ชีวิตที่พอเพียง 4067. อยู่กับผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม (๒๙) บันทึกเดือนกันยายน ๒๕๖๔


 

ผมเล่าเรื่องชีวิตยามสมองเสื่อมของสาวน้อยเป็นระยะๆ () ((๓)  (๔)  (๕)  (๖)   (๗)   (๘)   (๙)   (๑๐)   (๑๑)    (๑๒)   ๑๓   ๑๔   ๑๕  ๑๖  ๑๗  (๑๘)  (๑๙)  (๒๐)  (๒๑)   (๒๒)  (๒๓)   (๒๔)   (๒๕)   (๒๖)    (๒๗)    ๒๘   ๒๙  เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์กับท่านผู้อื่นที่ต้องเผชิญสภาพคล้ายๆ กัน ที่นับวันจะมีจำนวนมากขึ้น    

เดือนนี้ขอเปลี่ยนสไตล์ของบันทึก   จากเล่าเหตุการณ์และวิธีเผชิญสถานการร์ของผู้ดูแลเป็นกรณีๆ ของเหตุการณ์   เปลี่ยนเป็นเล่าทฤษฎีหรือยุทธศาสตร์ที่ผมและลูกๆ ใช้ ในการดูแลสาวน้อย    โดยมีเป้าหมาย เพื่อธำรงช่วงเวลาในชีวิตที่ยังช่วยตัวเองได้ (ส่วนหนึ่ง) ไว้ให้ยาวนานที่สุด   โดยมีสมมติฐานว่า การปล่อยให้คนสมองเสื่อมช่วยตัวเองให้มากที่สุด    เพื่อให้การทำกิจกรรมเหล่านั้นช่วยกระตุ้นสมอง  

กล่าวใหม่ว่า บันทึกนี้มุ่งสังเคราะห์ประเด็น สิ่งพึงปฏิบัติ/ไม่ปฏิบัติ สำหรับผู้ดูแลคนที่สมองเสื่อม   

 

อดทนต่อความเชื่องช้า

สาวน้อยของผม ไม่ว่าทำอะไร ช้าหมด   ทั้งที่ช้าเพราะเคลื่อนไหวร่างกายได้ช้า     และช้าเพราะลืมว่าจะไปทำอะไร    ต้องกลับมาถามใหม่  บางครั้งหลายรอบ   

ในส่วนที่ช้าเพราะร่างกายเคลื่อนไหวได้ช้านั้น    อาจช้าลง ๕ - ๑๐ เท่า ของคนปกติ     หากเรารำคาญ หรือเห็นใจ ช่วยทำให้  จะเป็นการลิดรอนโอกาสได้เคลื่อนไหวร่างกาย   ซึ่งเป็นกลไกสำคัญต่อการมีสุขภาพดี    และผมเชื่อว่าช่วยกระตุ้นสมองให้ตื่นตัว  การเสื่อมของสมองน่าจะช้าลง     เรื่องการเคลื่อนไหวร่างการ (physical activities) มีคุณค่าต่อสุขภาพดีนั้น    เป็นจริงสำหรับคนทุกคน ทุกวัย และทุกสถานะนะครับ    คนที่ป่วย แล้วถูกบังคับให้นอนเฉยๆ (ด้วยความหวังดี) ร่างกายจะทรุดโทรมเร็ว และตายเร็ว   

หากท่านมาเห็นท่าสวม pampers ของสาวน้อยของผม ท่านจะเห็นใจและสงสาร    เพราะเธองอขาได้อย่างยากลำบาก    ก้มตัวก็ทำได้จำกัด    การสวมจึงทำได้ช้ามาก   หากผมเข้าไปช่วยก็จะเสร็จภายในไม่กี่วินาที    แต่เธอสวมเองใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสองสามนาที หรือบางครั้งนานกว่านั้น    ผมเชื่อว่า ในช่วงเวลานั้น เธอได้ฝึกสมองมากทีเดียว    

      

อดทนต่อความหลงลืม หรือถือเป็นเรื่องปกติ

การยอมรับสภาพ ทั้งของผู้ป่วย และของผู้ดูแล   จะช่วยให้เหตุการณ์ความหลงลืมเป็นเรื่องปกติ ไม่ก่อความรู้สึกไม่ดีทั้งต่อผู้ป่วย และผู้ดูแล    ช่วยสร้างบรรยากาศ “อารมณ์บวก” (positive emotions) ในบ้านของผู้สมองเสื่อม     ช่วยให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกอึดอัดขัดข้อง  หรือรู้สึกอับอาย    ผมดีใจมากที่สาวน้อยของผมยอมรับสภาพ    และมองอาการป้ำๆ เป๋อๆ ของตนเองด้วยอารมณ์ขัน     

