ชีวิตที่พอเพียง 3870. อยู่กับผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม (๒๑) บันทึกเดือนธันวาคม ๒๕๖๓


ผมเล่าเรื่องชีวิตยามสมองเสื่อมของสาวน้อยเป็นระยะๆ () () (๓)  (๔)  (๕)  (๖)   (๗)   (๘)   (๙)   (๑๐)   (๑๑)    (๑๒)   ๑๓   ๑๔   ๑๕  ๑๖  ๑๗  (๑๘)  (๑๙)  (๒๐) เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์กับท่านผู้อื่นที่ต้องเผชิญสภาพคล้ายๆ กัน ที่นับวันจะมีจำนวนมากขึ้น  

ช่วงเดือนธันวาคม ๒๕๖๓   เริ่มต้นด้วยการอาละวาด    เป็นช่วงที่เราออกไปงาน รีทรีต และค้างโรงแรม สามครั้ง    สาวน้อยได้เปลี่ยนบรรยากาศจากอยู่บ้านเป็นไปนอนโรงแรม    และพบปะผู้คน    ช่วงปลายเดือนเป็นช่วงอารมณ์ดี

  

ต้องไปสหกรณ์วันนี้

เช้าวันที่ ๒ ธันวาคม เธอมาบอกผมให้พาไปโรงพยาบาลรามาธิบดี    เพื่อไปที่สหกรณ์ออมทรัพย์    เกรงว่าไม่ไปนานๆ เงินจะหาย    ผมบอกเธอว่าจะหาวันว่างพาไป โดยลูกสาวต้องไปด้วย เพราะเขาเป็นผู้เก็บรักษาเอกสารของสหกรณ์    เธอไม่ยอมท่าเดียว    ผมโทรหาลูกสาวแต่เช้า เขาก็ติดเตรียมงาน ไม่ว่างในวันที่ ๒ และ ๓  

ชีวิตไม่ราบเรียบ มีคลื่นลมนะครับ    เธอมาขอบัตรประชาชน ว่าจะไปเอง    ผมไม่ให้ บอกว่ากลัวเธอเอาไปทำหาย    เธอก็อาละวาด    ไม่ยอมกินไข่ตอนเช้า    แต่สักครู่ก็ไปเอาไข่มากิน    ยอมให้ผมปอกให้    และยอมกินยาเช้า      

ก่อนผมออกจากบ้านไปทำงาน เธองอนไม่ยอมพูดกับผม

ผมกลับถึงบ้านราวๆ ๑๘ น.   เธอกุลีกุจอมาถามว่ากินข้าวหรือยังและไปเอาข้าวมาให้    ลืมเรื่องเมื่อเช้าสนิท

ถั่วมาจากไหน

วันที่ ๕ - ๖ ธันวาคม ผมพาเธอไปนอนค้างโรงแรม เดอะบัฟฟาโล ที่สมุทรสงคราม    เพราะผมไปร่วมประชุมรีทรีตของหน่วยจัดการศูนย์วิจัยเป็นเลิศของศิริราช    ตอนบ่ายวันที่ ๕ เขาพาล่องเรือหางยาวไปตลาดน้ำอัมพวา    เราไปเดินกินบรรยากาศ    เมื่อพบของโปรดเธอก็บอกให้ผมซื้อ ได้ข้าวเกรียบว่าว  ถั่วลิสงต้ม  หมี่กรอบคุณเล็ก  ขนมจาก    

สายวันที่ ๖ ที่โรงแรม ผมเอาถั่ววางให้เธอเป็นเสบียง    ระหว่างผมไปประชุม    เธอถามว่า ถั่วมาจากไหน  

ขนมจากมาจากไหน

 เย็นวันที่ ๖ ธันวาคม ผมขับรถกลับจากอัมพวา     แวะปั๊มน้ำมันเข้าห้องน้ำเมื่อเวลา ๑๗ น.   ผมเกรงเธอจะหิว จึงเอาขนมจากที่ซื้อมาจากตลาดน้ำมายื่นให้    เธอถามว่า ซื้อมาจากไหน    

 

มาลีบำบัด (Flower Therapy)

