ผมเล่าเรื่องชีวิตยามสมองเสื่อมของสาวน้อยเป็นระยะๆ () ((๓)  (๔)  (๕)  (๖)   (๗)   (๘)   (๙)   (๑๐)   (๑๑)    (๑๒)   ๑๓   ๑๔   ๑๕  ๑๖  ๑๗  (๑๘)  (๑๙)  (๒๐)  (๒๑)   (๒๒)  (๒๓)   (๒๔)   (๒๕)   (๒๖)    (๒๗)    ๒๘  ๒๙   ๓๐   ๓๑   ๓๒   ๓๓   ๓๔   ๓๕   (๓๖)   (๓๗)    (๓๘)   (๓๙)   (๔๐)   (๔๑)   (๔๒)  (๔๓)   (๔๔)  (๔๕)  (๔๖)   (๔๗)   (๔๘(๔๙)   (๕๐)  (๕๑)  (๕๒)   (๕๓)  (๕๔)  (๕๕)  (๕๖)  (๕๗)  (๕๘)  (๕๙)  (๖๐)  (๖๑)  (๖๒)   (๖๓)   (๖๔)   (๖๕)   (๖๖)  เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์กับท่านผู้อื่นที่ต้องเผชิญสภาพคล้ายๆ กัน ที่นับวันจะมีจำนวนมากขึ้น 

การฟื้นฟูสภาพที่ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช  สมุทรสาคร    

เธอเริ่มไปอยู่ที่ศูนย์นี้ วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๘   เมื่อสิ้นเดือนมีนาคมก็เป็นเวลากว่า ๔ เดือน 

แต้วไปเยี่ยมวันศุกร์ที่ ๘ มีนาคม   เล่าว่าแม่ไม่ค่อยตื่น   แต่มีครั้งหนึ่งที่แม่ยิ้มและพบักหน้าให้   

๘ มีนาคม ๒๕๖๙

ผมไปเยี่ยมเวลา ๘.๒๐ -  ๙.๓๐ น.   ไปเห็นการฟื้นฟูสภาพโดยทีมนักกายภาพบำบัด    ที่วันนี้เธอเดินได้ยาว ไปจนสุดตึก  รวมแล้วกว่า ๓๐ เมตร   โดยเธอลงน้ำหนักขาได้ดีขึ้นมาก    นักกายภาพฯ บอกว่ารถช่วยเดินที่เราซื้อมาช่วยได้มาก    หลังฝึกเดินเธอเหนื่อยอย่างชัดเจน   การหายใจแรงขึ้น Oxygen saturation ที่ก่อนเดิน ร้อยละ ๙๐ - ๙๓   หลังเดิน ๙๘    แต่ความดันลดลงชัดเจน   สักครู่ก็เพิ่มขึ้น    เป็นข้อมูลบอกศักยภาพทางสรีรวิทยาของร่างกายที่บอกเราว่า  ทรุดโทรมไปมาก   

เธอตื่นดีเป็นช่วงสั้นๆ ที่ถ่ายรูปมาให้ดูแล้ว    ตอนตื่นตาโต ยิ้มกว้างจริงๆ ผมถ่ายรูปไม่ทัน   ที่ผมดีใจมากคือ เมื่อนักกายภาพบำบัดกล่าวลา  เธอลืมตา ยิ้ม และพยักหน้า    สะท้อนว่ายามตื่น การรับรู้ของเธอมีอยู่   

ผมได้คุยกับพยาบาล ปรึกษาว่าเราควรให้เธออยู่รับบริการต่ออีกนานเท่าไร จึงควรพากลับบ้าน    คำแนะนำที่มีค่ามากสำหรับผม คือการใส่ท่อให้อาหารหน้าท้อง   สำหรับให้อาหารเสริมจากที่กินได้ทางปาก   ที่ตอนนี้เธอกลืนอาหารได้เก่งขึ้น

ชมพู่บอกว่า ตอนนี้เธอให้เกร็ดน้ำแข็งตอนตื่น วันละหลายครั้ง    นักกิจกรรมบำบัดป้อนโจ๊กด้วย    เขายังไม่ให้ชมพู่ป้อนโจ๊ก   

เป็นข่าวความก้าวหน้าของการฟื้นฟู    ที่ค่อยๆ ดีขึ้น    ให้ความชื่นใจแก่ผมมาก   

๑๒ มีนาคม ๒๕๖๙ 

เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมไปเยี่ยมแล้วชื่นใจ    เพราะเธอตื่นและรู้ตัวดี  ผมทักทายเธอยิ้มและพยักหน้า ร้องอือ หลายครั้ง     คืนวันที่ ๑๑ ศ. ดร. ยอดหทัย เทพธรานนท์ เพื่อนร่วมห้อง ๒๙ ที่โรงเรียนเตรียมฯ ของเธอโทรศัพท์ไปคุยกับผมและสั่งให้ผมไปบอกเธอว่าเขาเป็นห่วง และฝากไปให้กำลังใจ    เมื่อผมบอก เธอพยักหน้าและร้องอือ   

ผมบอกให้ชมพู่ป้อนเกร็ดน้ำแข็งให้เธอกลืนให้ผมดู   เห็นชัดว่ากลืนได้ดีขึ้น

แต่ตอนกลางวันเธอมักจะหลับ    ไปตื่นเอาตอนเย็นและค่ำ   ทำให้กายภาพบำบัดฝึกเดินตอนกลางวันทำได้ไม่ดี 

๑๓ มีนาคม ๒๕๖๙ เลือดออกในกระเพาะอาหาร

ต้องและตั้มไปเยี่ยมแม่ตอนบ่าย    พบว่าตอนเช้าเธออาเจียนเป็นสีดำ ๒ ครั้ง    ชมพู่บอกหลังอาเจียนแม่ท่าทางเพลีย เลยงดกิจกรรมทั้งหมด   แม่หลับตลอด (เมื่อวานตื่นดีมาก)     เจอหมอนที หมอบอกน่าจะเป็นเลือดออกที่กระเพาะอาหาร พบในคนที่นอน รพ. นาน ถ้าจะหาสาเหตุจริงๆ ต้องส่องกล้องดู ตอนนี้ใส่เครื่องวัด vital sign  ให้ อ็อกซิเจน ไว้ตลอด ดูดีไม่มีปัญหาอะไร ให้น้ำเกลือไปก่อน จะเริ่มให้อาหารปั่นมื้อเย็น   เจาะเลือดตอนเช้า ผลดีทุกอย่างยกเว้น WBC สูง ซึ่งเกิดจากการอักเสบหรือติดเชื้อ หมอคิดว่าน่าจะมีอักเสบในกระเพาะเฉยๆ  เจาะเลือดซ้ำถ้าพบเชื้อจะให้ยาทันที    ตอนเย็นให้ยา Prantazole หยดในน้ำเกลือ    

สะท้อนความเปราะบาง ของเธอในตอนนี้ 

๑๗ มีนาคม ๒๕๖๙

ผมไปเยี่ยม ๑๔ น. นักกิจกรรมบำบัดกำลังเข้าดูแล   พบว่าเธอหลับ ปลุกไม่ตื่น   และความเข้มอ็อกซิเจนในเลือดสูงสุดเพียง ๙๔   บางช่วงต่ำกว่า    จึงไม่ได้ฝึกกิจกรรม

อาการทางสมองของเธอขึ้นๆ ลงๆ    ตามช่วงที่เกิดโรคเฉียบพลัน    เริ่มจากปอดอักเสบ กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง   มาอยู่ที่ศูนย์ฟื้นฟูขึ้นได้พอควร   เกิดท้องเดินราวๆ ๑๐ วัน อาการทรุดลง    แล้วค่อยๆ ดีขึ้นช้าๆ   แล้วอาเจียนเป็นเลือก ๒ ครั้ง ก็ทรุดลงอีก   จนวันนี้การฟื้นฟูบางเรื่องยังงด เช่นการฝึกกลืน         

ชมพู่บอกว่า ช่วงที่ตื่นดี เธอสื่อสารได้บ้าง ทำท่าเหมือนจะพูด   

เมื่อวานแต้วไปเยี่ยมตอนเช้า   บอกว่าแม่นอนหลับ    ผมและลูกๆ เริ่มคิดเห็นพ้องกันว่า ไม่ควรพาเธอกลับบ้าน เพราะจะดูแลได้ไม่ดี  โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน   เย็นวันอาทิตย์ที่ ๑๕ มีนาคม ผมจึงโทรศัพท์ปรึกษาการดูแลระยะยาวกับอาจารย์หมอยี้ วราลักษณ์ ศรีนนท์ประเสริฐ  ว่าในที่สุดคงจะต้องขอให้ย้ายไปอยู่ที่ชั้น ๓  เป็นผู้ป่วยรับการดูแลระยะยาว 

  ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๙

ผมไปเยี่ยมตอนเช้า   พร้อมกับต้อง ที่ไปเฝ้าแม่แทนชมพู่  ให้ชมพู่ไปพักผ่อน ๓ วัน    ไปถึงเวลา ๗.๔๕ น.   เมื่อเราปลุก เธอลืมตาครึ่งๆ และยิ้ม พยักหน้า เชิงตอบว่ารับรู้ที่เราพูด   

