ความเห็น


กราบนมัสการพระคุณเจ้า พระอาจารย์มหาแล ขำสุข(อาสโย)

  • งานปิดวิกที่ต้องเสียตังค์เข้าไปดูนี่ ผมไม่เคยได้ดูเลยครับ งานวัดที่มีวงดนตรีลูกทุ่งไปแดสงแล้วผมได้ดูนั้น เท่าที่จำได้คือ ได้ดูแค่สองคณะ คือ เพลิน พรมแดน กับ สังข์ทอง สีใส ที่งานโรงสีและงานวัดเกาะแก้วครับ ที่ได้ดูนั้น ก็เพราะว่า เป็นธรรมเนียมของหนังล้อมผ้าและการแสดงดนตรีงานวัดเลยครับที่พอหัวหน้าคณะออกและพอถึงเพลง-สองเพลงสุดท้าย  และถ้าหากเป็นหนังก็เมื่อตอนใกล้จบ เขาก็จะเปิดผ้าที่ล้อมไว้ออก ให้คนดูฟรี ผมก็เลยได้ดู
  • นอกนั้นก็ดูแบบไม่ต้องเสียตังค์หมดครับ คือหนังกางแปลง ลิเก หมอลำ เพลงฉ่อย เพลงโคราช ลำตัด อย่างพวกงานงิ้วหนองบัวนี่ก็ได้ดูครับ เพราะลงทุนเดินไกลๆเป็น ๑๐ กิโลเฉยๆ แต่ไม่ต้องเสียตังค์
  • เวลานั่งดูหนังหรือดูลิเก พอมีรถย่างปลาหมึกหรือขนมถังแตกผ่านไป ก็จะนั่งสูดกลิ่นหอม น้ำหลายไหลเอื๊อกๆไปเท่านั้นแหละครับ แต่ไม่มีตังค์ไปซื้อกิน
  • แถวบ้านผมมักมีหนังล้อมผ้าไปฉายเหมือนกันครับ ฉายแล้วเก็บตังค์เข้าดู แต่กรณีอย่างนี้ผมจะได้เข้าดูครับ เพราะพอเขาไปตั้งเครื่องและทำโรงหนังล้อมผ้า พวกผมเด็กๆก็จะหิ้วกระแป๋งไปแล้วเข้าไปประจ๋อประแจ๋ ตักน้ำใส่ถังแกลลอน ๒ ถังที่เขาเรียกว่าถังหล่อเย็นสำหรับเครื่องปั่นไฟ ไปถึงก็ช่วยกันตักไปใส่แบบรู้งานเลยทีเดียว พวกผู้ใหญ่ที่ไปฉายหนังจะชอบใจ ก็จะให้พวกผมเข้าไปดูหนังได้โดยไม่ต้องเสียเงิน อย่างนี้ได้ดูครับ นอกนั้นไม่เคยได้เที่ยวหรือได้ดูเลย
  • ในยุคที่พวกผมอยู่ชั้นประถม โรงเรียนหนองบัวเทพนั้น  การที่จะมีกางเกงและเสื้อผ่้าชุดลูกเสือใหม่ๆ เป็นของตัวเองสักชุดหนึ่งนั้น ต้องพากเพียรเก็บข้าวตกจากนาให้ได้ข้าวเปลือก ๓ ถัง ซึ่งตอนนั้นถังละ ๑๔ บาทครับ ต้องเดินตะรอนๆอยู่กลางแดดตามทุ่งนาข้าวที่เขาเก็บเกี่ยวไปแล้วและเหลือข้าวตก เดิน ๕-๑๐ ก้าว ก็จะได้ข้าวตกสักรวงหนึ่ง รวบรวมจนเป็นข้าวเปลือกได้ ๓ ถังนั่นแหละครับ หาเงินลำบากมากครับ
  • ตอนผมเล่นแตรวง งานแรกที่ผมออกงานก็ได้ค่าตัว ๓ บาท  มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมพอมีฝีมือดีขึ้นและคณะแตรวงก็งานเข้าเยอะ ผมได้ค่าตัวถึง ๙๐ บาทซึ่งพอๆกับราคาข้าวเปลือก ๗ ถัง และสามารถซื้อเสื้อผ้าได้งามๆเป็นชุดเลย ตอนนั้น ผมอยากได้กางเกงขายาว อยากใส่กางเกงขายาวไปเป่าแตรวง
  • แม่ผมบอกว่าจะไปหาให้ แล้วก็เอาตังค์ไป วันสองวันก็ห่อกางเกงมา แล้วก็บอกว่านี่ละกางเกงขายาว ผมก็ดีใจเป็นที่สุด พอกางออกก็ปรากฏว่า แม่ไปเอากางเกงเก่าๆของพ่อมาตัดขาและเย็บให้ขามันเล็กลงก็กลายเป็นกางเกงขายาวตัวโค่งสำหรับผม แล้วแม่ก็คิดค่าทำกางเกงขายาวไป ๙๐ บาทขาดตัว
  • ผมได้ค่าตัวจากการเป่าแตรสูงสุดในยุคหลังๆ ๒๕๐ บาท ในขณะที่ตอนนั้นข้าวเปลือกเกวียนละ ๘๐๐ บาท ในฤดูกาลบวชนาคแต่ละปี ผมจะมีรายได้จากการเป่าแตรเท่ากับขาวเปลือก ๒-๔ เกวียนเลยทีเดียว แต่กระนั้น ก็ไม่เคยใช้เพื่ออย่างอื่นเลย ให้แม่ทั้งหมดอย่างเดียวเพื่อใช้จ่ายเป็นค่าหนังสือเรียน
  • ตาหวิดนี่ ใช่ตาหวิดร้านตัดผมในศูนย์หรือเปล่าครับ หากใช่ก็รู้จักเป็นอย่างดีและแกก็รู้จักทั้งผมและครอบครัวพ่อแม่เป็นอย่างดีครับ พี่ชายแกชื่อตาหวัด ผมชอบคุยกับแก เป็นคนทำมาหากินและจะว่าไปแล้วเป็นปัญญาชนชาวบ้านมากๆครับ ไม่ยอมจนตรอกและใช้สติปัญญาแก้ปัญหาอยู่เสมอ
  • สี่แยกตลาดหนองบัวแต่เดิมนั้น เป็นต้นมะขามแล้วก็มีปั๊มน้ำมันสามทหารอยู่ครับ ที่ใต้ต้นมะขามก็จะมีที่นั่งเล่นหมากรุกเพื่อรอรถ ตกเย็นก็มักกลายเป็นวงเหล้าเซี่ยงชุนของชาวบ้านในตลาด ปัจจุบันเจ้าของเป็นเถ้าแก่เนี๊ยเง๊ก เพื่อนร่วมรุ่นที่หนองคอกผมอีกคนหนึ่งครับ

กราบนมัสการด้วยความเคารพ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี