ความคิดสร้างสรรค์เป็นสมรรถนะสำคัญยิ่งต่อชีวิตที่ดีในยุคปัจจุบันและอนาคต จึงมีผู้เสนอแนวทางพัฒนาความคิดสร้างสรรค์มากมาย ดังตัวอย่าง

หลักการคือ ต้องคิด ๒ แบบต่อเนื่องกัน คือคิดแบบไร้กรอบ (divergent thinking) ตามด้วยการเอากรอบเข้าไปจับ (convergent thinking) ต้องคิดทั้งสองแบบต่อเนื่องกันนะครับ จึงจะเป็นการคิดสร้างสรรค์ หากคิดเฉพาะช่วงแรก (divergent thinking) เป็นเพียงการฝันเฟื่อง ไม่เข้าสู่ความเป็นจริง
แต่จะให้เข้าสู่ความเป็นจริงแท้ๆ ต้องเอาไปลองทำและปรับตัวครับ คิดอย่างเดียวไม่ลงมือทำ ตามด้วยการเรียนรู้ และปรับปรุง ไม่เกิดความสร้างสรรค์ อย่างแท้จริง ความสร้างสรรค์ต้องเกิดสิ่งใหม่ (นวัตกรรม – innovation) ที่เป็นรูปธรรม
ในความเป็นจริง ความคิดสร้างสรรค์แบบสุดๆ เมื่อนำไปดำเนินการ ส่วนใหญ่จะไม่สำเร็จ แต่หากมี DLL – Double Learning Loop ความคิดสร้างสรรค์นั้นจะนำไปสู่ความสำเร็จที่เป็นนวัตกรรมได้ ใน DLL มีเครื่องมืออีกตัวหนึ่งเข้ามาช่วย คือ Critical Reflection – การใคร่ครวญสะท้อนคิดอย่างลึกซึ้ง
ความสร้างสรรค์ต้องการการคิดอย่างน้อย ๓ แบบ คือ คิดฟุ้ง คิดสู่เป้า และคิดหลังทำ
คิดเฉยๆ ไม่พอ ต้องทำด้วย และทำไปเรียนรู้ไป ปรับตัวไป
นี้คือกระบวนการเรียนรู้ที่แท้จริง
วิจารณ์ พานิช
๑๕ พ.ย. ๖๓