ความเห็น


  • เรื่องการอยู่เหมือนกับอุทิศชีวิตให้กับการแสวงหาและสะสมสิ่งภายนอกนี่ หากไม่สมดุลกับการพัฒนาและยกระดับความอิ่มเต็มในตนเองไปด้วย ตลอดชีวิตของคนคนหนึ่ง ก็คงไม่รู้จักความพอเพียงได้เลยนะครับ
  • แต่มองในแง่การพัฒนา เรียนรู้ และอบรมตนให้ได้มีโอกาสลดความเป็นตัวกูของกูไปตามอัตภาพอยู่เสมอๆ เมื่อไหร่ที่คนเรารู้สึกพอสมควรแก่ตนเองและสามารถแบ่งปันสุขภาวะกับผู้อื่นได้ ก็จะหยิบยื่นและแบ่งปันสิ่งต่างๆกับผู้อื่นเพื่ออยู่ด้วยกันได้ทันทีเหมือนกันนะครับ เหมือนกับว่าพอรู้สึกพอก็ให้คนอื่นได้ทันที ความสมดุลจากการพัฒนาตนเองด้วยนี่สำคัญเหมือนกันนะครับ
  • ในขณะที่หากเราคิดว่า รอให้ตนเองพอก่อนแล้วจึงช่วยผู้อื่นนั้น บางทีตลอดชีวิตเราอาจจะเอาตัวรอดตลอด เห็นแก่ตัว คับแคบ เผื่อแผ่แบ่งปันสารทุกข์สุกดิบกับผู้อื่นไม่ได้สักที 
  • แต่กระแสสังคมก็มักจะเป็นแรงกดดันให้ผู้คนดำเนินชีวิตไปอย่างนั้นนะครับ แหล่งที่เห็นว่าเรื่องนี้สำคัญและทำสิ่งต่างๆให้ชาวบ้านได้มีโอกาสเรียนรู้พัฒนาตนเอง จะสามารถสร้างโอกาสและทางเลือกใหม่ๆในชีวิตให้ดีขึ้นได้กระมังนะครับ เช่น สื่อต่างๆที่สื่อสารและนำเสนอทรรศนะต่อชีวิตที่เหมาะสม แนวการศึกษาที่ให้ทางออกใหม่ๆเพิ่มขึ้น รวมทั้งความตื่นตัวและมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆที่เป็นสุขภาวะสังคม ของกลุ่มปัจเจก ครอบครัว และชุมชนระดับต่างๆ
  • ทั้งเรื่องการมีผู้คนไปมีกิจกรรมและปฏิสัมพันธ์กับชาวนาในฤดูกาลเก็บเกี่ยว และการปฏิสันถารง่ายๆเหมือนการสร้างความคุ้นเคยกันอย่างญาติของผู้คนที่อยู่ด้วยกันในชุมชนอย่างที่พระคุณเจ้าเล่าแล้ว ทำให้เห็นถึงอีกแง่มุมหนึ่งของชีวิตจริงครับว่า  การได้สร้างสังคม ปฏิสัมพันธ์กัน พูดคุยแลกเปลี่ยนสิ่งต่างๆจากจิตใจและความรู้สึกตนเองต่อกัน ก็ทำให้การอยู่ด้วยกันมีความสุขแล้วนะครับ
  • การมีเพื่อนได้พูดคุยและการมีคนอื่นให้ได้ดำเนินชีวิตด้วยกัน จึงเป็นทรัพยากรเพื่อสุขภาวะ ที่ยิ่งใช้ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น ไม่มีวันหมดไปง่ายๆเลยนะครับ แนวความเชื่ออย่างนี้ก็ทำให้เป็นความหวังสำหรับคนที่ชอบพัฒนาคนและสร้างสุขภาวะทางสังคมที่ดีเหมือนกันครับ
  • พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
    ขอแนะนำ ClassStart
    ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
    ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี