ผมเล่าเรื่องชีวิตยามสมองเสื่อมของสาวน้อยเป็นระยะๆ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๒) ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ (๑๘) (๑๙) (๒๐) (๒๑) (๒๒) (๒๓) (๒๔) (๒๕) (๒๖) (๒๗) ๒๘ ๒๙ ๓๐ ๓๑ ๓๒ ๓๓ ๓๔ ๓๕ (๓๖) (๓๗) (๓๘) (๓๙) (๔๐) (๔๑) (๔๒) (๔๓) (๔๔) (๔๕) (๔๖) (๔๗) (๔๘) (๔๙) (๕๐) (๕๑) (๕๒) (๕๓) (๕๔) เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์กับท่านผู้อื่นที่ต้องเผชิญสภาพคล้ายๆ กัน ที่นับวันจะมีจำนวนมากขึ้น
อยากกลับบ้าน
วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๗ เวลา ๑๖.๕๐ น. เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้นอนในห้องนอน ผมนั่งเก้าอี้อีกตัวและนั่งทำงานกับคอมพิวเตอร์ ผมเอาแอปเปิ้ลและขนมขบเคี้ยวให้เธอถือและป้อนเข้าปากเอง เพื่อออกกำลังมือ อยู่ๆ เธอก็พูดว่า “จะกลับบ้าน” ผมตอบว่า “บ้านของเราอยู่ที่นี่ เราช่วยกันหาเงินซื้อ” เธอตอบว่า “เหรอ” สักครู่ก็พูดใหม่ว่า จะกลับบ้าน อีกหลายครั้ง และทำท่าจะลงจากเก้าอี้ ผมจึงไปช่วยให้เธอลงจากเก้าอี้
เธอลุกขึ้นเอง และเดินออกจากห้อง เปิดประตูห้องเอง โดยชมพู่พี่เลี้ยงมาช่วย เธอเดินไปที่ระเบียงหน้าบ้าน
ผมจึงถึงบางอ้อ ว่า “กลับบ้าน” ของเธอ หมายถึงกลับไปที่หน้าบ้านตรงที่เธอนั่งกินอาหารและพักผ่อนเป็นประจำ ยกเว้นอากาศร้อนหรือมีแดดก็หลบเข้าบ้าน ไปนั่งดูทีวี หรือร้อนจัดมากก็หลบเข้าห้องนอนเปิดแอร์ นั่งที่เก้าอี้เอนนอนได้
ทีมภาควิชาวิสัญญีวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มาเยี่ยมที่บ้าน
ทีมจากภาควิชาวิสัญญีวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี รวม ๖ คน นัดมาเยี่ยมที่บ้านวันอาทิตย์ที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๗ โดยลูกสาวคนโตสองคนทำหน้าที่เจ้าบ้าน ส่วนผมประชุมอยู่กับทีมศิริราชที่สมุทรสงคราม
ลูกสาวเล่าว่า ตอนแรกแม่จำใครไม่ได้เลย ต่อมาจำ ศ. นพ. วิชัย อิทธิชัยกุลฑล ได้ แต่จำ ผศ. พญ. กรวีร์ พสุธารชาติ ไม่ได้ อย่างไรก็ตามเธอแสดงท่าทีรับแขกได้ดี ได้ชวนกันไปกินอาหารเที่ยงที่ร้าน ใกล้บ้านด้วย
ไปกินอาหารที่ร้านชัยโภชนา
วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๗ ลูกสาว ๓ คนนัดกันพาแม่ไปกินอาหารร้านชัยโภชนา เพราะหลานสาวและลูกเขยมาจากสิงคโปร์ ตอนนี้เธอคุยกับใครไม่ได้แล้ว ตอนถ่ายรูป ผมเป็นผู้ถ่าย รูปออกมาบอกเราว่า คนสมองเสื่อมก็เหมือนเด็ก ไม่มีสมาธิอยู่กับเรื่องที่กลุ่มกำลังทำ เธอหันหน้าไปทางอื่น ไม่มองกล้อง
ไปตรวจหู
เธอมีปัญหาที่การได้ยินมากว่าสิบปี ต้องใส่เครื่องช่วยการฟัง ซึ่งเธอใส่เฉพาะเวลาตรวจผู้ป่วยสมัยทำงานที่หน่วยระงับปวดที่ รพ. รามาธิบดี ดังนั้นเครื่องช่วยฟังที่เคยใช้จึงไม่ได้ใช้มาหลายปี สาเหตุน่าจะมาจากการฉีด Streptomycin สมัยเป็นนักศึกษาแพทย์ปี ๑ เพราะตรวจเอ็กซเรย์พบจุดในปอด และพี่ชายก็ตรวจพบ นอกจากนั้นสมัยแต่งงานใหม่ๆ เธอยังเป็นหูน้ำหนวกบ่อย และตรวจพบว่าแก้วหูขวาทะลุ และได้รับการผ่าตัดปะแก้วหูขวาเมื่อราวๆ ปี ๒๕๑๕ สมัยเป็นอาจารย์ที่ศิริราช
เธอจึงอยู่แบบคนหูตึงมานานมาก แต่เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ตอนที่ผมอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ ลูกสาวคนโตดูแลแม่ และไลน์ไปบอกว่าแม่หูตึงขึ้นมาก ขอให้พ่อพาไปตรวจ ผมอยู่กับท่านคณบดี ศ. นพ. อภิชาติ พอดี จึงรบกวนท่านขอความช่วยเหลือ วันรุ่งขึ้นก็ได้ใบนัดให้ไปตรวจกับ อ. หมอสุวัจนา อธิภาส ที่คลินิกโสตประสาท ห้อง ๕๐๓ ตึกผู้ป่วยนอก วันที่ ๑๓ มิถุนายน เวลา ๙.๓๐ น. โดยต้องไปรายงานตัวก่อนเวลา ๘.๔๕ น.
ผมขอความช่วยเหลือจากหน่วย R2R ตามเคย วันนี้มาสี่สาวทีเดียว คือตอนแรกมา ๒ สาว เมื่อต้องอยู่เลยเที่ยง อีกสองสาวจึงมาสับเปลี่ยนเพื่อให้สองสาวแรกไปกินอาหารเที่ยง ส่วนผมเขาไปซื้อซาละเปามาให้กินรองท้อง
เริ่มจากแพทย์ประจำบ้านเชิญเข้าไปตรวจเวลาราวๆ ๙ น. บอกว่าหูขวาอักเสบ หูซ้ายมีขี้หูอุดแน่น เวลา ๙.๓๐ น. อ. หมอสุวัจนา ก็มาตรวจและรักษาเอง ด้วยการดูดหนองออกจากหูซ้าย และใส่น้ำยาเข้าไปทำให้ขี้หูนุ่มลง เวลาคีบออกจะได้ไม่เจ็บมาก ได้ขี้หูออกมามากอย่างน่าตกใจ
ความโกลาหลเกิดตอนตรวจประสาทหู ท่านถามผมว่าหมออมราจะไปนอนนิ่งๆ ในเครื่องตรวจของผู้ใหญ่ได้ไหม ผมตอบว่าคงจะไม่ได้ ท่านจึงตัดสินใจให้ตรวจแบบตรวจเด็ก โดยให้นอนหลับระหว่างตรวจ ปรากฎว่าพอใส่เครื่องเข้าไปในหูและแปะหน้าผาก การนอนที่เธอเคยหลับง่ายกลายเป็นไม่หลับและขยุกขยิกจนตรวจไม่ได้ ต้องสั่งยานอนหลับให้กินและรอ ๓๐ นาที เธอหลับแบบไม่ลึก ละเมออยู่ตลอด และยังขยุกขยิก ลงท้ายก็ต้องยอมว่าไม่ได้ผลตรวจประสาทหู ได้ยามาหยอดหูซ้าย และยาปฏิชีวินะชนิดกินเช้าเย็น ๑๐ วัน กว่าจะเสร็จก็เกือบบ่ายสองโมง โดยที่เราได้รับบริการดียิ่ง
คุณอินทิรา สาว R2R ที่มาช่วยเหลือเป็นประจำเวลาเธอไปโรงพยาบาลศิริราช แต่ไม่เห็นเธอมากว่า ๑ ปี บอกว่าหน้าตาเธอดูสดใสมีความสุขกว่าครั้งก่อน
วิจารณ์ พานิช
๕ ก.ค. ๖๗
1 ทีมภาควิชาวิสัญญีรามา
2 เดินไปขึ้นรถไปร้านอาหาร
3 ที่ร้านอาหาร
4 ที่ร้านอาหารชัยโภชนาวันที่ ๑ มิ.ย. ๖๗



