แสงแห่งความดี...

ชาวสวน/ข้าราชการบำนาญ/อาจารย์ณ.ขอบฟ้ากว้าง...ยังมีหนทางให้เดินอีกมากมาย เลือกที่จะเดินจะได้มีความสุข
Usernamesangsri
สมาชิกเลขที่69481
เป็นสมาชิกเมื่อ
เข้าระบบเมื่อ
ติดตาม{{ kv.owner.followee_count }}
ผู้ติดตาม{{ kv.owner.follower_count }}
สมุด{{ kv.user_statistic.blogs }}
บันทึก{{ kv.user_statistic.posts }}
อนุทิน{{ kv.user_statistic.journal_entries }}
ไฟล์{{ kv.user_statistic.files }}
ความเห็น{{ kv.user_statistic.comments }}
ดอกไม้{{ kv.user_statistic.given_votes }}
คำถาม คำตอบ
แพลนเน็ต
ประวัติย่อ

การเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

ตราบใดที่ยังมีลมหายใจอยู่

การเรียนรู้ ก็จะไม่สิ้นสุด....ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน

Large_picture6634


กำเนิดสวนโมกข์ สวนป่าอันเป็นกำลังแห่งการหลุดพ้น

http://www.rosenini.com/suanmokkh/index.htm


เราเดินตามโลกตั้งแต่นาทีที่เกิดมา
จนถึงนาทีที่มีความรู้สึกนี้
ต่อนี้ไป เราจะไม่เดินตามโลก
และลาโลกไปค้นหาสิ่งที่บริสุทธิ์
ตามรอยพระอริยะที่ค้นแล้วจนพบ...

ไม้ร่าย ๕ มิถุนายน ๒๕๓๓ ณ ลานทราย เขาพุทธทอง สวนโมกข์ฯ เวลา ๑๖.๑๐

ลมร่ายไม้ร่ายระเริงเสียง

ส่ายเพียงแผ่นฟ้าภูผาไหว

แดดสาดส่องปรุทะลุใบ

ไล้ไม้โลมไม้ลงมาดิน

หริ่งหริ่งเรื่อยรับระยับไม้

ร่ายเพลงแห่งไพรและเพิงหิน

ผีเสื้อใบไม้พริบพรายบิน

ค่อยร่วงค่อยรินระเริงรำ

ความนิ่งมีในความไม่นิ่ง

ลึกซึ้งหนึ่งสิ่งในสิ่งส่ำ

หยัดร่างหยั่งรากแกร่งกรากกรำ

ทำโดยไม่ทำตลอดมา

ดวงแดดเลือนดับกับพื้นทราย

ใบไม้ทักทายกับลมป่า

ความเงียบกึกก้องอยู่โกลา

เสียงของธรรมดาอันได้ยิน

เขียนแผ่นดิน ...เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์….


Large_picture6634

พ่อเป็นคนเพชรบุรี แม่เป็นคนเกาะสมุย

สร้างครอบครัวด้วยน้ำพักน้ำแรง มีลูกคลานตามกันมา 7 คน(พี่เปี๊ยกเสียชีวิตเมื่อครั้งยังเด็กด้วยโรคหัวใจรั่ว ที่โรงพยาบาลศิริราช) ที่เหลือ 6 คน ต่างเติบโตบนเส้นทางชีวิตของตนเอง


Large_picture6634

พี่สาวคนโต...เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ พี่ชายคนโต...เปิดร้านขายข้าวแกง ตัวเองทำสวนและรับราชการ น้องชายผู้พิการ...เดินตามฝันของตัวเองด้วยการเป็นศิลปินวาดรูปเหมือน น้องสาวคนที่หนึ่ง ...กำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่ และน้องสาวคนสุดท้องทำงานในวิชาชีพที่เรียนมา

ปริญญาชีวิต มีกันคนละใบสองใบ...และกำลังวิ่งตามฝันของตัวเองที่วาดหวังไว้อย่างไม่ย่อท้อ


คู่ชีวิตที่ทำให้มองโลกกว้างขึ้น


Large_picture6634

คนเราเมื่อเกิดมาแล้วชาติหนึ่ง ต้องคิดเสมอว่า..การทำความดี ไม่ใช่สิ่งที่ทำยากเย็นอะไรเลย เพียงแค่คิดและตั้งใจทำเท่านั้น ความดีก็จะปรากฎมาให้เห็น ให้ชื่นใจทันที ความดี.. ทำได้ง่ายจากสิ่งที่ตัวเองได้ทำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน...ความดีจึงไม่ต้องค้นหาหรือดิ้นรน ขอเพียงใจคิดและได้ลงมือกระทำ ก็ดีแล้ว

สิ่งที่เฝ้ามองด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธา

Large_picture872

Large_picture69093

หวังไว้เพียงว่า..อยากให้ลูกเติบโตเป็นคนดีของสังคมที่ลูกอยู่

แค่นี้ ชีวิตก็มีความสุขมากพอแล้ว


อันที่จริงเราต่างเป็นครูชีวิตให้กันและกันนะครับ ในภาษาศิลปะนั้น อย่างคุณแสงแห่งความดีเนี่ย อยู่ในช่วงที่ต้องจัดว่ากำลังมีพลังชีวิตน่ะครับ ในช่วงเวลาอย่างนี้เหมาะสำหรับการทำงานที่มีความสะท้อนและเชื่อมโยงกับความเป็นชีวิตจิตใจ มีพลังสร้างสรรค์และได้ความเป็นหนึ่งกับสังคมและสิ่งแวดล้อมที่มากกว่าการใช้ความสามารถของสมอง เป็นงานแบบ Reflection เหมือนเป็นลายแทงชีวิตน่ะครับ เมื่อได้ย้อนกลับมาอ่านแต่ละครั้งก็จะเห็นอีกด้านหนึ่งซึ่งเป็นพลังชีวิตที่เหมือนไม่ใช่มาจากตัวเรา ช่วงเวลาอย่างนี้ หากได้ทำงานก็จะออกมาดี และเมื่อได้นั่งอยู่กับการทำงานเชิงความคิด ก็เหมือนกับมีกำลังสติพอที่จะเป็นครูของตนเองได้ครับ

โครงสร้างชีวิตของคุณแสงแห่งความดีที่กำลังเป็นอยู่ ณ เวลานี้ เมื่อบวกกับวิธีมองโลกที่ถือเอาการใช้ของจริงในชีวิตเป็นมรรควิถีแห่งการเรียนรู้และฝึกอบรมตน และรวมเข้ากับความสามารถของคนชั้นกลางรุ่นใหม่ของสังคมซึ่งมีการศึกษาสูง สามารถทำประสบการณ์ชีวิตให้เป็นวัตถุดิบในการคิด เขียน สร้างความรู้และสร้างงานวรรณกรรมสะท้อนชีวิต เหล่านี้ เป็นความเป็นตัวของตัวเองที่น่าบ่มเพาะครับ

เป็นคนชั้นกลางที่มีโครงสร้างชีวิตเชื่อมโยงถึงภาคการผลิตที่แท้จริง ขณะเดียวกันก็มีพื้นที่การสร้างสังคมที่ใช้เครื่องมือและวิธีการทางความรู้ของคนชั้นกลางของสังคมไทยที่คนส่วนใหญ่จะยังขาดอยู่มาก เช่น การเข้าถึงพื้นที่สร้างความเคลื่อนไหวทางความรู้ การเข้าถึงสื่อและพื้นที่การสร้างสรรค์ทางปัญญา การเข้าถึงกลไกและองค์กรเพื่อสร้างความเป็นส่วนรวมสมัยใหม่ ซึ่งลักษณะของคนชั้นกลางอย่างนี้ ผมคิดว่ายังขาดแคลนและเป็นตัวแบบเชิงอุดมคติของคนชั้นกลางอันเป็นที่ต้องการมากของสังคมไทย

โดยทั่วไปนั้น คนชั้นกลางของสังคมไทย พอเริ่มเข้าเรียนตั้งแต่เป็นเด็กตัวเล็กๆจนเข้าสู่ขั้นมหาวิทยาลัยและเข้าไปเป็นกลุ่มสังคมนักวิชาชีพ เจ้าของกิจการ และชนชั้นนำในภาคต่างๆของสังคมนั้น ก็หลุดออกจากความเป็นจริงของสังคมและความเป็นสังคมการผลิต

งานความคิดและการสร้างความรู้เพื่อชี้นำความเป็นไปของสังคมก็จำเป็นต้องสร้างขึ้นจากความรู้ต่อความรู้และความคิดต่อความคิด คิดและนึกเอา ซึ่งบางทีก็อาจไม่ได้มาจากโลกความเป็นจริงเพราะประสบการณ์จากความรู้โดยมากนั้น เป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์ทางความคิดและผ่านประสบการณ์ของผู้อื่น เมื่อมองในแง่นี้ ก็จะเห็นบางสิ่งที่อยู่ในวิถีของคุณแสงแห่งความดีเหมือนอย่างที่มหาตมคานธีขอเรียนรู้สังคมและตนเองเสียใหม่หลังจบจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์และผ่านการใช้ชีวิตจากสังคมยุโรป คือ การตรวจสอบและทดลองกับความจริงแห่งชีวิต ดูออกจะเปรียบกับตัวอย่างที่ใหญ่โตไป แต่ไม่เกินความเป็นจริงน่ะครับ

ส่วนชาวบ้านและชุมชนการผลิตจริงๆทั้งในภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และการผลิตบริการสาขาต่างๆ ก็มักมีวิถีมุ่งสู่เป้าหมายทางวัตถุและสิ่งตอบแทนทางเงินตรา ขาดการเรียนรู้และทำประสบการณ์ให้เป็นทุนทางปัญญา สังคมจึงมักได้แรงงานและคนกินเงินเดือนที่มีความมั่งคั่งทางวัตถุแต่ขาดอุดมคติแห่งชีวิต เป็นวิถีชีวิตที่ขาดความลุ่มลึก ไม่มีกำลังวิจารณาณต่อสังคม และขาดความสำนึกต่อความเป็นส่วนรวมที่ใหญ่กว่าตัวเอง

หากเรียกอย่างเป็นอนุสติให้กับตัวเราเองก็คือ คนส่วนใหญ่เป็นไปตามกระแสหลักที่อยู่กันในสังคมด้วยชีวิตที่เปล่ากลวง งกเงิ่นหาเงินและแสวงหาตำแหน่งแห่งหนทางสังคมอย่างไร้ความหมาย

เลยก็สักแต่ผลิต ปฏิบัติ และดำเนินชีวิตไป แต่ขาดกำลังที่จะเรียนรู้ ยกระดับคุณภาพแห่งชีวิตและเปลี่ยนแปลงตนเองให้สอดคล้องกับบริบทใหม่ๆของสังคมโลกอยู่เสมอ

สังคมของเราก็เลยมีชนชั้นกลางที่มีทักษะเพียงเป็นแรงงานชั้นดีของกิจการสมัยใหม่และมีความสามารถเพียงเอาตัวรอดได้ก็เก่งแล้ว ส่วนชุมชน เราก็มีความเป็นชุมชนและวิถีการรวมกลุ่มก้อนของปัจเจก ที่ทำหน้าที่ผลิตงกๆและดำรงอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงตามยถากรรม ตามพื้นที่ต่างๆของประเทศ

ทั้งสองด้านที่คนส่วนใหญ่ขาดนี้ มีอยู่ในคนจำนวนหนึ่งหลากหลายสาขาซึ่งสำหรับผมแล้วก็ถือว่าเป็นความเคลื่อนไหวเปลี่นแปลงใหม่ๆของสังคมน่ะครับ ผมเรียกไปก่อนว่าวิถีประชาศึกษา และกำลังมีอยู่ในการดำเนินชีวิตของคุณแสงแห่งความดีน่ะครับ พออ่านงานของคุณแสงแห่งความดีก็เลยได้อรรถรสและได้พลังแห่งชีวิตอย่างที่พยายามกล่าวมานี้เช่นกันครับ ทำ สังเกต ทบทวน และบันทึกถ่ายทอดสะสมไปทีละเล็กละน้อย นอกจากจะได้แบ่งปันกับคนอื่นและสื่อสารเรียนรู้ไปกับสังคมแล้ว ก็จะเป็นวิธีดำเนินชีวิตที่มีการพัฒนาวิถีความรู้ที่น่าสนใจมากเลยครับ เหมือนเป็นการวิจัยจากชีวิตจริงเลยทีเดียว

 วิรัตน์  คำศรีจันทร์

..

..

ผมเพิ่งทราบครับว่า....อาจารย์มองอะไรในตัวผม

และการที่เราจะเคารพรักใครสักคนหนึ่ง....ผ่านบันทึกเช่นนี้ จึงเป็นสิ่งที่สมควรทำครับ

......

ชีวิตหนึ่งที่เกิดมา...บางครั้งบางเรื่องราวในชีวิตของตัวเอง   ที่ยังไม่เคยได้เรียนรู้ ก็ได้รู้.. จากการมองชีวิต...โดยภูมิปัญญาของผู้อื่น

วันนี้ได้เห็นบางสิ่งบางอย่างจากความเป็นตัวของตัวเอง

สิ่งที่อาจารย์กล่าวมาทั้งหมดนี้...จึงมีคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับผมมากนะครับ 

ผมไม่เคยคาดหวังถึงเพียงนั้น.. ในหลายสิ่งที่อาจารย์ได้มองตัวผม  มันทำให้ผมต้องคิดทบทวน กับตัวเองครับว่า ..นี่คือห้วงหนึ่งในชีวิตของเรานะ  

ที่เราฝากมันไว้ที่นี่

ผมจะจดจำสิ่งนี้ไว้นะครับ   วันหนึ่งข้างหน้า.. วันที่ผมแก่เฒ่าลงไป และเมื่อผมหันกลับมามองมันอีกครั้งหรือหลายๆครั้งก็ตาม  

ผมจะนั่งยิ้มอย่างมีความสุขครับ 

ที่ผมได้สะท้อนความคิดความรู้สึกของผมไว้ที่นี่.... 

และผมได้เห็นมุมชีวิตของตัวเอง ที่ไม่เคยมองและรู้สึกมาก่อน  จากครูบาอาจารย์..ซึ่งท่านเป็นผู้รู้ทั้งประสบการณ์ทางโลกและชีวิต


กราบขอบพระคุณอาจารย์มากนะครับ