พระเถระนั้นเมื่อบริโภคอาหารของเขาก็ประคองความเพียร พากเพียรจนบรรลุพระอรหัตแล้ว คิดว่า ตระกูลนี้มีอุปการะแก่เรามาก เราจะไปในที่อื่นทำไม

กุลฆรณีสูตร

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

สังยุตตนิกาย สคาถวรรค

๘. กุลฆรณีสูตร

ว่าด้วยหญิงแม่เรือนในตระกูล

             [๒๒๘] สมัยหนึ่ง ภิกษุรูปหนึ่งอยู่ ณ ราวป่าแห่งหนึ่ง แคว้นโกศล สมัยนั้น ภิกษุนั้นไปอยู่คลุกคลีในตระกูลแห่งหนึ่งเกินเวลา ครั้งนั้น เทวดาผู้สิงสถิตอยู่ในราวป่านั้น มีความอนุเคราะห์หวังดีต่อภิกษุนั้น ประสงค์จะให้ท่านสลดใจ จึงเนรมิตเพศเป็นหญิงแม่เรือนในตระกูลนั้น เข้าไปหาภิกษุนั้นถึงที่อยู่แล้วได้กล่าวกับภิกษุนั้น ด้วยคาถาว่า

                          ชนทั้งหลายต่างประชุมสนทนากันที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำ

                          ในศาลาที่พัก ในสภาและข้างๆ ถนน

                          พวกเขาต่างพูดถึงดิฉันและท่านอย่างไรหนอ

             ภิกษุนั้นกล่าวคาถานี้ว่า

                          แท้จริง เสียงที่เป็นข้าศึกมีมาก

                          ท่านผู้มีตบะต้องอดทน ไม่ต้องเก้อเขินด้วยเหตุนั้น

                          เพราะว่าสัตว์หาได้เศร้าหมองด้วยเหตุนั้นไม่

                          แต่ผู้ใดมักสะดุ้งเพราะเสียง ประดุจเนื้อทรายในป่า

                          นักปราชญ์เรียกผู้นั้นว่ามีใจเบา

                          วัตรของเขาย่อมไม่สมบูรณ์

กุลฆรณีสูตรที่ ๘ จบ

------------------

อรรถกถากุลฆรณีสูตรที่ ๘

         ได้ยินว่า ภิกษุนั้นเรียนกัมมัฏฐานในสำนักพระศาสดาแล้วเข้าไปสู่ราวป่า เข้าไปบิณฑบาตยังหมู่บ้านในวันที่ ๒ ด้วยมรรยาทที่น่าเลื่อมใสงดงาม บางตระกูลเลื่อมใสในอิริยาบถของท่าน กราบไหว้ด้วยเบญจางคประดิษฐ์แล้ว ถวายบิณฑบาต.
         ก็แล เขาได้ฟังภัตตานุโมทนาแล้วก็เลื่อมใสยิ่งขึ้น นิมนต์ว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ นิมนต์รับภิกษาในที่นี้ตลอดเวลาเป็นนิตย์เถิด. พระเถระนั้นรับแล้ว เมื่อบริโภคอาหารของเขาก็ประคองความเพียร พากเพียรจนบรรลุพระอรหัตแล้ว คิดว่า ตระกูลนี้มีอุปการะแก่เรามาก เราจะไปในที่อื่นทำไม ดังนี้ จึงเสวยความสุขแห่งผลสมาบัติอยู่ในที่นั้น.
         ได้ยินว่า เทพธิดานั้นไม่รู้ว่าพระเถระเป็นพระขีณาสพ จึงคิดว่า พระเถระนี้ไม่ไปบ้านอื่น ไม่ไปเรือนอื่น ไม่นั่งในที่อื่นมีโคนต้นไม้และหอฉันเป็นต้น เข้าไปนั่งยังเรือนเดียวตลอดกาลเป็นนิตย์ ก็แลท่านนี้ถึงความคลุกคลี บางทีภิกษุนี้จะพึงประทุษร้ายตระกูลนี้ เราจักเตือนภิกษุนั้น ดังนี้ เพราะฉะนั้นจึงกล่าว.

 พึงทราบว่า พระเถระมีวัตรบริบูรณ์แล้ว เพราะเป็นพระขีณาสพ.