ชีวิตที่พอเพียง 3630. อยู่กับผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม (๑๐) บันทึกข่าวดีเดือนมกราคม ๒๕๖๓

ผมเล่าเรื่องชีวิตยามสมองเสื่อมของสาวน้อยเป็นระยะๆ () () (๓)  (๔)  (๕)  (๖)   (๗)   (๘)   (๙)  เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์กับท่านผู้อื่นที่ต้องเผชิญสภาพคล้ายๆ กัน ที่นับวันจะมีจำนวนมากขึ้น  

ช่วงเดือนมกราคม ๒๕๖๓   ส่วนที่ทรงๆ คือหูตึง  อ้วนขึ้น  หลงๆ ลืมๆ ส่วนที่เป็นความจำระยะสั้น    แต่ความจำระยะยาวดี    ปวดเข่า  และบางวันปวดสะโพกด้วย    จึงเดินออกกำลังกายน้อยลง   กลางคืนลุกขึ้นฉี่ หนึ่งถึงสองหน  บางคืนอึด้วย    แต่ไม่เคยฉี่รดที่นอนเลย    โดยมีผ้ายางปูนอนตลอด   

การปรับตัวของผมคือ พยายามพาเธอออกไปประชุมด้วย กรณีที่ในที่ประชุมมีคนรู้จัก    เพื่อให้ได้ออกจากบ้านบ้าง ไม่จำเจ 


ยังทำงานได้

เช้าวันที่ ๖ มกราคม    เสียงปั๊มน้ำที่ทำงานต่อเนื่องเป็นระยะๆ และเสียงน้ำไหลลงถังน้ำต่อเนื่อง    เป็นสัญญาณว่าน้ำประปารั่ว    ผมเดินสำรวจหาจุดรั่วไม่พบ    สายหน่อยบอกสาวน้อยให้ตามคุณธูป อดีตช่างประปาโรงพยาบาลประสาท ที่ ทพ. ยุพดี (ผู้ล่วงลับ) พี่สาวของสาวน้อยเรียกมาให้บริการสองบ้านที่อยู่ติดกันเป็นประจำมาเกือบยี่สิบปี เธอไปที่โทรศัพท์บ้านแล้วบอกว่า โทรศัพท์ใช้การไม่ได้    ผมบอกให้จดเบอร์มา ผมจะใช้มือถือโทรให้    เมื่อเธอยื่นกระดาษจดเบอร์โทรศัพท์ผมก็ตกใจ ที่ลายมือเหมือนตอนสมองปกติ    ต่างจากความคาดหวังของผม ที่เคยเห็นเธอเซ็นชื่อที่ธนาคาร ลายมือขยุกขยิก ไม่เป็นตัว    ต้องเซ็นใหม่    เป็นสัญญาณที่ดี ว่าบางส่วนของสมองยังดีอยู่     


จับทางได้ ?

ตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมา จนถึงวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๓ ที่ผมเขียนบันทึกตอนนี้    สาวน้อยอารมณ์ดีตลอด    ลูกๆ และผมสังเกตเห็นชัดเจน    รู้สึกว่าเธอไว้วางใจผมมากขึ้น    ท่าทีลังเลเมื่อผมให้กินยา Seroquel ครึ่งเม็ดก่อนนอนก็แทบไม่มี หรือน้อยมาก   

ผมเดาแบบเข้าข้างตัวเองว่า อาจเกิดจากคนข้างเคียงจับทางถูก    ผมพาเธอออกไปในที่ประชุมเมื่อมีโอกาส และมีคนรู้จัก    และมีรายการใหญ่พาไปเที่ยวรออยู่ ๕  รายการ คือ วันที่ ๒๔ – ๒๕ มกราคม ไปพัทยา ในงาน retreat ของ SiCORE-M     วันที่ ๒๑ -  ๒๓ กุมภาพันธ์ ไปสุราษฎร์ธานี ในงาน retreat ของสภา มช.    วันที่ ๒๘ - ๒๙ กุมภาพันธ์ ไปบางแสน ในงาน รีทรีต ของงานวิจัย ศิริราช    วันที่ ๔ – ๙ เมษายน ไปโตเกียว  ในการประชุมเตรียมการณ์ PMAC 2021    วันที่ ๑๑ – ๑๘ พฤษภาคม ไป Annecy (ฝรั่งเศส) กับเจนีวา ในการประชุมเตรียมการณ์ PMAC 2021    โดยที่การไปต่างประเทศต้องใช้เงินค่าเดินทางพอสมควร   

