ชีวิตที่พอเพียง 3934. อยู่กับผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม (๒๔) บันทึกเดือนมีนาคม ๒๕๖๔



ผมเล่าเรื่องชีวิตยามสมองเสื่อมของสาวน้อยเป็นระยะๆ () () (๓)  (๔)  (๕)  (๖)   (๗)   (๘)   (๙)   (๑๐)   (๑๑)    (๑๒)   ๑๓   ๑๔   ๑๕  ๑๖  ๑๗  (๑๘)  (๑๙)  (๒๐)  (๒๑)   (๒๒)  (๒๓)    เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์กับท่านผู้อื่นที่ต้องเผชิญสภาพคล้ายๆ กัน ที่นับวันจะมีจำนวนมากขึ้น  

ช่วงเดือนมีนาคม ๒๕๖๔    อาการหลงผิดเรื่องผมมีกิ๊ก ซึ่งขยายตัวเป็นมีลูกด้วย    ต่อเนื่องมาจากปลายเดือนที่แล้ว คนดูแลคนสมองเสื่อมต้องพร้อมเผชิญความเครียดที่เกิดจากการถูกกล่าวหาเป็นตุเป็นตะ    ที่เกิดจากสมองส่วนกรองสัญญาณบกพร่อง    ทำให้ความคิดภายในสมอง หรือที่เรียกว่าจินตนาการ กลายเป็นความจริง    ในความรู้สึกของเขา    

       

ให้ไปหาหมอ

ช่วงต้นเดือนมีนาคม คุยกันเรื่องอาการปัสสาวะขัดของผม ที่เกิดจากต่อมลูกหมากโต    กินยามากว่า ๒๐ ปี    คุยกันนิดเดียว เธอเป็นห่วงเป็นใย     บอกให้ไปหาหมอเพื่อผ่าตัดวันละหลายๆ ครั้ง     เป็นเวลาหลายวัน     

วันนี้พ่อไปไหน

นี่คือประโยคที่ถามทุกเช้าจินตนาการสมมติที่ผมยู่บ้าน    บางเช้าถามเกือบ ๑๐ ครั้ง    คำตอบคือ “วันนี้อยู่บ้านเลี้ยงหลาน”   ฟังแล้วเธอจะหัวเราะชอบใจ    สักครู่ก็ถามอีก

การเล่นสมมติปู่กับหลาน ผมเรียกว่า “สมมติบำบัด”    เหมือนกับเราเล่นกับเด็ก ที่บทบาทเล่นสนุกๆ    เช่นเล่นเป็นแม่ค้าขายขนมกับลูกค้า    เด็กๆ จะชอบ    คนแก่สมองเสื่อมกลับไปเป็นเด็ก ก็ชอบเล่นบทบาทสมมติเหมือนเด็ก    ทำให้ชีวิตมีสีสันสนุกสนาน   

ทำใหม่

ค่ำวันที่ ๙ มีนาคม การอาบน้ำของเธอดำเนินไปตามปกติ    คือผมเข้าไปช่วยราดน้ำและถูสบู่ที่หลังให้     เมื่ราดน้ำจนหมดสบู่ ผมก็ออกมายืนถือผ้าเช็ดตัวรอนอกม่านห้องน้ำ    รอให้เธอจัดการส่วนอื่นจนเสร็จ     เมื่อเสียงน้ำออกจาหฝักบัวเงียบ ผมก็รูดม่านรอให้เธอออกมา

ผมรอให้เธอแขวนฝักบัว ซึ่งเธอทำได้ช้ามาก     สิ่งที่เกิดขึ้นคือเมื่อแขวนเสร็จ เธอกลับปลดออกมาใหม่    และเริ่มเปิดน้ำราดตัวใหม่    เมื่อผมทักว่าอาบเสร็จแล้ว เธอก็หัวเราะ และเอาฝักบัวแขวนไว้อย่างเดิม

นี่คืออาการที่เกิดเบ่อยมาก    โดยเฉพาะต่อเรื่องการกินอาหาร    ทำให้เธอกินอาหารซ้ำบ่อยๆ และอ้วน   

ชงกาแฟ

ตามปกติทุกเช้าเธอจะชงกาแฟกิน โดยถามผมว่าจะให้ชงให้ด้วยไหม    เพราะบางวันผมก็ไม่ดื่ม เพื่อไม่ให้เกิดฤทธิ์ขับปัสสาวะ เพราะจะต้องออกไปประชุม  

เช้าวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๔ เธอตื่นหลัง ๗ น.   เดินมาถามผมว่าเอากาแฟไหม    ผมบอกว่าเอา    สักครู่เธอก็ร้องเรียกให้ผมไปช่วยถือแก้วกาแฟออกมาที่ระเบียง    เมื่อผมไปรับ ก็พบว่าเป็นแก้วกาแฟสองแก้วมีน้ำเย็นเต็ม    ผมรับมาและบอกว่า นี่คือน้ำเย็น ไม่ใช่กาแฟ    ให้ไปชงกาแฟ   

เธอกลับเข้าครัว    สักครู่ผมตามไปดู พบว่าเธอรินน้ำเย็นใส่แก้วไปแล้วหนึ่งแก้ว และกำลังรินใส่แก้วที่สอง    ผมบอกว่า นี่มันน้ำเย็นไม่ใช่กาแฟ และรินน้ำเย็นกลับใส่ขวด    เอาแก้วกาแฟส่งให้เธอและบอกว่าให้ชงกาแฟ    รอบที่สามจึงได้กาแฟตามปกติ

เช้าวันที่ ๒๙ มีนาคม อาการเช่นนี้มาอีก   

คนสมองเสื่อม อาการย่อมมากขึ้นเป็นธรรมดา     เพราะสมองจะเสื่อมมากขึ้นๆ    สิ่งที่เราพยายามคือ ให้มันเสื่อมลงช้าที่สุด    ผมใช้ยุทธศาสตร์ให้เธอใช้สมอง และร่างกาย ในกิจกรรมประจำวันให้มากที่สุด    เพื่อให้กิจกรรมช่วยกระตุ้นสมอง    เชื่อว่าการใช้สมองจะช่วยให้การเสื่อมลงเกิดช้า    

อาการที่พบในวันนี้ บอกเราว่า อาการเสื่อมของสมองกำลังดำเนินไปเรื่อยๆ    ต้องยอมรับความจริงนี้       

มะม่วงบำบัด

ผมตั้งชื่อให้เก๋ไปอย่างนั้นเอง     ที่จริงเป็นการให้เธอได้ออกกำลังกล้ามเนื้อมือ เพื่อกระตุ้นสมอง     โดยมอบให้เธอปอกมะม่วงกินด้วยกันกับผม    การได้ทำกิจกรรมต่างๆ ช่วยกระตุ้นสมองทั้งสิ้น     แม้เธอจะทำได้ช้ามากและงกๆ เงิ่นๆ    ผู้ดูแลก็ต้องปล่อยให้ทำ  เพื่อประโยชน์ต่อการกระตุ้นสมอง  

มาเมื่อไหร่

ผมไปประชุมที่เชียงใหม่ ๓ วัน ๒ คืน ระหว่างวันที่ ๒๖ - ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๔   วันที่ ๒๘ กลับถึงบ้านราวๆ บ่ายสองโมงครึ่ง    เอาผลไม้และขนมปังครัวซองให้เธอกิน    แล้วผมหลบร้อนไปทำงานที่ห้องทำงาน    ราวๆ บ่ายสี่โมงครึ่งออกมาพบหน้าเธอ เธอทักว่า มาเมื่อไหร่ 

๒๙ มีนาคม

นี่คือวันแห่งความสับสน    อาหารเที่ยงมา ๑๐.๓๐ น. เธอมาชวนผมกิน ผมบอกให้ไปกินก่อนเพราะผมกำลังประชุมผ่านซูม    เวลา ๑๑.๓๐ ผมได้ดูกับข้าว ดูไม่ออกว่าเธอแบ่งไปกินหรือยัง     เธอบอกว่ากินแล้ว อีกสักครู่บอกว่าไม่แน่ใจ     ผมจึงโมเมบอกว่ากินแล้ว    เพราะตอนเช้ากินไปหลายขนานมาก     

ห้าโมงเย็นกินอาหารเย็น แล้วออกไปเดินออกกำลังเวลาราวๆ ๑๘ น.    ผมสังเกตว่าหน้าตาเธอบึ้งตึง    ในที่สุดเธอก็บอกว่า “พ่อเลิกกับตุ๋นก็ได้นะ”    ตลอดเวลาครึ่งชั่วโมงที่ออกไปเดิน เธอกล่าวคำแสดงความไม่ไว้วางใจ  เชื่อว่าผมไม่ซื่อสัตย์ต่อเธอ

กลับมาบ้านเธอไปดูทีวี ผมเข้าห้องทำงาน    เวลาทุ่มครึ่งเธอมาชวนไปกินอาหารเย็น    ผมบอกว่ากินแล้ว เธอทำหน้างงๆ ผมจึงเอาผลไม้ให้กิน    ลืมเรื่องกิ๊กแล้ว  

แต่ตอนอาบน้ำให้ เธอก็เอ่ยเรื่องกิ๊กอีก    ว่าเมื่อเช้าเห็นผมออกมาจากบ้านเขา    ให้ผมเลือกว่าจะอยู่กับเธอหรืออยู่กับเขา

จะเห็นว่า ยามสมองสับสน กิ๊กกลับมาง่าย   เพราะสมองส่วนกรองสัญญาณว่าเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องจินตนาการมันชำรุด     

วิจารณ์ พานิช

๓๑ มี.ค. ๖๔

 

1 สามีไปเชียงใหม่ ลูกสามสระผมให้ หลานสาวเป่าผมให้

2 เยเช หลานสาวคนโต

3 ชอบทัดดอกไม้

4 ชอบถ่ายรูปกับดอกไม้

5

6


7

8

หมายเลขบันทึก: 690040เขียนเมื่อ 14 เมษายน 2021 19:22 น. ()แก้ไขเมื่อ 14 เมษายน 2021 19:22 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (3)

สาวน้อยของอาจารย์โชคดีนะคะที่มีคนคอยดูแลเอาใจใส่ค่ะ

ฝากกราบอาจารย์หมออมราค่ะ ระลึกถึงทั้งสองท่านมากค่ะ

เรียน อาจารย์

    ช่วงนี้คุณพ่อ จินตนาการว่า เป็นแผลร้อนใน ไม่มียาใดรักษาได้ (ความจริงไม่มีแผลในปากเลย) ต้องไปซื้อยาหมอตี๋ ด้วยตนเองเท่านั้นค่ะ 

ขอแสดงความนับถือ

คุณลิขิต

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี