ผมเล่าเรื่องชีวิตยามสมองเสื่อมของสาวน้อยเป็นระยะๆ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๒) ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ ๑๗ (๑๘) (๑๙) (๒๐) (๒๑) (๒๒) (๒๓) (๒๔) (๒๕) (๒๖) (๒๗) ๒๘ ๒๙ ๓๐ ๓๑ ๓๒ ๓๓ ๓๔ ๓๕ (๓๖) (๓๗) (๓๘) (๓๙) (๔๐) (๔๑) (๔๒) (๔๓) (๔๔) (๔๕) (๔๖) (๔๗) (๔๘) (๔๙) (๕๐) (๕๑) (๕๒) (๕๓) (๕๔) (๕๕) (๕๖) (๕๗) (๕๘) (๕๙) (๖๐) เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์กับท่านผู้อื่นที่ต้องเผชิญสภาพคล้ายๆ กัน ที่นับวันจะมีจำนวนมากขึ้น
ดูแลไม่ให้เกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
ช่วงเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน ๒๕๖๘ เราหมั่นป้อนน้ำให้เธอได้ดื่มวันละประมาณลิตรครึ่ง เพื่อป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และลูกสาวก็กำชับคนดูแลให้ทำความสะอาดบริเวณก้นและอวัยวะเพศอย่างดี เพื่อป้องกันการติดเชื้อดังกล่าว เราสังเกตว่าหน้าตาของเธอดูสดใสกว่าเดิม
พูดไม่ได้
อาการสมองเสื่อมค่อยๆ มากขึ้นช้าๆ ในเดือนมิถุนายน ๒๕๖๘ เธอพูดไม่ได้เลย เย็นวันที่ ๑๓ มิถุนายน เธอทำท่าพยายามคุยกับลูกสาวคนโต แต่ก็พูดไม่ได้ ได้แต่แสดงท่าทียิ้มแย้ม และบางครั้งก็แสดงท่าทีจะยกมือไหว้ผม แต่ก็ประกบมือและยกมือขึ้นไหว้เองไม่ได้แล้ว ผมเดาว่าเธอต้องการขอบคุณผม ที่ดูแลเธออย่างดี หากเธอรู้สึกเช่นนี้ได้จริง ผมก็จะชื่นใจมาก
เดินได้ช้าลง ก้าวสั้นลง เดินเองไม่ได้ต้องมีคนพยุง
อาการเช่นนี้เป็นมาเกือบปี โดยค่อยๆ ถดถอยลงๆ แต่เราก็พาเธอออกไปเดินตอนเย็น ระยะทางประมาณ ๒๐๐ เมตรทุกวันหากฝนไม่ตก โดยเดินเกาะ hand ของรถเข็นนั่ง และมีคนประคองตลอดเวลา เดินๆ หยุดๆ ตามที่เธอต้องการ เป็นการออกกำลังอย่างเดียวที่เธอทำได้
มือซ้ายจับแก้วนมเปรี้ยวดื่มเองได้
ผมบอกผู้ดูแล ให้พยายามให้เธอได้ใช้มือ ซึ่งต้องใช้มือซ้าย เพราะมือขวาสั่นมาก จากโรคพาร์กินสัน การใช้มือทำได้สองอย่าง คือถือแก้วนมเปรี้ยวดื่มตอนเช้า กับจับผลไม้ส่งเข้าปากเอง
เดินได้คล่องขึ้น
ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมิถุนายน ๒๕๖๘ สมองของเธอดีขึ้นอย่างชัดเจน ลุกขึ้นจากเก้าอี้นั่งเองได้ วันอาทิตย์ที่ ๒๙ มิถุนายน ผมออกไปประชุม ลูกสาวอยู่ดูแลแม่ เล่าว่าเธอผุดลุกขึ้นเอง เดินไปมา พึมพำเรียก “พ่อ” เมื่อผมกลับถึงบ้านเธอแสดงท่าทีดีใจอย่างชัดเจน ซึ่งในช่วงสองสามเดือนมานี้เธอไม่ค่อยแสดงอารมณ์
วิจารณ์ พานิช
๒ ก. ค. ๖๘
1 26 มิ.ย. ๖๘ วันลุกขึ้นเดินเองได้
ดีใจกับอาจารย์นะคะ ที่อาการของสาวน้อยของอาจารย์ดีขึ้น อย่างน้อยก็ได้เห็นหน้ากันไปเรื่อยๆนะคะ