ผมเดาต่อว่า ชีวิตคนเรา ต้องการความหวัง หรือการมีเป้าหมายในชีวิต    เมื่อสมองเสื่อมลง เป้าหมายที่เหมาะสมก็เปลี่ยนไป    การได้ไปเที่ยวน่าจะเป็นเป้าหมายชีวิตที่เหมาะสม    และเธอก็สมควรได้รับ เพราะทำงานหนักมาตลอดชีวิต    ทรัพย์สินเงินทองที่มีอยู่บ้างก็มาจากเธอมากกว่าครึ่ง    จากการเป็นคนที่ประหยัดอดออม ที่สำคัญไม่ซื้อเครื่องประดับราคาแพง   

กิจวัตรประจำวันอย่างหนึ่งที่อาจช่วย     คือการอาบน้ำตอนค่ำ     เราได้สร้างห้องน้ำอย่างดีติดกับห้องนอน    เวลาราวๆ สองทุ่มเธอจะอาบน้ำ     โดยผมรอให้เธอแปรงฟันเสร็จและเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ     ที่มีเก้าอี้ให้นั่งอาบ    ผมจะเข้าไปช่วยราดน้ำที่หลังและถูสบู่ที่หลังและรักแร้ทั้งสองให้    ส่วนด้านหน้าและส่วนอื่นๆ ของร่างกายเธอจัดการเอง     การเปิดปิดน้ำฝักบัวก็ให้เธอจัดการเอง ให้เป็นกิจวัตรประจำวัน เพื่อให้ทำได้ด้วยความเคยชิน     ตอนเริ่มใช้ห้องน้ำนี้ใหม่ๆ เธอเปิดน้ำไม่เป็น    ตอนนี้คล่องแล้ว   

เสร็จจากราดน้ำล้างสบู่ด้านหลังและรักแร้ ผมออกจากห้องน้ำ     ออกไปยืนรอพร้อมผ้าเช็ดตัว     เมื่อเธอเดินออกมาจากห้องอาบน้ำ    มายืนบนพรมรองพื้น ผมก็เช็ดตัวให้    เป็นช่วงที่ผมสังเกตว่าเธอรู้สึกมีความสุข     เสร็จแล้วผมชโลมโลชั่นกันผิวแห้งให้ที่หลัง     แล้วสวมเสื้อนอนให้    ตามด้วยขั้นตอนสำคัญที่สุดคือผมสวมกอดเธออย่างแน่น เพื่อใช้สัมผัสแสดงความรักแบบไม่มีเงื่อนไข    เธอแสดงความขอบคุณ

ผมเข้าใจว่า ความอดทนต่ออารมณ์ของเธอ และไม่เอ่ยถึงช่วงที่เธออาละวาด    และการจับทางหาทางสร้างความรู้สึกมั่นใจว่าจะได้รับการดูแล (ความรู้สึกปลอดภัยในชีวิต)     และการมีเป้าหมายอนาคตว่าจะทำอะไรบ้าง    โดยเฉพาะการไปเที่ยว       น่าจะช่วยสร้างอารมณ์บวก    สร้างความมั่นใจในตนเอง     สร้างความหวังในชีวิต     

เราจะต้องรอดูต่อไป ว่ายุทธศาสตร์นี้ใช้ได้ผลยั่งยืนหรือไม่


กิ๊กยังอยู่

เช้าวันที่ ๒๓ มกราคม แป๋มบอกผมว่า    เมื่อวานตอนเช้า สาวน้อยเดินไปจ้องหน้าบ้านหลังหนึ่งเป็นเวลานาน    จนเธอไปถามว่าหาอะไร    สาวน้อยตอบว่าหาหมอวิจารณ์ เข้าไปหากิ๊กที่บ้านนั้นยังไม่ออกมา     แป๋มบอกว่า หมอวิจารณ์ไปทำงานตั้งแต่เช้า    เธอจึงเดินกลับบ้าน

สาเหตุคือ ผมออกจากบ้าน ๖ น. เธอยังนอนหลับอยู่    จึงมโนไปดังกล่าว     ที่จริงผมบอกเธอก่อนนอนแล้วว่า รุ่งขึ้นผมจะออกจากบ้านตั้งแต่เช้า    แต่เธอจำไม่ได้    และตอนผมจะออกจากบ้านเห็นเธอหลับสบายจึงไม่ได้ปลุกเพื่อร่ำลา

ผมตีความว่า เป็นสัญญาณ “ข่าวดี” อีกสัญญาณหนึ่ง    ว่าเธอสามารถควบคุมอารมณ์ได้    แม้จะหลงผิดว่าผมไปหากิ๊ก ก็ไม่อาละวาด   


ชวนกินกล้วย

เย็นวันที่ ๒๓ มกราคม  เธอชวนผม “กินกล้วย”    ผมถามว่าอยู่ที่ไหน เธอจึงเปิดตู้เย็นเอากล่องอาหารออกมาและเปิดฝา     เห็นมะละกออยู่ครึ่งกล่อง    ผมบอกเธอว่า นี่มะละกอ ไม่ใช่กล้วย    เธอหัวเราะ  


แป๋มขโมยมีด

กลับมาจากไปนอนค้างพัทยา ๑ คืน    เย็นวันที่ ๒๕ มกราคม    เธอปอกมะละกอให้ผมกิน และบ่นว่า เห็นแป๋มขโมยมีดปอกผลไม้อีกเล่มหนึ่งไป    แล้วก็ไปเปิดประตูรั้วเดินไปที่บ้านต้อง    แต้วตะโกนห้ามเพราะเกรงโดนหมากัด ก็ไม่ได้ยิน    เข้าไปเล่นงานแป๋มอยู่นาน จนแป๋มต้องเดินหนี    ต้องฟังอยู่ด้วยก็รีบมาที่บ้านผม ไปค้นหามีด    พบเล่มหนึ่งในถุงผ้าที่เอาไปพัทยา     เอาไปให้แม่ดู    เธอบอกไม่ใช่  และบรรยายลักษณะของมีดที่ไม่มีใครเคยเห็น    แต่ในที่สุดเธอก็เย็นลง 


ต่อมาขโมยตลับแป้ง

วันต่อๆ มาเธอบ่นว่าตลับแป้งที่เธอวางไว้ในห้องน้ำหายไป    แป๋มขโมยไป    วันหนึ่งเธอริบกุญแจบ้านจากแป๋ม และห้ามแป๋มเข้าบ้าน   ต่อมาแต้วค้นกระเป๋าแม่    พบตลับแป้งและของที่แม่บ่นว่าหายอยู่ในกระเป๋าเดินทาง ที่ไปพัทยา     เมื่อเอาให้แม่ดู แม่ก็หัวเราะ   


เตรียมไปนอนที่โรงแรมเซนทารา แอท เซนทรัลเวิร์ล

ผมบอกเธอว่าระหว่างวันที่ ๒๗ มกราคม  - ๒ กุมภาพันธ์ รวม ๖ คืน เราไปนอนที่โรงแรมเซนทารากัน เหมือนปีที่แล้ว     บอกเป็นระยะๆ   เธอรับรู้บ้างไม่รับรู้บ้าง    เย็นวันที่ ๒๕ มกราคม ผมเตือนเธอว่า วันรุ่งขึ้นให้จัดเตรียมจัดกระเป๋าเสื้อผ้า สำหรับไปนอน ๖ คืน   เตือนหลายครั้ง   

เช้ามืดวันอาทิตย์ที่ ๒๖ ผมตื่นเวลาตีสี่ครึ่งเพราะไฟเปิด    พบว่าเธอคงจะตื่นนานแล้ว     เพราะรื้อเสื้อผ้าออกมากองกองโต    เป็นชุดสวยๆ    ผมบอกว่า ไม่ได้ไปร่วมงานใด ไปนอนที่โรงแรมเท่านั้น    ดังนั้นเสื้อผ้าที่เตรียมเป็นชุดธรรมดา    นุ่งกางเกง สวมเสื้อยืดก็พอ    เธอทำท่างงๆ    และบอกว่าต้องการไปพบเพื่อนที่อเมริกา  ที่ลูกสาวมาเป็นวิทยากร     และต้องการฝากของไปให้คนรู้จักที่ปีที่แล้วเขาฝากสบู่มาให้   

ผมอธิบายว่า ปีนี้ลูกไม่ว่างไปอยู่เป็นเพื่อน    ดังนั้น บางวันเธอต้องอยู่ที่ห้องคนเดียว  และห้ามออกจากห้องเด็ดขาด เพราะจะกลับไม่ถูก    ในที่สุดเธอตัดสินใจอยู่บ้าน ไม่ไปนอนที่โรงแรม    ผมจึงต้องเปลี่ยนแผน กลับมานอนที่บ้านในวันที่ ๒๗ – ๒๙     

วันอังคารที่ ๒๘ ไม่มีใครอยู่บ้าน    และแป๋มก็โกรธไม่ยอมรับใช้แล้ว     แต้วลางาน ๑ วัน พาแม่ไปนั่งเล่นที่ห้องพัก โรงแรมเซนทารา     ตกเย็นจึงไปทำคลินิก    และผมพาสาวน้อยกลับบ้าน   

วันพุธที่ ๒๙ ตอนเช้าแต้วกลับบ้าน มาดูแลแม่ และค้นพบของที่แม่กล่าวหาว่าแป๋มขโมยในกระเป๋าเดินทางที่ไปพัทยา     บ่ายแต้วไปทำงานและกลับมานอนบ้านตอนเย็น    สาวน้อยติดต่อ Line คุยกับคุณหมอสุวิมล เพื่อนศิริราชรุ่น ๗๓   ว่าจะไปนอนโรงแรมเซนทาราคืนวันที่ ๓๐ เพื่อจะได้พบกัน    ลูกสาวคุณหมอสุวิมลมาประชุมในฐานะวิทยากร   

เช้าวันที่ ๓๐    ด้วยความตื่นเต้น (ดูสีหน้าก็รู้) เธอเตรียมแต่งตัวตั้งแต่เช้า  และจะให้ผมพาไปส่งที่โรงแรม    ผมบอกว่านัดแนะกันหมดแล้วกับแต้วและต้อง    ว่าแต้วจะพาไปตอนบ่าย และต้องก็จะไปรอที่โรงแรมตอนบ่าย    เพื่อเป็นเพื่อนแม่    ช่วงเช้าไม่มีใครว่าง    ให้รอจนบ่าย    และผมเองก็ต้องเข้าพระบรมมหาราชวังในตอนบ่าย เพื่อทำหน้าที่ในพิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล

ด้วยสมองที่มีเหลือจำกัด   เธอไม่สามารถรับรู้ความซับซ้อน และข้อจำกัด ของเรื่องราวต่างๆ ได้    จึงคล้ายเด็กที่รอไม่ได้  

เธอบอกผมว่า ต้องการเงินเหรียญสหรัฐสำหรับฝากคุณหมอสุวิมลไปให้คุณหมุย อดีตพยาบาลโรงพยาบาลหาดใหญ่    ที่ไปตั้งรกรากในอเมริกา อยู่เมืองเดียวกันกับคุณหมอสุวิมล    ผมห้ามว่าควรให้ของไม่ใช่ให้เงิน    ในที่สุดเธอว่าจะให้เงิน และให้ผมเอามาให้เธอเดี๋ยวนี้สองร้อยเหรียญ    รอไม่ได้      


นอนโรงแรม มีความสุข

ลงท้ายเธอไปนอนกับผมที่โรงแรมเซนทารา แอท เซนทรัลเวิร์ล คืนวันที่ ๓๐ และ ๓๑ มกราคม     โดยต้องไปอยู่เป็นเพื่อนแม่ตอนกลางวันที่ผมต้องเข้าประชุม   บ่ายวันเสาร์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ต้องพานั่งแท็กซี่กลับบ้าน    เพราะวันอาทิตย์ต้องต้องไปสวนที่ลาดพร้าว เพื่อเก็บผลไม้   

ที่โรงแรมเซนทารา เรานอนห้อง ๔๖๑๐ ซึ่งเป็นห้องชุด อยู่ในชั้นที่เรียกว่า Club Floor    ต้องนอนที่ห้องรับแขก    กินอาหารเช้าเที่ยงเย็นที่ชั้น ๕๑  ซึ่งเป็น Club Service   เฉพาะคนที่พักชั้น Club Floor เท่านั้นที่มี card ให้กดลิฟท์ไปที่ชั้น ๕๑ ได้    สาวน้อยจึงได้เป็นไฮโซชั่วคราว    และดูจะมีความสุขมาก

สรุปว่า ผมและลูกๆ ประสบชัยชนะในเดือนนี้    ที่เราปรับตัว และหาวิธีปฏิบัติต่อสาวน้อย    จนพบว่าในระยะนี้ “แม่อยู่ในช่วงเก่ง”  (คำของต้อง)    อารมณ์ดี  พยายามลดน้ำหนัก  และช่วยตัวเองได้มากขึ้น       

เอารูปที่ถ่ายตอนไปเดินออกกำลังยามเย็นมาโชว์    เดือนมกราคมอารมณ์ดีทุกวัน

วิจารณ์ พานิช

๖ ก.พ. ๖๓

ริมแม่น้ำนครชัยศรี  สวนสามพราน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)