มาลีบำบัด เป็นวิธีการที่ผมค่อยๆ ทดลอง และพบว่าได้ผลดี    โดยขณะนี้พบสามวิธี    โดยดอกไม้ที่ใช้คือดอกลั่นทมหรือลีลาวดี ในสองวิธี    จากการที่ผมสังเกตว่า เมื่อเห็นดอกไม้เธอจะแสดงท่าทีสดชื่น อารมณ์ดี 

วิธีแรกพบและใช้มาหลายปี    คือเมื่อเดินผ่านดอกไม้สวยๆ ผมจะชวนเธอถ่ายรูป แล้วเอารูปให้ดู    สะดวกมากเพราะเวลานี้กล้องถ่ายรูปอยู่ในโทรศัพท์ที่เราพกติดตัว     เธอจะอารมณ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด    วิธีนี้ใช้กับดอกไม้สีสวยๆ ได้ทุกชนิด  

วิธีที่ผมค้นพบเป็นวิธีที่สองคือ เอาดอกไม้ทัดหู    ซึ่งมักทำตอนออกไปเดินออกกำลังตอนเย็น    ผมเก็บดอกลีลาวดีที่หล่นจากต้นเอามาทัดหูให้ทั้งสองข้าง    เธอจะแสดงท่าทางอารมณ์ครึกครื้นขึ้นทันทีทุกครั้งไป    ในหมู่บ้านของผม ไม้ดอกที่นิยมปลูกกันมากที่สุดคือลีลาวดี    วิธีนี้ค้นพบมาสองสามปีแล้ว     หลังวิธีแรกไม่นาน

มาลีบำบัดวิธีที่สาม ค้นพบปลายปี ๒๕๖๓    โดยตอนเช้าเมื่อออกไปเดินออกกำลัง ผมถือกล่องกระดาษเล็กๆ ไปด้วย    ไปเก็บดอกลีลาวดีหลากสีที่หล่นใต้ต้น    เอามาลอยน้ำ (ดูรูป) ให้เธอดู    โดยมีคำพูดช่วยเสริม “ปู่เก็บดอกไม้มาให้หลาน”    “ปู่เอาใจหลาน”   “สวยไหม”   “ชอบไหม”    ผมเข้าใจว่า “มาลีลอยน้ำบำบัด” ที่เพิ่งค้นพบนี้ น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญให้เธออรามณ์ดี    โดยต้องมีคำพูดระหว่าง “ปู่” กับ “หลาน” เพื่อสร้างอารมณ์ของความสัมพันธ์ใกล้ชิด    สร้างความรู้สึกปลอดภัยว่าจะได้รับการดูแล ไม่ถูกทอดทิ้ง   

วิธีที่สามนี้ มีผลทางอ้อมต่อสังคม    เพราะเป็นการแสดงให้เพื่อนบ้านเห็น ว่าผมไม่เก็บดอกไม้บนต้น    เก็บเฉพาะที่หล่นลงมาใต้ต้นเท่านั้น    เพราะเวลานี้ผมน่าจะจัดอยู่ในกลุ่มผู้มีอายุสูงในหมู่บ้าน    และคนก็รู้ว่าเป็นหมอและเป็นอาจารย์     การประพฤติตัวในการอยู่ร่วมกันกับเพื่อนร่วมหมู่บ้าน     อย่างเคารพต่อผู้อื่น ต่อธรรมชาติ จึงน่าจะถือเป็นการทำหน้าที่ผู้อาวุโสอย่างหนึ่ง   

มาลีบำบัด ไม่ใช่แค่ได้ผลต่ออาการสมองเสื่อมของสาวน้อยเท่านั้น    ยังบำบัดหรือเสริมสร้างสุขภาวะให้แก่ผม   และแก่ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมหมู่บ้านด้วย   

กินลูกพลับแห้ง

เย็นวันเสาร์ที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓ ผมกลับจากไปประชุมที่สถาบันอาศรมศิลป์ทั้งวัน    และ อ. ประภาภัทร ฝากลูกพลับแห้งอย่างดี มาให้หมออมรา กล่องหนึ่ง    เธอเปิดกินอย่างเอร็ดอร่อย    ผมบอกว่า ให้เอาไปเก็บ พรุ่งนี้ค่อยกินอีก    ต่อมาอีกราวๆ ครึ่งชั่วโมง ผมขอกินหนึ่งลูก เธอเอามาให้    ผมบอกไห้เอาไปให้ลูกสาวด้วย     กินหมด ผมเดินไปตรงที่เธอนั่งดูทีวีกับลูกสาว     พบว่าเธอกำลังเคี้ยวตุ้ยๆ ถือลูกพลับแห้งที่กิดแล้วในมือ    ผมทักว่า ไหนว่าจะกินลูกเดียว เก็บไว้กินพรุ่งนี้    เธอตอบว่า เธอยังไม่ได้กิน    

   

ฉี่นองพื้นห้องนอน

ช่วงวันที่ ๑๔ – ๑๗ ธันวาคม เธออ้างว่า ไม่ต้องสวม pampers ก็ได้    ใช้วิธีเข้าห้องน้ำบ่อยๆ    เพื่อประหยัดค่า pampers    ผมพยายามเกลี้ยกล่อมให้สวมอย่างไรก็ไม่สำเร็จ    ค่ำวันที่ ๑๗ ตอนเกือบสามทุ่ม เธอเดินจากห้องนั่งเล่นดูทีวีเข้าห้องนอน    ฉี่ราดไปตลอดทาง    ผมจัดการเอาผ้าไปเช็ด แล้วซักผ้าเอาไปตาก    และบอกเธอว่าต่อไปนี้ให้สวม pampers ทั้งตอนตื่น และตอนนอน   

กิจกรรมบำบัด – พนักงานตากผ้า

ผมแต่งตั้งให้เธอเป็น พนักงานตากผ้า     โดยเราซักผ้า (ด้วยเครื่องซักผ้า) สัปดาห์ละ ๒ ครั้ง     ผมเป็นผู้ซัก    เมื่อซักเสร็จผมจะเรียกพนักงานตากผ้ามาช่วยกัน    เป็นการช่วยกันระหว่าง “ปู่” กับ “หลาน”    ตากเสร็จปู่จะชมหลานว่า “เก่งมาก ตากผ้าได้เรียบร้อย”    ซึ่งที่จริงเธอตากได้ไม่เรียบร้อยนัก     แต่ผมเน้นการใช้จิตวิทยาเชิงบวกช่วยให้เธอสบายใจ        

ของขวัญปีใหม่ก่อเรื่อง

บ่ายวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๔    ลูกสาวคนโตเอาองุ่นลูกโตมากมาให้กิน    บอกว่าจอยเอามาให้ในโอกาสขึ้นปีใหม่    จอยเป็นทนายความสาวสนิทกับต้องลูกสาวตั้งแต่ยังเป็นนักเรียน    คือสนิทกันมากว่าสิบปี    ตอนนี้เข้าหุ้นกับทนายรุ่นอาจารย์ซื้อที่ดินของเราที่เชียงราย    เพื่อเอาไปแบ่งจัดสรรขาย    อยู่ระหว่างการทำสัญญาซื้อขาย โดยได้วางเงินมัดจำไว้แล้ว

สาวน้อยเรียกต้องมาคุย    เรื่องที่ดินที่เชียงราย    ผมจับความอยู่ห่างๆ ได้ว่า เธอเกิดความกังวลว่าจอยเอาของมาให้เพื่อหวังผลประโยชน์จากที่ดินที่เชียงราย    เป็นอาการของความระแวง     ผมตีความว่า คนสมองเสื่องไม่มั่นใจตนเอง จึงเป็นคนขี้ระแวง       

วิจารณ์ พานิช

๑ ม.ค. ๖๔



1 เดินไปชมดอกกล้วยไม้

2 กับดอกกล้วยไม้

3 เดินออกกำลังตอนเย็น

4 เด็กน้อยทัดดอกไม้

5 สวนสามพราน ๑

6 สวนสามพราน ๒

7 สวนสามพราน ๓

8 สวนสามพราน ๔

9 ดอกลีลาวดีลอยน้ำ

10 ดอกลีลาวดีลอยน้ำ ๒

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (1)

กราบสวัสดีปีใหม่ท่านอาจารย์และสาวน้อยข้างกายค่ะ

ในโอกาสปีใหม่ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้นครองมีสุขภาพแข็งแรงนะคะ