ดังเล่าแล้วว่า ผมเดินทางไปโคราช บ่ายวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๙ ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว ตกค่ำได้รับประสบการณ์พายุฝนที่ร้านอาหาร
คืนวันที่ ๕ นอนหลับสบายที่ห้อง ๔๐๔๐ อาคารสุรสัมนาคาร ตื่นขึ้นนั่งทำงานอย่างสบายใจตอนตีสามเศษ ๖ น. จึงออกไปเดินออกกำลัง
๖ มีนาคม ๒๕๖๙
พอออกจากอาคาร ก็ได้ยินเสียงที่ชอบ คือเสียงจิ้งหรีดและแมลงอื่นๆ ร้องระงมดังมากที่สนามด้านซ้ายมือเมื่อหันหน้าออกจากอาคาร และได้ยินเสียงนกกาเหว่าร้องมาแต่ไกล
เดินไปตามถนน เลี้ยวขวา แล้วเลี้ยวซ้าย ในสภาพที่เงียบสงบ และอากาศเย็นสบาย น่าจะราวๆ ๒๓ - ๒๔ องศาเซลเซียส คือเย็นกว่าห้องปรับอากาศที่ผมนอน
เดินผ่านหน้าทางเข้าอาคารเครื่องมือ ๗ และ ๘ ไปพบ Quick Charge EV Station ผ่านทางเข้าศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา และทางเข้าศูนย์วิจัยมันสำปะหลัง และอีกหลายอาคาร ผ่านทางเข้าอาคารเทคโนโลยีวัสดุ เห็นป้ายที่รางเลือนบอกว่าเป็นถนนเทคโนวิถี ๓ เลี้ยวซ้ายสู่ถนนที่นำไปยังอุทยานวิทยาศาสตร์ ระหว่างทางมีฝูงสุนัขเกือบ ๑๐ ตัวมาทักทาย โชคดีที่มีคนคอยเรียก นี่คือส่วนจุดแข็งของวัฒนธรรมไทย – การเลี้ยงสุนัขเป็นเพื่อน ได้เห็นว่าทางขวามือของถนนเป็นป่า ในบริเวณ มทส. ยังมีพื้นที่ป่าอยู่มาก ระหว่างนี้นกโพระดก นกกระแตแต้แว้ด นกกาเหว่า ร้องขับกล่อมผมอย่างดียิ่ง
ถึงสามแยกเลี้ยวขวา ผ่านหน้าอาคารพฤกษศาสตร์ มทส. ทางขวามือ ถัดไปเป็นอุทยานผีเสื้อเฉลิมพระเกียรติ อาคารไทยศึกษานิทัศน์ อาคารเทคโนโลยีไทยโบราณ อาคารสุรนิทัศน์ ที่มีต้นไม้บังป้ายชื่อ และอยู่ตรงข้ามถนนกับหอคอยของอาคารเทคโนธานี เดินเข้าไปในบริเวณเทคโนธานี ผ่านถนนดำที่เลี้ยวขึ้นเนินไปยังลานกว้างใหญ่ด้านข้างเทคโนธานี เดินไปยังถนนหน้าเทคโนธานี และสุรสัมนาคาร ไปเดินวนด้านทิศเหนือของสุรสัมนาคารอีก ๑ รอบเพื่อให้ได้จำนวนก้วน ๕ พันก้าว แล้วจึงกลับห้องพักตอน ๗ น.
๗ มีนาคม ๒๕๖๙
เมื่อวานกลับห้องพักราวๆ สองทุ่มครึ่ง อาบน้ำแล้วนอนยาว ตื่นเพราะมือถือปลุกเวลา ๔.๓๐ น. ดีใจที่เป็นเครื่องบอกว่าผมทำใจได้กับเรื่องโดนฟ้องคดีอาญาหมิ่นประมาท
ออกไปเดินก่อน ๖ น. เล็กน้อย โดยตั้งใจไปชม สวนพฤกษศาสตร์ มทส. ที่เดินผ่านเมื่อวาน เห็นป้ายบอกชื่อ และหมายตาไว้ ระหว่างเดินไป ได้ยินเสียงจั๊กจั่นร้องเสียงก้อง ไพเราะโสตยิ่งนัก เป็นเสียงธรรมชาติที่ต่างจากเมื่อวาน
เมื่อไปถึงและเดินเข้าไป พบป้าย สวนพันธุ์ไม้ประจำพระองค์ (สีม่วง) กลับมาค้นที่บ้านพบหลายเว็บไซต์ทีให้ความรู้เรื่องดอกไม้สีม่วง เช่น (๑) และ ป้ายบอก พืชอาหารหนอนผีเสื้อ กลับมาค้นที่บ้าน (๒) จึงเข้าใจความจำเพาะของชนิดผีเสื้อกับชนิดพืช
เดินเข้าไป พบ ๓ อาคารหลัก คือ อาคารจัดนิทรรศการ อาคารหอพรรณไม้ และ อาคารฝึกอบรม มีบริเวณปลูก ไม้ดอกหอม พืชพื้นบ้าน และพืชสมุนไพร มีโรงเรือน อาณาจักรพืช และ โรงเรือนพันธุ์ไม้ป่าเต็งรัง มี เส้นทางเดินชมธรรมชาติ และ หอดูนก ผมเข้าไป หวังจะเดินรอบเส้นทางเดินชมธรรมชาติ ผ่าน อโรคยาศาลา แล้วเผลอเดินออกนอกเส้นทาง สู่บริเวณของเข้าหน้าที่ปลูกไม้ประดับ คอกเลี้ยงแพะที่ส่งกลิ่น แล้วกลับสู่สวนพฤกษศาสตร์
สภาพของพื้นที่ที่เดินผ่าน ประกอบกับการสังเกตสิ่งต่างๆ ที่พบเห็น ช่วยให้ผมได้เข้าใจชีวิตจริง ของผู้คนในองค์กรใหญ่ ว่าชีวิตประจำวันจริงๆ ของเขาน่าจะมีความหมายอย่างไร ในองค์กรขนาดใหญ่ ชีวิตของเจ้าหน้าที่ระดับล่าง น่าจะเป็นชีวิตสองเป้าหมาย คือเป้าหมายสนองคำสั่งนาย กับเป้าหมายชีวิตจริงของตนเอง
ผมได้เรียนรู้ว่า ในชีวิตจริงของคนเรา มีทั้งส่วนที่เราเข้าไปอยู่โดยรู้สึกตัว และโดยไม่ตระหนัก เป็นจริงในชีวิตของทุกผู้ทุกนาม หากเราสามารถทำให้สองส่วนนี้เสริมพลังกันได้ ภายให้เป้าหมายสูงส่ง เลยผลประโยชน์ส่วนตัว ชีวิตของเราแต่ละคน ก็จะมีคุณค่าสูงส่ง เป็นหน้าที่ของสถาบันการศึกษา ที่จะช่วยหนุนให้เกิดผลตามเป้าหมายนั้น
ว่าจะเดินเพื่อผ่อนคลาย กลายเป็นเดินเพื่อสะท้อนคิด ผ่านการเดินไปถ่ายรูปไป เอากลับมาสะท้อนคิดภายหลัง
ได้ทั้งการผ่อนคลาย ณ วินาทีนั้น และสะท้อนคิด ในภายหลัง ได้วิธีเดินออกกำลังแบบใหม่
วิจารณ์ พานิช
๘ มี.ค. ๖๙