
ระยะนี้พบกับคำถามหนึ่งที่เหมือน ๆ กัน จากเพื่อนครูหลาย ๆ คนอยู่บ่อย ๆ เมื่อรู้ว่า คุณมะเดื่อ พาหลานชายเข้าสู่ระบบ " การศึกษาตามอัธยาศัย" หรือ " โฮมสคูล" ว่า...
"เด็กอยู่กับผู้ใหญ่ตลอดเวลา จะมีปัญหาในการปรับตัวในสังคมกับเพื่อน ๆ ในอนาคตไหม".....
เข้าใจว่า คำถามนี้คงเกิดจากความห่วงใย และคิดถึงอนาคตของเด็ก ตามประสาของครูบาอาจารย์นั่นแหละ......และบางทีเขาก็อาจจะไม่ได้นึกว่า คุณมะเดื่อเองก็อยู่ในถนนสายการศึกษามาไม่ต่ำกว่า 40 ปีเหมือนกัน....ไฉนเล่าจะไม่นึกถึงคำถามประเด็นสำคัญนี้.....เมื่อมีคำถามก็ต้องมีคำตอบ คำตอบนี้...มี 2 นัย + เหตุผล นัยหนึ่ง คือตอบด้วย " วาจา" + เหตุผล คือ " ก็ต้องการปูพื้นฐานให้แน่นก่อน สัก 3 ปี คือขออนุญาตไว้ แค่ ป.3 เท่านั้น และคุณมะเดื่อก็ว่างเว้นจากงานสอนทางโรงเรียนโดยสิ้นเชิงแล้ว อีกอย่างหนึ่ง หลานชายก็เรียนจบปฐมวัยที่โรงเรียนมาแล้ว และจะมีการทำกิจกรรมร่วมกับโรงเรียนในบางกิจกรรม เช่น ลูกเสือ กีฬา และ ตอนนี้ ก็กำลังเรียนเทควันโด ที่มีเพื่อนร่วมเรียนในวัยเดียวกันอยู่ด้วย...จึงไม่ต้องห่วงเรื่องการปรับตัวในสังคมกับเพื่อนวัยเดียวกัน..."


ส่วนอีกนัยหนึ่ง เป็นคำตอบด้วย....ใจ... + เหตุผล คือ..
- สังคมและเพื่อนในสถานศึกษาในยุคปัจจุบัน เป็นสังคมที่ดีงามกับชีวิตของเด็กทุกคน จริงหรือ ?
- โรงเรียนในปัจจุบันสามารถสร้างสังคมที่ดีงามให้กับเด็กทุกคนได้จริงหรือ ?
- ผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต และมีชีวิตที่มั่งคั่ง มั่นคง ในสังคมปัจจุบัน หลายต่อหลายคนที่แทบจะไม่ได้รู้จักคำว่า...โรงเรียน...เลยก็ว่าได้ ตรงกันข้ามชีวิตในวัยเด็กกลับต้องอยู่กับครอบครัว ช่วยพ่อแม่ทำงานจิปาถะ เรียกได้ว่า ไม่มีชีวิตในวัยเด็กก็ว่าได้ จากประสบการณ์ในวัยเด็กของเขา กลับทำให้เขาประสบความสำเร็จในชีวิตในกาลต่อมา และได้กลับเข้าสู่ระบบโรงเรียนในวัยผู้ใหญ่หลังจากหมดภาระต่อครอบครัวแล้วก็มี
- คนไทยเราสมัย ปู่ ย่า ตา ยาย ส่วนหนึ่งไม่รู้จักโรงเรียน อีกส่วนหนึ่งเรียนแค่อ่านออก เขียนได้ อีกส่วนหนึ่งเรียนไม่จบแม้ ป.4 สังคมของท่านก็คือ ครอบครัว ที่มีคำว่า งาน และ หน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติ แต่ชีวิตในวัยผู้ใหญ่ก็สามารถมีอาชีพเลี้ยงครอบครัว เลี้ยงลูกหลานให้มีความสุขได้สืบมา
- ในข้อ 3 + 4 สิ่งที่บุคคลเหล่านั้นสามารถประสบความสำเร็จของชีวิตได้ในที่สุดก็คือ คุณธรรม และ จริยธรรม ที่สังคมของครอบครัว ได้สั่งสอน อบรมลูกหลานมาตั้งแต่เกิดนั่นเอง ซึ่งคุณธรรมและจริยธรรมเหล่านั้น จะเป็นเสมือน อาวุธสำคัญที่เด็กทุกคน จะต้องมีไว้ประจำตัว และฝึกใช้ให้เกิดความชำนาญจนกลายเป็น...สันดาน...ประจำตัวในที่สุด และสามารถนำมาใช้ได้ในทุกที่ทุกเวลา
- คุณมะเดื่อไม่เชื่อว่า " ปริญญา" จะเป็นสิ่งที่ประกัน ความสำเร็จ หรือ ความสามารถของคนเรา ที่สำคัญ ไม่ได้รับรองว่า คนที่จบการศึกษาไม่ว่าจะระดับใดจะพบกับความสำเร็จได้หากปราศจากคุณธรรมและจริยธรรม

ทุกคนคงเห็นแล้วว่า สังคมของเด็กและเยาวชนของเราในปัจจุบันเป็นเช่นใด นี่แหละ เป็นสิ่งที่คุณมะเดื่อและเชื่อว่า อีกหลาย ๆ คนคงวิตกกังวลกับอนาคตของบุตรหลานของตน ดังนั้น หากสิ่งหนึ่งประการใดที่พอจะทำได้จึงต้องทำเพื่อลูกหลานของเราจ้ะ
มีเพื่อนครูที่เกษียณแล้ว บางคนที่กำลังมีความรู้สึกเช่นเดียวกับคุณมะเดื่อและกำลังศึกษาการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย และทราบว่ามีพ่อแม่อีกหลาย ๆ คน ก็คิดเช่นเดียวกัน.....เพื่อลูกหลาน ก็ต้องปูพื้นฐานให้เขาเท่าที่จะทำได้น่ะแหละนะ

เรียน คุณมะเดื่อ
ขอแสดงความนับถือคุณลิขิต
เก่งมากเลยครับ
เรียน คุณลิขิต และคุณศุภณัฐ ขอบคุณที่ให้เกียรติมาอ่านและแสดงความคิดเห็นนะจ๊ะ ก็ตามที่ได้เขียนมานั่นแหละจ้ะอาจจะเป็นเพราะ คุณมะเดื่อใช้ชีวิตวนเวียนอยู่ก็แต่ระบบโรงเรียนจนถึงวัยเกษียณ และได้ซึมซับประสบการณ์จริงต่าง ๆ ของระบบโรงเรียนทั้งในโรงเรียน จนถึงการได้ไปช่วยงานด้านการเรียนการสอนในระดับ สพฐ.มาระยะหนึ่ง ก็เป็นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาจจะเรียกได้ว่าเป็นความล้มเหลวในระบบโรงเรียน ที่รับช่วงต่อจากความล่มสลายของสถาบันครอบครัวก็ว่าได้ ซึ่งเป็นผลร้ายต่อสังคมชีวิตของเด็ก ๆ อย่างที่ได้เห็นกันอยู่ในทุกวันนี้ ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้คุณมะเดื่อ ตัดสินใจพาหลานชายออกจากระบบโรงเรียน (ชั่วคราว หรืออาจจะยาวนาน) อย่างที่ทำอยู่นี้…………………………………. ขอแสดงความนับถือ………………………………………………………..…………………………………………..คุณมะเดื่อ………………………………………………………………….