ชีวิตที่พอเพียง 3565. อยู่กับผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม (๗) บันทึกความเสื่อมถอย


ผมเล่าเรื่องชีวิตยามสมองเสื่อมของสาวน้อยเป็นระยะๆ () () (๓)  (๔)  (๕)  (๖)  เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์กับท่านผู้อื่นที่ต้องเผชิญสภาพคล้ายๆ กัน ที่นับวันจะมีจำนวนมากขึ้น      

วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ ไปตรวจ CT Scan สมอง เพื่อติดตามผลการปรับการไหลของน้ำหล่อสมอง ผ่านท่อไปลงช่องท้อง ที่อาจารย์หมอศรัณย์ปรับให้เร็วขึ้นเมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม   และไปรายงานผลเมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ว่าอาการของโรค NPH ดีขึ้น  

วันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๖๒ ผมพาสาวน้อยไปหาอาจารย์หมอศรัณย์ที่อาคารผู้ป่วยนอกตามนัด    เพื่อดูผล CT Scan สมอง    คราวนี้ผมไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากทีม R2R   ผมจัดการเองหมด    เริ่มตั้งแต่ไปสอดบัตรประชาชนเพื่อเอาใบยืนยันสิทธิจ่ายตรงกับกรมบัญชีกลาง ที่หน้าห้องรับยา    แล้วไปเข้าคิวยื่นใบนัดที่ช่อง ๑   แล้วไปรอการเรียกชื่อที่ช่อง ๒ เพื่อรับบัตรคิว    ได้คิวที่ ๑๗   โดยเขาบอกให้ผู้ป่วยไปวัดความดันโลหิตก่อนด้วย    ผมเดินไปถามที่เคาน์เตอร์ใกล้ห้องตรวจว่า การวัดความดันโลหิตนั้นเราวัดเองทุกวันอยู่แล้วไม่ต้องไปวัดได้ไหมเพราะคนไข้เดินไม่สะดวก   เขาบอกว่าให้นั่งรถเข็นไปได้ คนไข้อยู่ที่ไหน    ผมบอกว่านั่งอยู่หน้าห้อง ๒๐ แล้ว    เขาถามว่า ได้แฟ้มประวัติหรือยัง ผมตอบว่ายังและยื่นใบคิวให้    เพื่อให้เขาไปค้นแฟ้ม    พอดีมีหมอผู้ชายหนุ่มๆ มายกมือไหว้และถามว่า “อาจารย์มาทำอะไร   ผมหมอสืบวงศ์ มอ. รุ่น ๑๖”   เมื่อรู้ว่าผมพา อ. อมรา ไปหา อ. หมอศรัณย์ ก็บอกว่าจะช่วยไปขอให้ได้ตรวจก่อน  

ในที่สุดเราก็ได้ตรวจเป็นคิวที่ ๔   ขอขอบคุณ รศ. นพ. สืบวงศ์ จุฑาภิสิทธิ์ ไว้ ณ ที่นี้ด้วย    อ. หมอสืบวงศ์เป็นศัลยแพทย์ด้านศีรษะและคอ   มาออกตรวจที่ห้องติดกันพอดี  

ผมขออนุญาต อ. หมอศรัณย์ขอดูจอคอมพิวเตอร์ เพื่อดูภาพ CT Scan สมองด้วย    ท่านอนุญาตและอธิบายอย่างดี    เมื่อผมถามว่า โพรงน้ำในสมอง (ventricle) เล็กลงไหม    ท่านก็อธิบายยาว (โดยมีนักศึกษาแพทย์ชายคนหนึ่งนั่งฟังอยู่ด้วย)    ว่าตามที่พบในผู้ป่วยโรค ที่ได้รับการผ่าตัดต่อท่อระบายน้ำไขสันหลังลงช่องท้อง ขนาดของโพรงน้ำในสมองตามที่เห็นใน CT ไม่ลดลง     แต่หากดูที่รายละเอียดอื่นๆ ของภาพถ่าย CT สมอง จะพบการเปลี่ยนแปลง     สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่อาการโรคที่ดีขึ้น    รายละเอียดที่ท่านอธิบายเหล่านั้น ผมลืมเสียแล้ว   

ท่านบอกว่าอัตราการไหลของน้ำไขสันหลังที่ตั้งไว้นั้น ยังไม่สูงสุด    ยังสามารถปรับขึ้นได้อีก ๑ ขั้น    ผมเรียนว่า อาการดีขึ้นอย่างนี้พอใจแล้ว    ตกลงกันว่า นัดไปติดตามผล ๑ ปี    นัดวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๓  

วันศุกร์ที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ แต้ว ลูกสาวคนโตมารายงานผมว่า  วันนี้แม่หุงข้าวเองไม่ได้    เอาข้าวใส่หม้อ แล้วเทน้ำออก เอาไปตั้งบนเตาไฟ    แทนที่จะเอาไปวางบนเตาหุงข้าวไฟฟ้า    โชคดีที่แป๋ม แม่บ้านของต้องมาพบเข้า     ก่อนหน้านั้นราวๆ ๑ สัปดาห์เธอยังหุงข้าวเองได้   

ผมสังเกตว่า ช่วงนี้การเดินช้าลงและยกขาไม่ค่อยขึ้น    การพูดก็เลวลง  วกวน และนึกคำไม่ออก    ความจำเลวลง    เป็นสัญญาณเตือนว่าความเสื่อมของสมองมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ    เราต้องเตรียมรับมือ  

วันที่ ๑๓ ตุลาคม ผมสังเกตว่า สาวน้อยแบ่งเอาข้าวสุกที่อยู่ในกล่องในตู้เย็นใส่จาน เอาอุ่นในเครื่องไมโครเวฟไม่ได้ ผมต้องทำให้    วันนี้มีท่าทีงงๆ มาก        

เช้าวันที่ ๑๔ ตุลาคม ผมบอกเธอว่า ไม่ได้พลิกปฏิทิน (ที่หมอวิโรจน์ทำให้) หลายวันแล้ว     วันนี้วันที่ ๑๔ ไปพลิกปฏิทินดีไหม    เธอเดินไปดูแล้วหัวเราะ และเข้าไปเอาแผ่นปฏิทินออกจากช่องใส่    ผมขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว     กลับลงมาพบว่าแผ่นปฏิทินวางอยู่ข้างนอก    เข้าใจว่าเธอใส่เข้าช่องไม่เป็นเสียแล้ว     และแผ่นปฏิทินเปิดอยู่ที่วันที่ ๒๔  ไม่ใช่ ๑๔     

เย็นวันที่ ๑๘ ตุลาคม เธอมีกำหนดเข้าเฝ้ารับพระราชทานเลี้ยงที่วังสระปทุม ร่วมกับคณะกรรมการรางวัลนานาชาติ รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล    ผมให้รถไปรับเธอที่บ้านตอนบ่ายเพื่อไปสมทบกับคณะที่โรงแรมโอเรียนเตล     เมื่อไปถึงโรงแรม ผมออกไปรับพาไปนั่งในล็อบบี้ของโรงแรม    เธอถามว่าจะไปไหน    โชคดีที่ในงานเลี้ยงเธอปฏิบัติตัวได้ดี    งานนี้ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ทำหน้าที่เจ้าภาพแทนสมเด็จพระกนิษฐาธิราชฯ ที่ประชวร เข้าโรงพยาบาล   

เช้าวันที่ ๒๐ ตุลาคม ผมสังเกตว่าเธอตั้งท่าจะชงกาแฟกินเอง และให้ผมด้วย    แต่เดินกลับไปกลับมาสองเที่ยว จึงเดาออกว่า  เธอลืมไปแล้วว่าชงกาแฟทำอย่างไร    ผมจึงชงให้  เธอกล่าวขอบคุณ    และแสดงท่าทีว่ารู้ตัวว่าตนเองลืมวิธีชงกาแฟ    ตกเย็นเธอเข้าไปอาบน้ำทั้งๆ ที่ยังสวมเสื้อนอนแบบอยู่บ้าน    ผมไปดูจึงรู้ว่าเธอถอดเสื้อไม่เป็นแล้ว     จึงไปช่วยถอด และช่วยอาบน้ำ     เรื่องสวมเสื้อและถอดเสื้อนี้เธอทำได้บ้างไม่ได้บ้างมาหลายวัน    นอกจากนั้นในสองสามวันนี้ เธออุ่นข้าวกินเองได้ไม่ดี   

บ่ายวันนี้ ต้องมาบอกผมว่า แม่ยังไม่ได้กินยาเช้า     ผมบอกว่า ผมเอาให้กินแล้ว     ต้องบอกว่า ยังอยู่ที่จานตรงระเบียงที่เธอนั่งเป็นประจำ    เป็นเครื่องเตือนว่า    เวลาป้อนยาต้องเฝ้าดูว่าได้กินแล้วจริงๆ  

เช้าวันที่ ๒๑ ตุลาคม  ผมไปเอาไข่ต้มในตู้เย็นมาส่งให้    เธอถืออย่างงๆ ครู่หนึ่งก็หัวเราะ และส่งให้ผม    ผมปอกเปลือกออก และส่งให้   เธอหัวเราะและกล่าวขอบคุณ    ผมเดินไปดูที่กระโถนฉี่ที่วางใกล้เตียงนอน    พบว่ามีอุจจาระกองโต รวมทั้งมีน้ำปัสสาวะเรี่ยราดออกมาที่พื้นและที่โครงกระโถน     ผมจัดการเอาอุจจาระไปเทและทำความสะอาด    เมื่อเธอเห็นก็หัวเราะและกล่าวขอบคุณ    ผมบอกเธอว่า ตอนกลางคืนหากถ่ายอุจจาระลงโถ    ให้เช็ดก้นด้วย  ม้วนกระดาษทิชชูอยู่ที่หัวนอน     เธอทำหน้างงๆ    ผมบอกว่าเมื่อคืนเธอถ่ายอุจจาระลงโถฉี่กองโต    เธอทำท่างง    แสดงว่าเธอลุกขึ้นฉี่ แต่ในการเบ่งฉี่ อึออกมาด้วยโดยเธอไม่รู้ตัว   

ที่เล่านี้ เพื่อให้ผู้ดูแลคนสมองเสื่อมได้ตระหนักข้อจำกัดในการรับรู้ของคนสมองเสื่อม   

แต้ว ต้อง และผม เห็นตรงกันว่า ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา อาการสมองเสื่อมของเธอถอยลงอย่างรวดเร็ว     แต่ต้องมีข้อสังเกตว่า เธอกลับมีอารมณ์ดี หัวเราะบ่อย    ผมสังเกตว่าที่เธอหัวเราะ เป็นการแสดงการยอมรับว่าตนมีข้อจำกัด    และรู้สึกขอบคุณที่ได้รับการดูแล     

สายๆ วันที่ ๒๑ ตุลาคม มีการเอาผ้าปูที่นอนไปซัก  เอาผ้าห่มไปตาก  และเปิดหน้าต่างห้องนอน รวมทั้งเป่าพัดลม    เธอถามว่าทำไม    ผมอธิบายให้ฟัง    เธออุทานว่า “เด็กหญิงอมรา”    เกือบเที่ยง เธอถามแป๋ม แม่บ้านของต้อง ว่าเธออายุเท่าไร    แป๋มพามาถามผม    ผมตอบว่า ๑๔   เธอถามว่าผมอายุเท่าไร ผมตอบ ๗๗   เธอหัวเราะ ทำหน้างงๆ     


ระหว่างวันที่ ๒๒ – ๒๕ ตุลาคม ผมไปประชุมที่ลอนดอน    ต้องอยู่ดูแลแม่  แต้วมาช่วยบางวัน  ตั้มก็มาในวันที่ ๒๕    ต้องดูแลแม่อย่างดี    และจัดการใช้ line ให้เธอคุยกับผมแบบเห็นหน้ากัน    เธอพอใจมาก    บ่ายสามโมงวันที่ ๒๔ (เวลาไทย) ต้อง line มาบอกว่า “กิ๊กกลับมาแล้ว”    เป็นสัญญาณว่า เธอบ่นว่าผมไปหากิ๊ก


ช่วงวันที่ ๒๖ - ๓๐ ตุลาคม    หน้าที่สำคัญของผมคือ ตอนเย็นเปลี่ยนเสื้อจากเสื้อนอนที่สวมนอนและอยู่บ้านเป็นเสื้อยืดและกางเกง สำหรับออกไปเดินรอบสระน้ำในหมู่บ้าน เพื่อออกกำลัง    หลังกินอาหารเย็น   และเธอดูทีวีจนถึงทุ่มครึ่งหรือสองทุ่ม    เธอจะอาบน้ำ     ช่วยถอดกางเกง ถอดเสื้อ    พาไปอาบน้ำ     โดยต้องฝึกการเปิดก๊อกน้ำ  และถือสายฝักบัว     เปิดน้ำสักครูให้น้ำอุ่นออกมา จึงราดตัว และถูสบู่ที่หลังและราดน้ำให้     ฝึกให้เธอถือฝักบัวรดน้ำด้านหน้าและถูสบู่เอง     โดยเฉาะที่ซอกขาและก้น    คอยดูแลให้อาบน้ำเสร็จ ก็เช็ดตัวให้    เอาโลชั่นทาหลัง (ซึ่งหากปล่อยให้ผิวแห้งจะคันและเกาจนผิวหนังด้าน) แล้วสวมเสื้อนอนให้   


วันที่ ๓๑ ตุลาคม ผมอยู่บ้านตลอดวัน    สังเกตว่าเธอกินอาหารเองไม่ได้  ต้องคอยช่วยป้อน หรือตักอาหารใส่จาน ใส่ช้อนให้    เรื่องกิน เธอกินเก่ง    โดยเฉพาะของกินเล่น    จัดไว้ให้เธอกินหมดเสมอ    อาจเพราะไม่มีอะไรทำ     วันนี้เธอคุยเก่ง และอารมณ์ดี แต่จับความไม่ได้     และกิ๊กมาเป็นครั้งคราว    ประเดี๋ยวประด๋าวแล้วไป           


วิจารณ์ พานิช

๓๑ ต.ค. ๖๒


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (1)

ยังโชคดีนะคะ ที่สาวน้อยอารมณ์ดีขึ้นค่ะ ขอให้กำลังใจอาจารย์นะคะ