ชมพู่บอกว่า ๒ วันที่ผ่านมา พยาบาลให้รับรถนั่งเข้าไปอาบน้ำ สระผม ในห้องน้ำ    เป็นความก้าวหน้าอีกชั้นหนึ่ง 

เวลา ๘.๒๐ น. พยาบาลมาเปลี่ยนผ้านุ่งเป็นกางเกง เตรียมให้นักกายภาพบำบัดพาไปฝึกเดินตอน ๙ น. ที่หน่วยกายภาพบำบัด   ต้องรายงานกิจกรรมที่หน่วยกายภาพบำบัดว่า มี นวดไฟฟ้า  เดิน ๑ รอบ  นั่งพัก ปั่นจักรยาน (จักรยานปั่นเอง)  เดินอีก ๑ รอบ   

ตอนบ่ายต้องรายงานว่า ผู้ช่วยพยาบาลล้วงก้นแม่ ควักอึเหนียวเหมือนดินน้ำมันออกมาได้เยอะมาก               

๒๕ มีนาคม ๒๕๖๙

ผมไปประชุมที่โอกินาวา พร้อมกับท่านคณบดี ศ. ดร. อภิชาติ อัศวมงคลกุล   จึงได้โอกาสปรึกษาการดูแลระยะยาว   ที่ตอนนี้ครอบครัวผมตกลงกันว่าจะให้เธออยู่ที่ศูนย์ ไม่พากลับบ้าน   

๓๐ มีนาคม ๒๕๖๙

ต้อง แป๋ม และผมไปเยี่ยมตอนเช้า   ได้เห็นทั้งการรับบริการกิจกรรมบำบัด และกายภาพบำบัด   โดยอาชีวบำบัดทำที่ห้องพัก เน้นเรื่องการกลืน และฝึกนั่ง   ส่วนกายภาพบำบัดต้องเปลี่ยนเป็นนุ่งกางเกง นั่งรถเข็นไปที่หน่วยกายภาพบำบัด  ไปฝึกเดินด้วยรถฝึกเดินที่เราซื้อมา    ฝึกเดินที่ราวเกาะฝึกเดิน ซึ่งเธอทำไม่ได้    เพราะยืนเองไม่ได้    แล้วไปฝึกถีบจักรยาน ซึ่งจริงๆ แล้วจักรยานลากขาเธอให้เคลื่อนไหว   ตามด้วยการกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า   แล้วเดินด้วยรถฝึกอีก ๑ รอบ ครบ ๑ ชั่วโมง     ในระหว่างฝึกทั้ง ๒ รายการเธอหลับเป็นส่วนใหญ่    มีบางช่วงที่ตื่นลืมตาแบบตาโต   ตอนที่เราไปถึง ๘ น. ปลุกเธอก็ตื่นขึ้นมายิ้ม และพยักหน้า แล้วหลับต่อ    

หมอผู้ดูแลหอผู้ป่วยนี้มาอธิบายว่าตอนนี้ ปรับยา Madopar ให้ตื่นตอนกลางวันเพื่อจะได้ทำกิจกรรมบำบัด และกายภาพบำบัดได้ดีขึ้น    และเอ่ยทำนองว่าไม่ช้าจะย้ายไปชั้น ๓   ผมจึงเรียนท่านว่าได้ปรึกษาท่านคณบดีอภิชาติเมื่อวันที่ ๒๕   ท่านบอกให้อยู่ที่นี่ไปก่อน      

วิจารณ์ พานิช          

๓๐ มี.ค. ๖๙

 

รูปอมรา

 

1 ฝึกเดินที่หน่วยกายภาพบำบัด ๒ มี.ค. ๖๙

2 วอร์มอัพแขนขาก่อนฝึกเดิน ๘ มีนาคม ๖๙

3 ฝึกเดิน

4 หลังกลับจากเดินหลับชั่วครู่ แล้วตื่นขึ้นมาลานักกายภาพยำยัด ๘ มีนาคม

5 สดใสดี เย็นวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๙

6 หมดแรง หลังอาเจียนเป็นเลือก ๒ ครั้ง วันที่ ๑๓

7 วันที่ ๒๕ มี.ค. แต้วไปเยี่ยม ว่าตื่นดี1

8 ฝึกนั่ง ๓๐ มี.ค. ๖๙

9 ฝึกให้จักรยานเคลื่อนไหวขา ๓๐ มี.ค. ๖๙