ความเห็น


พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)

เจริญพรโยมอาจารย์วิรัตน์ชาวหนองบัวและท่านผู้อ่านทุกท่าน

  • เห็นคำตอบของอาจารย์ในที่แห่งหนึ่งน่าสนใจและน่าจะได้เรียนรู้หลักคิดวิถีการทำงานร่วมกันจึงขอนำมาพูดคุยขยายความให้ได้สาระเพิ่มเติมเพื่อจะได้เห็นประโยชน์ในวงกว้าง
  • คิดว่าจะเป็นแรงส่งให้เกิดกำลังใจแก่ท่านผู้อ่านได้
  • หลักการเป้าหมายคือกำไรสูงสุด ถ้าตั้งธงไว้อย่างนี้คนก็จะถูกกีดกันให้ห่างไกลออกจากกันไปเรื่อย ๆ ไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน ทำให้ขาดการเคารพในฐานเป็นมนุษย์
  • เคยสังเกตประวัติศาสตร์ความยิ่งใหญ่ของแต่ละยุคดูยิ่งใหญ่อลังการมาก ๆ แต่ว่าความยิ่งใหญ่เหล่านั้น ดำรงอยู่เฉพาะชั่วคราวร้อยสองร้อยปี ก็สิ้นสลายเปลี่ยนมือ
  • หรือแค่พ่อสู่ลูกก็ล่มสลาย บางทีสถาปนาตัวให้ดูประหนึ่งว่าเหนือกว่าผู้อื่นอย่างเหลือเกิน
  • อำนาจราชศักดิ์ทุกสิ่งที่ได้มา ล้วนด้วยการประหัตประหารฆ่าฟันทำลายซึ่งกันและกันสุดท้ายก็ถูกผู้อื่นโค่นล้มเป็นวงจรเลือดตลอดมา
  • แต่องค์กรหรือชุมชนทางวัฒนธรรมหรือศาสนาของแต่ละศาสนามองดูเหมือนรวมตัวกันหลวม ๆ แต่การรวมตัวนั้นเป็นของชุมชนของทุกคนของสังคมเป็นสาธารณะประโยชน์ของส่วนกลาง ถึงแม้จะดูไม่เข็มแข็งมากนักแต่ก็สามารถดำรงคงอยู่มานับพันสองสามพันปี
  • หลักคิดของเราสร้างองค์กรให้เป็นแค่ชุมชนหรือสมบัติส่วนตัวหรือเฉพาะกลุ่มคนไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ กับสังคมหรือชุมชนเลย
  • มองตนเองสำคัญกว่าทุกสิ่งรอบตัวก็ย่อมขาดความเห็นอกเห็นใจความทุกข์ยากลำเค็ญของผู้อื่นอย่างเป็นเพียงวัตถุอย่างหนึ่งเท่านั้นเอง
  • การมองเห็นความทุกข์ยากของผู้อื่นแล้วทนไม่ได้ต้องหาทางปลดเปลื้องปลดปล่อยคลี่คลายให้ปัญหานั้นหมดไปท่านกล่าวว่า เป็นหัวใจของพระโพธิสัตว์จริงแท้

"ใช้หลักการอยู่ด้วยกันอย่างเป็นเพื่อร่วมทุกข์สุข เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันอย่างนี้ มาเป็นแนวการดำเนินชีวิตและทำการงานในสังคมสมัยใหม่ก็ดีเหมือนกันนะครับ การบริหาร การทำงานให้สังคม การประเมิน การจัดการความขัดแย้ง การทำธุรกิจ และอีกหลายอย่างในโลกความเป็นจริงของเรา ผมว่าสังคมเราไม่ค่อยถือและใช้หลักแห่งการมีความเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา ต่อเพื่อนมนุษย์"

 ขอเจริญพร

พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี