ชีวิตที่พอเพียง 3847. อยู่กับผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม (๒๐) บันทึกเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๓

ผมเล่าเรื่องชีวิตยามสมองเสื่อมของสาวน้อยเป็นระยะๆ () () (๓)  (๔)  (๕)  (๖)   (๗)   (๘)   (๙)   (๑๐)   (๑๑)    (๑๒)   ๑๓   ๑๔   ๑๕  ๑๖  ๑๗  (๑๘)  (๑๙) เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์กับท่านผู้อื่นที่ต้องเผชิญสภาพคล้ายๆ กัน ที่นับวันจะมีจำนวนมากขึ้น  



ช่วงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๓    เป็นช่วงที่เราออกไปงาน รีทรีต สองครั้ง    สาวน้อยได้เปลี่ยนบรรยากาศจากอยู่บ้านเป็นไปนอนโรงแรม    และพบปะผู้คน   

  

มะละกอออกผล ๑๖ ผล

วันหนึ่งตอนต้นเดือนพฤศจิกายน เธอมาบอกผมด้วยความลิงโลดว่า มะละกอต้นเล็กริมสนามส่วนติดกับบ้านคุณสมชาย    ออกผล ๑๔ ผล ผมไปดูแล้วกลับมาบอกเธอว่า มี ๑๖ ผล    ให้เธอเดินไปนับใหม่    เป็นกุศโลบายให้เธอได้เดินออกกำลัง     เธอกลับมาบอกว่า ใช่ มี ๑๖ ผล

วันเสาร์ที่ ๗ พฤศจิกายน เธอมาบอกผมให้จัดการรดน้ำต้นมะละกอด้วย    เพราะช่วงนี้ฝนไม่ตก    ผมไปเปิด springle เปิดน้ำรดสนาม ซึ่งจะไปโดนโคนต้นมะละกอด้วย    และบอกเธอว่า จะเปิดไว้ ๑๐ นาที    หลังจากนั้นราวๆ เกือบชั่วโมง เธอมาถามว่าปิดน้ำหรือยัง     ผมบอกว่าปิดนานแล้ว ให้ไปดูหน่อยว่ารดโดนโคนต้นมะละกอไหม    เธอเดินไปดู และกลับมาบอกว่าโดน    นี่คือกุศโลบาย ให้เธอมีเรื่องทำ และได้เคลื่อนไหว มี physical activity    เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง และลดความอ้วน  

แป๋มพาผู้ชายมานอนที่ห้อง

วันหนึ่งเธอมาฟ้องผมว่า แป๋ม (แม่บ้านของลูกสาว    อายุ ๖๐ ปี  มาอยู่บ้านป้าจิตรเลี้ยงต้องตั้งแต่ยังเล็กๆ    จึงน่าจะอยู่กับต้องมาราวๆ ๔๐ ปี) พาผู้ชายมานอนที่ห้อง     ผมบอกให้ไปฟ้องต้อง

เมื่อเธอไปฟ้องต้อง ผมจึงรู้ความลับ ว่าต้องกับแป๋มร่วมกันผูกเรื่อง เพื่อเบนความสนใจของเธอ    ให้เลิกระแวงว่าแป๋มจะมามีอะไรกับผม    แป๋มบอกว่า เป็นการปลดภาระผมโดนกล่าวหา  เป็นตัวเธอโดนกล่าวหาเสียเอง

กุศโลบายนี้ได้ผลมาก    และสอนผมว่า ความหลงผิดย้ายเป้าได้  

วันนี้พี่วิจารณ์ไปไหน

ทุกวันที่ผมไม่ไปไหน    ก็จะนั่งอ่านหรือเขียนหนังสือที่ระเบียงข้างบ้าน     เธอจะมาถามว่า “วันนี้พ่อไปไหน” วันละสามสี่ครั้ง     ผมก็จะตอบว่า “วันนี้ปู่เลี้ยงหลานทั้งวัน ไม่ไปไหน”     เธอจะตอบว่า “ดีจัง”

บางทีเธอจะถามต่อ “วันนี้วันอะไร”    “เดือนอะไร”   “ตุ๋นอายุเท่าไรแล้ว”    ถามซ้ำๆ วันละหลายครั้ง  

ของโปรดคือถั่วลิสงต้ม

ช่วงนี้มีหนุ่มโรงงานขี่รถซาเล้ง มาจอดหน้าหมู่บ้านฝั่งทางเข้าหมู่บ้านเอื้ออาทร    ขายของกินเล่นมากมายหลากหลายชนิด    ที่ของโปรดของเธอคือถั่วต้ม กับข้าวโพดต้ม    แต่ผมขู่ว่า ข้าวโพดต้มทำให้อ้วน    เธอจึงไม่เรียกร้องให้ซื้อมาให้    แต่ทุกเช้าที่ผมถามว่าเอาถั่วต้มไหม เธอจะตาเป็นประกายและยิ้ม บอกว่าเอา     ผมจึงได้โอกาสไปอุดหนุนหนุ่มคนขยัน ๒๐ บาท   

ขอยกเลิกขายที่ดิน

เช้าวันที่ ๗ พฤศจิกายน เธอมาถามผมว่า จะติดต่อคนซื้อที่ดินที่เชียงรายอย่างไร    เพราะเธอจะเลิกขาย    จะยกให้เล็ก (นพ. วิชัย น้องชายผม)    ผมบอกให้เธอบอกต้อง    เพราะคนซื้อเป็นเพื่อนของต้อง    แล้วเธอก็ลืม

เหตุการณ์นี้บอกผมว่า  เธอไม่เข้าใจเรื่องสัญญาจะซื้อจะขายที่มีการวางมัดจำไว้แล้ว    และคงจะจำไม่ได้ว่าเธอได้เซ็นสัญญาไว้   

พนักงานตากผ้า

การตากผ้าเป็นงานง่ายๆ ที่เธอทำได้    ทำแล้วสบายใจและภาคภูมิใจ    โดยผมจะเรียก “พนักงานตากผ้า” (คือตัวเธอ) มาทำหน้าที่   

ตกเย็นเมื่อผ้าแห้ง  ผมยังไม่ได้เก็บ บ่อยครั้งเธอจัดการเก็บและพับใส่ตะกร้า     แยกเป็นผ้าของเธอ และผ้าของผม ใส่คนละตะกร้า    ผมจะชมว่าหลานสาวทำงานได้เรียบร้อย    เพื่อให้เธอภูมิใจ    ซึ่งที่จริงแล้วงานไม่ค่อยเรียบร้อย    เช่นเอาผ้าของเธอบางชิ้นใส่ตะกร้าผ้าของผม     และการพับผ้าของผมพับได้ไม่เรียบร้อย    เมื่อผมเอาไปเก็บที่ชั้นบนของบ้าน ก็ต้องไปพับใหม่

บางครั้งเธอเอาผ้าใส่ตะกร้าสลับกัน    เอาผ้าของเธอใส่ตะกร้าของผม  เอาผ้าของผมใส่ตะกร้าของเธอ        

เดินทางทำให้สมองล้าและสับสน

เย็นวันที่ ๑๒ ถึงเย็นวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ผมมีงาน retreat ของ HITAP ที่ผมทำหน้าที่ประธานมูลนิธิ    จึงขอพาเธอไปด้วย    ไปพัก ๑ คืน    ร่วมงานปาร์ตี้ตอนค่ำ    และไปเลี้ยงแกะที่ Khao Yai Farm Village ตอนบ่าย    กลับถึงบ้าน ๑๗.๓๐ น.   โดยมีรถตู้รับส่งถึงบ้าน

เย็นวันที่ ๑๓ เรากินอาหารเย็นที่บ้านทันที่ที่กลับมาถึง    ตอนทุ่มเศษๆ เธอมาชวนผมไปกินข้าวอีก     วันรุ่งขึ้นเธอลืมเรื่องชงกาแฟกินเองและชงให้ “ปู่” ด้วยอย่างที่เคยชงทุกเช้าที่ผมอยู่บ้าน    แสดงว่าสมองที่เสื่อมมันรับความล้าที่เกิดจากการเดินทางเปลี่ยนความเคยชินไม่ได้    ทำให้สับสนง่าย        

อาบน้ำสองครั้ง

ค่ำวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน เวลาประมาณ ๑๙ น. เธอลุกจากที่นั่งดูทีวี เข้ามาในห้องนอน    ชะโงกบอกผมที่นั่งทำงานอยู่ในห้องทำงาน ว่า “ไปอาบน้ำนะ”    แล้วผมก็ไปช่วยอาบน้ำ เช็ดตัว และสวมชุดนอนให้    เสร็จแล้วเธอออกไปดูทีวีต่อ    

อีกเพียงไม่ถึง ๑๕ นาที  ผมได้ยินเสียงอาบน้ำซู่ๆ อยู่ในห้องน้ำ     ไปชะโงกดู พบว่าเธอกำลังอาบน้ำอยู่    ผมไปบอกเธอว่าเพิ่งอาบเสร็จไปแล้ว     เธอหัวเราะในความหลงลืมของตัวเอง     เมื่อดูที่ตะกร้าผ้าซัก ก็พบว่าเธอเอาเสื้อนอนที่เพิ่งใส่ ลงตะกร้าไปแล้ว    ผมหยิบขึ้นมาสวมให้ และอธิบายว่า เป็นเสื้อนอนที่เพิ่งสวม    เธอทำหน้างงๆ   

เมื่อไรจะครบสองอาทิตย์

เช้าวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ผมเดินไปซื้อถั่วลิสงต้มของโปรดของเธอ    หนุ่มพ่อค้าบอกว่าจะไม่มาขาย ๒ อาทิตย์  นับตั้งแต่วันรุ่งขึ้นเป็นต้นไป   เพราะจะไปเกี่ยวข้าวที่บ้าน ที่จังหวัดหนองบัวลำภู     ผมมาบอกให้เธอรับรู้ไว้

วันรุ่งขึ้น เธอบ่นว่าวันนี้ไม่มีถั่วต้มกิน    ผมบอกว่าอีก ๒ อาทิตย์เขาจะกลับมาขาย

เช้าวันที่ ๒๔ เธอถามว่าเมื่อไรเขามาขายถั่วต้ม    ผมบอกว่า เพิ่งผ่านไปเพียงสองวัน    ต้องรอถึงวันที่ ๗ เขาจึงจะมาขาย    เธอบ่นว่า คิดว่าผ่านไป ๑ อาทิตย์แล้ว 

เช้าวันที่ ๒๗ ก็บ่นถึงอีก  

พนักงานปิดประตู

กุศโลบายให้เธอได้เคลื่อนไหว    เพื่อช่วยชะลอความเสื่อมของสมองอย่างหนึ่งที่ผมใช้คือ    เมื่อเปิดประตูรั้วบ้านเอารถออก    ผมจะไม่ปิดเอง    จะบอกเธอให้เดินลงมาปิดประตูด้วย    เธอจะทำด้วยความเต็มใจ

ช่วยให้เธอได้เดิน   และได้ออกกำลังแขน เพราะประตูเหล็กหนักพอสมควร  

เล่าปู่กับหลาน สร้างอารมณ์สนุกแบบเด็ก

นี่คือเครื่องมือง่ายๆ ที่ช่วยให้เธออารมณ์ดี    เมื่อเธอเรียก “พ่อ”  ผมจะแก้ว่า “ปู่”    เธอก็จะหัวเราะชอบใจ และพูดใหม่ว่า ปู่ หลานจะ....    ผมจะตอบว่า “ปู่อนุญาต”    แค่นี้ก็ช่วยให้เธอเกิดอารมณ์ครึกครื้น มีชีวิตชีวา

เมื่อผมจะขึ้นไปอาบน้ำที่ห้องน้ำชั้นบนของบ้าน    ผมจะบอกเธอว่า “ปู่ขออนุญาตขึ้นไปอาบน้ำ”    โดยต้องพูดดังๆ แบบตะโกน  เพราะเธอหูตึงมาก     เธอจะตอบว่า “อนุญาต” และหัวเราะชอบใจ    เราหล่อเลี้ยงอารมณ์กันง่ายๆ อย่างนี้  

ไปศิริราช ทำอะไรนะ

เช้าวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ผมบอกเธอว่า ตอนเที่ยงจะออกไปศิริราช ไปร่วมพิธีประกาศทุนเยาวชน รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล    แค่นี้ก็เป็นประเด็นให้เธอถามแล้วถามอีก เกือบสิบครั้ง ว่า “วันนี้พ่อไปไหน”    “วันนี้พ่อไปศิริราช ไปทำอะไรนะ”  ฯลฯ

หน้าที่ของผมคือ ตอบอย่างเดิมทุกครั้ง โดยไม่หงุดหงิด

วันที่ ๒๕ ผมเล่าเรื่องนี้ให้ ดร. สีลาภรณ์ บัวสายฟัง  เธอตอบว่า “อาจารย์อมรากลัวอาจารย์ไปหาสาว”     

มีความสุข ที่ลูกมากันพร้อมหน้า

ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ทำหน้าที่หมอ และบริหารภาควิชาวิสัญญี    งานยุ่งมาก    แต่ก็ยังมีลูกได้ถึง ๔ คน    แถมยังเลี้ยงดูกล่อมเกลาให้เติบโตเป็นคนดีมีประโยชน์ต่อสังคม    เธอจึงมีความสุขมากเมื่อลูกมาหากันพร้อมหน้าเย็นวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน    นัดไปกินอาหารเย็นด้วยกันที่ร้านเจ๊ไข่    ลูกชายเลือก เพราะเยเช ลูกสาวของเขาชอบกินปูทะเล    

มาถึงก่อนเวลา เยเช แสดงฝีมือใช้ iPad วาดรูปคุณย่าคุณปู่ให้เป็นของขวัญ    จึงเอารูปมาโชว์ ว่าหลานสาวอายุ ๑๒ ขวบ  เรียนชั้น ป. ๖  มีพรสวรรค์ด้านศิลปะ

ลูกชายชมว่า แม่กินเก่ง

วิจารณ์ พานิช

๒๙ พ.ย. ๖๓

1 งานเลี้ยง HITAP Retreat คืนวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน เขาใหญ่โรแมนติครีสอร์ทแอนด์สปา

2 ที่เขาใหญ่ ฟาร์มวิลเลจ

3 กินเลี้ยงกับลูกสาวทั้งสาม

4 ที่ร้านไอศครีม

5 เดินออกกำลังตอนเย็น

6 ชอบถ่ายรูปกับดอกไม้

7 กับหุ่นสุนัข

8 กับภาพวาดและผู้วาด

9 แถมปู่ รูปปู่ และผู้วาด

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (3)

โชคดีนะคะที่สาวน้อยของอาจารย์อารมณ์ยังดี คุณแม่ของแก้ว ก่อนเสียชีวิตมีสมองเสื่อมอยู่ประมาณปี อารมณ์รุนแรง ดุด่าว่ากล่าวลูก ซึ่งก่อนนั้นไม่เคยเป็น แต่อารมณ์ดีกับคนอื่น ทำให้แกงค์ 18 มงกุฏมาขอเงินทำบุญบ้าง ซื้อของแพงๆบ้าง เสียเงินไปเยอะเพราะคนเข้าถึงที่บ้านได้ง่าย เพราะแม่ไม่ยอมอยู่กับใคร ชอบอยู่บ้านตัวเอง มีลูกสาวดูแล 1 คน คนนี้ก็ชอบให้เงิน ให้ของคนอื่นๆเหมือนกัน รักษาอยู่นาน แต่ผลของยาที่ให้หกล้มบ่อยครั้ง

เป็นบันทึกที่น่ารักมากเลยครับกราบสวัสดีปีใหม่ 2564 กับ อาจารย์ บันทึกนี้ครับด้วยความเคารพครับ

เขียนเมื่อ 

เรียน อาจารย์

    คุณหมอเพิ่งแจ้งให้ทราบว่า คุณพ่อเป็นโรคสมองเสื่อม เช่นกันค่ะ พยาบาลแนะนำให้ดูนาฬิกา และปฏิทินทุกวัน โดยให้ทำเครื่องหมายไว้ ที่ปฏิทิน ทำได้ ๔-๕ วัน ก็จะลืมทำกิจกรรมนี้ไปบ้าง  เมื่อพี่สาวกลับมาบ้านเพื่อเยี่ยมเยียน ดูท่านมีความสุข ครอบครัวน่าจะเป็นยาที่ดีที่สุด     ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย ดลบันดาลให้ อาจารย์ และครอบครัว ประสบแด่ความสุข ความเจริญตลอดไปค่ะ

ขอแสดงความนับถือ

วีร์