ผมเล่าเรื่องชีวิตยามสมองเสื่อมของสาวน้อยเป็นระยะๆ () ((๓)  (๔)  (๕)  (๖)   (๗)   (๘)   (๙)   (๑๐)   (๑๑)    (๑๒)   ๑๓   ๑๔   ๑๕  ๑๖  ๑๗  (๑๘)  (๑๙)  (๒๐)  (๒๑)   (๒๒)  (๒๓)   (๒๔)   (๒๕)   (๒๖)    (๒๗)    ๒๘  ๒๙   ๓๐   ๓๑   ๓๒   ๓๓   ๓๔   ๓๕   (๓๖)   (๓๗)    (๓๘)   (๓๙)   (๔๐)   (๔๑)   (๔๒)  (๔๓)   (๔๔)  (๔๕)  (๔๖)   (๔๗)   (๔๘(๔๙)   (๕๐)  (๕๑)  (๕๒)   (๕๓)  (๕๔)  (๕๕)  (๕๖)  (๕๗)  (๕๘)  (๕๙)  (๖๐)  (๖๑)  (๖๒)   (๖๓)   (๖๔)   (๖๕)  เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์กับท่านผู้อื่นที่ต้องเผชิญสภาพคล้ายๆ กัน ที่นับวันจะมีจำนวนมากขึ้น 

การฟื้นฟูสภาพที่ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช  สมุทรสาคร    

เธอเริ่มไปอยู่ที่ศูนย์นี้ วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๘  เมื่อสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ก็เป็นเวลากว่า ๓ เดือน   

๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

ผมไปเยี่ยมเวลา ๑๐ - ๑๑ น.   เอาช้อน  ผงน้ำลายเทียม รังนกเชื่อม ไปให้ฝึกกลืน  เธอนอนหลับ ปลุกก็ไม่ตื่น   ชมพู่บอกว่าปกติตื่นช่วงเช้า และเย็น   เมื่อเช้าไปเดินที่หน่วยกายภาพบำบัดได้ ๓ รอบและตื่นดี   

หัวหน้าพยาบาล คุณฝน อาภาภรณ์ มาแนะนำตัวที่ห้อง   บอกว่าแนวโน้มของ อ. อมราดีขึ้น   ผมปรารภเรื่องการต้องอยู่รับบริการเกิน ๓ เดือน   เธอรับปากว่า ยินดีให้บริการ   รวมทั้งหากจะย้ายไปอยู่ชั้น ๓ (เป็นผู้ป่วย Longterm Care) ก็จะจัดการให้    ซึ่งผมอยากให้อยู่ที่ชั้น ๒ นี้มากกว่า    เพราะบริการกิจกรรมฟื้นฟูเข้มข้น   

๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

แต้ว  ต้อง และผม ไปเยี่ยมเวลา ๘ น. เธอกำลังหลับ   สักครู่ก็ตื่นจากการปลุกของเรา   ราวๆ ๘.๓๐ น. นักกายภาพบำบัด ๒ คนมาฝึกยกแขน ยกขา กำมือ นั่ง ยืน เดิน  ชัดเจนว่าก่อนท้องเดินเธอเคลื่อนไหวร่างกายได้ดีกว่าตอนนี้    คือช่วงท้องเดินร่างกายทรุดลงไปมาก   แต่ในช่วงหลังจากหายท้องเดิน อาการค่อยๆ ฟื้น    แต่ยังไม่ดีเท่าก่อนท้องเดิน    หลังทำกายภาพบำบัด เธอเหนื่อย และหลับ

นักกิจกรรมบำบัดมา ๙.๓๕ น.   มาปลุก เธอก็ตื่นดี   ฝึกยกแขน กำและแบมือ  กำลูกบอลล์มือซ้าย ส่งให้มือขวา เอาไปใส่ตะกร้า   โดยชมพู่เป็นผู้ช่วย   ทำเสร็จ หลับทันที    

๑๒ - ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

ต้องไปนอนเฝ้าแทนชมพู่    ให้ชมพู่ไปพัก    บอกว่าแม่ตื่นเป็นช่วงๆ   ตอนตื่นจะพลิกตัว  นอนไขว้ขา   

๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

ผมไปเยี่ยม  ต้องสั่งให้ซื้อไอศครีม iCE Ball ๆปให้เธอฝึกกลืน   บอกว่าแม่ชอบ

๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

แต้วไปเยี่ยม   ว่าแม่ไม่ค่อยตื่น

๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

ผมไปเยี่ยมตอน ๑๕.๓๐ น. พร้อมกับเอารถฝึกเดินที่ต้องสั่งซื้อทางออนไลน์ไปให้    เธอนอนหลับ ปลุกตื่นครึ่งๆ   ถามหลายครั้ง เธอพยักหน้า ๑ ครั้ง  ยักคิ้ว ๑ ครั้ง    ชมพู่บอกว่ามักตื่นตอนหกโมงเย็นไปถึงราวๆ สี่ทุ่ม   วันนี้ไปเดินก็หลับ    กลืนไอศครีมได้แต่ ๕ คำ    ถ้าตื่นดีได้ถึง ๓๐ คำ   

แต้ว (ผศ. ทญ. มุรธา พานิช) ลูกสาวคนโต โทรศัพท์มาตั้งข้อสังเกตว่า แม่หลับกลางวันแต่ตื่นตอนหัวค่ำ อาจจะเกิดจากยา   ทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่า วันก่อนตอนที่ไปเยี่ยม  หมอประจำหอผู้ป่วยมาบอกว่า หมออมราตัวเกร็งมากขึ้น    จึงเพิ่มยา Madopar รักษาโรคพาร์กินสัน   อาจจะเป็นตัวการทำให้เธอหลับมากในตอนกลางวัน    ไม่ใช่เกิดจากอาการโรคสมองเสื่อม

เช้าวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ผมจึงโทรไปรบกวนอาจารย์ยี้   ขอให้ช่วยพิจารณาและให้คำแนะนำหมอประจำวอร์ดในเรื่องหาทางให้เธอตื่นตอนกลางวัน เพื่อให้นักกายภาพบำบัดและนักกิจกรรมบำบัดทำงานฟื้นฟูเธอได้เต็มที่ขึ้น         

๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙

ต้องกับผมไปเยี่ยมตั้งแต่ ๘ น. พบด้วยความลิงโลดใจว่าเธอตื่นตาโต แบบที่ผมไมเห็นมาเป็นเดือน   ถามพยาบาลเรื่องการเปลี่ยนยา จึงทราบว่าเปลี่ยนยารักษาอาการพาร์กินสัน เป็น Tab Levopar (200/50 mg) ๓/๔ เม็ด เช้า-เที่ยง-เย็น  และMadopar HBS (Levodopa + Benserazide) 150 mg  ๑ เม็ดก่อนนอน 

๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ 

ต้องกับผมไปเยี่ยมตั้งแต่เช้า    วันนี้ไม่ค่อยตื่น   นักกายภาพบำบัดช่วยยกแขนยกขาเธอก็ไม่ช่วยยก   จับนั่งก็นั่งได้นิดหน่อย   พาไปเดินก็เดินแบบไม่ค่อยตื่น   รถช่วยฝึกเดินใช้การได้ดีมาก  แม้จะไม่ค่อยตื่นนักกายภาพบำบัดก็ชวนเธอเดินทั้งไปและกลับ รวมประมาณ ๒๐ เมตร   กลับมาเธอหมดแรง หลับไปเลย   

ผมเริ่มเข้าใจว่า ร่างกายของเธอเสื่อมโทรม การเดินเช่นนี้เป็นการออกกำลังมากสำหรับผู้ป่วยแบบนี้  นักกายภาพบำบัดและนักกิจกรรมบำบัดจึงต้องวัดต่าอ็อกซิเจนในเลือด  ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ ก่อนและหลังการออกกำลัง หรือทำกิจกรรมบำบัด   

สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ เธออยู่ที่ศูนย์ฯ ครบ ๓ เดือน  ๒ วัน    อาการดีขึ้นเพียงเล็กน้อย 

วิจารณ์ พานิช          

๒๘ ก.พ. ๖๙

 

รูปอมรา

 

1 สามีไปเยี่ยม

2 ประเดิมรถฝึกเดิน

3 ฝึกนั่ง ๒๘ ก.พ. ๖๙

 

4 ฝึกเดิน ๒๘ ก.พ. ๖๙