   ท่าทีของผู้ดูแลที่ไม่ถือสาพฤติกรรมผิดๆ พลาดๆ ของผู้ป่วย  น่าจะช่วยเอื้อความมั่นคงทางอารมณ์ให้แก่ตัวผู้ป่วย    ช่วยให้สามารถดำรงชีวิตอย่างมีความสุขในสถานภาพใหม่  และอย่างมั่นใจตัวเองในระดับหนึ่ง     

 

ไม่เป็นไร

นี่คือถ้อยคำ และท่าที  เมื่อผู้ป่วยทำผิดพลาด สิ่งของเสียหาย หรือสร้างความยุ่งยาก    เช่น ฉี่รดที่นอน   ทำของตกแตก    ผู้ดูแลต้องฝึกยึด “สภาพปกติ” (norm) ของผู้ป่วยเป็นหลัก    ไม่ใช่เอาของตนเองที่เป็นคนแข็งแรง เป็นหลัก    ตรงนี้ในทางวิชาการน่าจะเรียกว่า empathy   คือเอาความรู้สึกนึกคิดของคนอื่นเป็นหลัก   ไม่ใช่เอาความรู้สึกนึกคิดของตัวเราเป็นหลัก   ซึ่งคนเราแต่ละคนฝึกตัวเองมาไม่เหมือนกัน   คนที่ทักษะ empathy เข้มแข็ง จะแสดงท่าที “ไม่เป็นไร” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ 

 

เอาใจ

คนเราชอบให้ผู้อื่นเอาใจกันทุกคน   คนสมองเสื่อมพฤติกรรมและความคิดหลายอย่างกลับไปคล้ายเด็ก    การเอาใจในลักษณะเอาใจเด็กน่าจะช่วยสร้างความมั่นคงทางอารมณ์     

การเอาใจอย่างหนึ่ง ที่น่าจะสำคัญยิ่ง คือคุยด้วย   คุยเรื่องซ้ำๆ ที่เธอถาม    โดยไม่แสดงท่าทีรำคาญ    ไม่ท้วงว่าถามแล้วถามอีก    แต่แสดงท่าทีสนุกสนานในการพูดคุย    หรือในหลายกรณีผมใช้วิธีถามกลับ    เพื่อกระตุ้นให้เธอคิดเอง    และเมื่อเธอตอบได้เองก็แสดงความชื่นชม    เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่เธอ   

ยิ่งนับวัน การพูดคุยเรื่องซ้ำๆ ก็ยิ่งมากขึ้น   ซึ่งก็สอนให้ผมเข้าใจว่า    ในชีวิตคู่กว่าครึ่งศตวรรษของเราสองคนนั้น    สาวน้อยเขามีเรื่องกังวลลึกๆ ด้านไหนบ้าง         

การเอาใจด้วยท่าทีสนใจเรื่องการดำรงชีวิตประจำวัน    เมื่อเธอตื่นและเดินออกมาจากห้องนอน คำแรกที่ผมทักคือ หลับดีไหม    ถามทุกวัน และเธอจะแสดงท่าที่มีความพอใจทุกวันที่ได้ตอบคำถามเดิมๆ นี้ ว่าหลับดี   

อีกคำถามหนึ่งคือ มีความสุขไหม   หิวไหม  อิ่มหรือยัง  อยากกินอะไรอีกบ้าง   ถามตามจังหวะที่เหมาะสม ช่วยสร้างอารมณ์บวกได้ดี   

คำพูดหรือคำถามแบบเล่นมุข ก็ช่วยมาก   และแปลกที่เธอมักรับลูกได้ดี จนลูกๆ ก็แปลกใจ    ที่สำคัญคือ ช่วยให้เธอเกิดความมั่นใจตนเอง   

วิจารณ์ พานิช 

๓๐ ก.ย. ๖๔

 

 

1

2

7 ธ.ค. 58

8 ต.ค. 59

 

 

15 ก.ย. 61

 

 

หมายเลขบันทึก: 692846เขียนเมื่อ 14 ตุลาคม 2021 17:37 น. ()แก้ไขเมื่อ 14 ตุลาคม 2021 17:37 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (1)

ส่งกำลัให้อาจารย์และสาวน้อยข้างกายนะคะ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี