนการเรียนรู้จากกิจกรรมและทำสื่อขึ้นมาช่วยแก้ปัญหาการเรียนรู้ให้แก่เด็กๆ เสร็จแล้วก็ช่วยกันทำห้องเรียนเฉพาะกิจ พาเด็กๆเรียนรู้อย่างที่พวกเราวางแผนกัน

ใช้เวลาอย่างเข้มข้นหลายวันเหมือนกันครับ เสร็จแล้วก็มีการทดสอบเป็นรายบุคคลและซ่อมให้กับเด็กเป็นรายกรณีเหมือนกัน ผิดหรือติดขัดตรงไหนก็บอกและซ้อมให้ใหม่ในเรื่องนั้นๆเลย ทั้งสนุก ได้การเรียนรู้และได้ความรู้สึกงดงามมากจากเด็กๆครับ

หลังจากนั้น เด็กๆก็ไปบวชเณรที่วัดเบญจมบพิตรฯที่กรุงเทพฯ พระคุณเจ้าที่เป็นครูและผู้ดูแลเด็กๆดูมีกำลังใจมากครับที่มีคนช่วยเข้าไปเสริมกำลัง เมื่อกิจกรรมผ่านไปแล้วก็ได้แจ้งให้พวกผมทราบด้วยว่าเด็กๆที่บวชเณรในรุ่นนี้มีการแสดงออกที่ดีกว่าเดิม ที่เห็นชัดคือการท่องหนังสือ การขานนาค และการวางตัว อย่างที่เราได้เป็นแหล่งฝึกซ้อมให้เด็กมีประสบการณ์เบื้องต้นมาก่อนแล้ว ซึ่งก็คงจะมีส่วนอยู่บ้าง

คนต่างจังหวัดและในชนบท รวมไปจนถึงชุมชนที่อยู่ห่างไกล ที่ยังขาดโอกาสทางด้านต่างๆนั้นยังมีอยู่มากเลยนะครับ การได้เอาใจใส่ดูแลกันในเรื่องที่ตนเองทำได้นี่คงทำให้มีกำลังใจในชีวิต เป็นความสุข เหมือนเมื่อตอนอยู่ตามหมู่บ้าน หากมีชุมชนและญาติพี่น้องหมู่บ้านอื่นมาทอดกฐินด้วยกันที่ชุมชนของเรา ก็ทำให้มีความสุขในชีวิตนะครับ เลยก็ขออนุโมทนากับพระคุณเจ้าและคณะญาติโยมครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี